กินรี เรสซิ่ง เดินหน้าสู่เวทีโลกต่อยอดความสำเร็จ F1 In Schools World Finals

กินรี เรสซิ่ง เดินหน้าสู่เวทีโลกต่อยอดความสำเร็จ F1 In Schools World Finals

กินรี เรสซิ่ง เดินหน้าสู่เวทีโลกต่อยอดความสำเร็จ F1 In Schools World Finals
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เมื่อปีที่ผ่านมา ในการแข่งขัน The F1 in School ประเทศอังกฤษ ภายใต้ชื่อทีม “กินรี เรสซิ่ง” สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยด้วยการคว้ารางวัลสำคัญคือ “Sustainability Award” รางวัลการใช้พลังอย่างยั่งยืน พร้อมอันดับการทำความเร็วที่เหนือชั้น
ร่วมส่งแรงใจเชียร์เยาวชนไทย "กินรี เรสซิ่ง" สร้างชื่อให้ประเทศไทยอีกครั้ง ในการแข่งขัน “F1 in School World Final 2023” ณ ประเทศสิงคโปร์ ในระหว่างวันที่ 8-15 กันยายน 2566 ซึ่งมีทีมเข้าแข่งขันกว่า 68 ทีม จากตัวแทนทั่วโลก

1692237049790

การแข่งขันประลองความเร็วที่วัดกับที่ความรอบรู้ทางวิทยาการ

จุดเริ่มต้นของ The F1 in School ซึ่งเป็นการแข่งขันระดับนานาชาติสำหรับเยาวชนอายุ 12-19 ปี โดยเป็นการรวมกลุ่ม 3-6 คนทำงานเป็นทีม เกิดขึ้นในชั้นเรียน ซึ่งเป็นการพัฒนาองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ของนักเรียนเพื่อนำมาใช้ในการออกแบบและสร้างสรรค์รถแข่งขนาดเล็ก F1 ที่เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ สิ่งสำคัญหลักๆในการออกแบบและประดิษฐ์รถแข่ง F1 ก็คือการใช้ความรู้ในการคำนวณพลศาสตร์ของไหลหรือ CFD เพื่อจำลองแรงต้านของอากาศ โดยการแข่งขันมีการจัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1999 ซึ่งก็มีนักเรียนจากหลายประเทศทั่วโลกที่สร้างทีมขึ้นมาเพื่อเข้าแข่งขัน โดยในปี 2021 ทีมนักเรียนตัวแทนจากประเทศออสเตรเลียได้สร้างสถิติที่ดีที่สุดด้วยการนำรถแข่งที่ประดิษฐ์มาในการเข้าแข่งขันและคว้าอันดับที่ 1 ไปได้ด้วยความเร็ว 0.916 วินาที โดยทีมผู้ชนะเลิศได้รับทุนการศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่กรุงลอนดอนประเทศอังกฤษด้วย

กินรี เรสซิ่ง เด็กไทยที่นำความเร็วก้าวไกลในระดับโลก

เมื่อปี 2022 ที่ผ่านมา กินรี เรสซิ่ง ซึ่งเป็นเยาวชนไทยในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากโรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์ (Singapore International School of Bangkok : SISB) และโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี (Shrewsbury International School) ได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทน 1 ใน 2 ของประเทศไทยในการเข้าร่วมการแข่งขัน Formula 1 (F1) in Schools Challenge รอบ World Final ครั้งที่ 17 ร่วมกับทีมเยาวชนนานาชาติ 40 ทีมจาก 26 ประเทศ ในวันที่ 12 กรกฎาคม 2565 ณ เมืองซิลเวอร์สโตน นอร์แธมป์ตันเชอร์ ประเทศอังกฤษ โดยทางทีมได้โชว์ความสามารถในการพัฒนาการออกแบบโดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วย (CAD) การผลิตโดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วย (CAM) และการคำนวณพลศาสตร์ของไหลเชิงคำนวณ (CFD) เพื่อสร้างรถแข่ง F1 ขนาดเล็กให้มีความเร็วสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้

นอกจากนี้ทางทีมก็ยังได้พัฒนาเว็บและการเขียนโปรแกรม เพื่อใช้ความรู้ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อนำไปใช้ในการสร้างแบรนด์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการโฆษณาทีมที่มีผลทางด้านการตลาด นอกจากนี้ทางทีม กินรี เรสซิ่ง ก็ยังหาทุนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการสร้างรถแข่ง F1 รวมถึงค่าใช้จ่ายในด้านต่างๆที่จำเป็นสำหรับการเข้าแข่งขันอีกด้วย

1692237164020

ความคิดสร้างสรรค์สุดล้ำ ปัจจัยสำคัญในการสร้างความสำเร็จ

เมื่อปีที่แล้ว ทีม กินรี เรสซิ่ง ซึ่งประกอบไปด้วย จิรัชย์ พัวพงษ์พัน, โทนี่ แสงสุพรรณ, วรินทร์ เพชรชำลิ, ปัทเมณี จินะดิษฐ์ และ รวิพัชร์ รอดโพธิ์ทอง สร้างความฮือฮาด้วยการคว้ารางวัลสำคัญคือ Sustainability Award รางวัลการใช้พลังอย่างยั่งยืนจากการเลือกใช้วัสดุรีไซเคิลจากธรรมชาติในกระบวนการผลิต เนื่องจากมองว่าประเทศไทยมีปัญหาสิ่งแวดล้อมและการผลิตรถแข่งขนาดเล็กก็เป็นการแสดงจุดยืนและความมุ่งมั่นเชิงสัญลักษณ์ในการแก้ไขปัญหามลภาวะ โดยทางทีมกินรีใช้วิธีรีไซเคิลขวดเพื่อเป็นวัสดุหลักในการขึ้นแบบ 3 มิติและใช้ในการพิมพ์ชิ้นส่วนสำหรับรถ ส่วนสิ่งที่ถือเป็นที่สุดของความคิดสร้างสรรค์และทำให้ทีมกินรีได้รับคำชมอย่างมากก็คือการนำคาร์บอนจากท่อไอเสียรถยนต์มาผสมกับ bio-resin เพื่อผลิตชิ้นส่วนที่ช่วยลดน้ำหนักของรถและเป็นการลดลภาวะไปในตัว

ผลการแข่งขันจากการผลิตรถ F1 ขนาดเล็กที่โดดเด่นเกินวัยนี้ทำให้ทีม กินรี เรสซิ่ง รั้งอันดับที่ 3 ในหมวดเวลารวมของการแข่งรถและอยู่ในลำดับที่ 9 ในการเข้ารอบคัดเลือกและได้รับเข้ารอบน็อคเอาท์ 16 ทีมสุดท้าย ซึ่งท้ายที่สุดแล้วทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศคะแนนรวมคือทีมไฮดรอน (Hydron) จากประเทศออสเตรเลีย ส่วนในปีนี้การแข่งขัน F1 In Schools World Finals ครั้งที่ 18 จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 10 ถึง 12 กันยายนที่จะถึงนี้ โดยสถานที่ที่ใช้ในการแข่งขันคือ Resorts World Sentosa สถานที่ท่องเที่ยวและที่พักตากอากาศชื่อดังของประเทศสิงคโปร์ โดยในปีนี้มีทีมนักเรียนเยาวชนเข้าร่วมแข่งขันหลายทีม ซึ่ง กินรี เรสซิ่ง ได้เป้าเอาไว้ว่าจะคว้ารางวัลชนะเลิศมาครองให้ได้

1692237086111

การวางแผน ยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดในการแข่งขัน

จิรัชย์ พัวพงษ์พันธ์ (จิจิ) ที่รับหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมและออกแบบรถเผยว่า “ผมเป็นคนางแผนการทำงานให้กับทีม, แบ่งงาน และคอยติดตามงานจากสมาชิกภายในทีม” สิ่งที่ จิรัชย์ มองว่าสำคัญมากก็คือการช่วยดังคนอื่นที่มีเวลาเข้ามาช่วยงานในกรณ๊ที่สมขิกคนอื่นติดขัดทำงานไม่ทัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงภาวะผู้นำของเขาได้เป็นอย่างดี “สำหรับงานออกแบบผมใช้โปรแกรมออกแบบสามมิติชื่อ fusion 360 ช่วงการออกแบบ ผมจะทำการค้นคว้างานออกแบบด้านอากาศพลศาสตร์ เพื่อนำมาใช้กับการออกแบบรถ หลังจากนั้นก็จะนำงานออกแบบรถไปทดสอบอากาศพลศาสตร์ หลังจากออกแบบซึ่งก็ต้องมีการปรับปรุงหลายครั้งจนเป็นที่พอใจแล้วก็จะส่งงานให้กับฝ่ายผลิตเพื่อไปผลิตรถจริงต่อไป” สิ่งที่ จิรัชย์ ได้รับจากการแข่งขันนอกจากการนำทักษะและความรู้จากการศึกษาไปต่อยอดแล้วก็ยังอยู่ที่การทำงานเป็นทีมด้วย “การได้เห็นความคิดสร้างสรรค์และพรสวรรค์จากทีมเยาวชนจากต่างประเทศก็ทำให้เราอยากพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นด้วย” เขากล่าวเสริม

จิรัชย์ แสดงความเห็นว่าในปีที่ผ่านมาทางทีมได้พัฒนาไปมาก โดยเริ่มจากการเรียนรู้ในการแบ่งงานให้ทีมมีความสมดุลที่ดีไม่ต่างจากการผลิตรถที่ความเหมาะสมลงตัวในทุกระบบคือสิ่งสำคัญที่สุดและการได้สมาชิกใหม่เพิ่มเข้ามาก็ทำให้งานออกแบบดีขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย โดยในปีนี้ทางทีม กินรี เรสซิ่ง ตั้งเป้าเอาไว้ว่าจะชนดะรางวัล Sustainability Awards อีกครั้ง รวมถึงรางวัล Fastest Car และติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลกด้วย

โทนี่ แสงสุพรรณ รับหน้าที่เป็น ดีไซน์ เอนจิเนียร์ หรือผู้ออกแบบทางด้านวิศวกรรม ซึ่งถือเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญต่อทีมเป็นอย่างมาก เนื่องจากเขามีหน้าที่ในการพัฒนาและออกแบบรถเพื่อนำไปผลิตให้ออกมาในสภาพที่สมบูรณ์แบบพร้อมลงแข่งมากที่สุด โดย โทนี่ เผยว่าเวทีนี้เป็นการแข่งขันระดับโลก ซึ่งสิ่งที่ทำให้ โทนี่ ได้เรียนรู้นอกเหนือไปจากงานออกแบบและพัฒนารถก็คือการได้เรียนรู้วัฒนธรรมของผู้เข้าแข่งขันทีมอื่น ซึ่งถือเป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกัน ส่วนการแบ่งงานก็ถือว่าสำคัญมากเพราะการทำงานเป็นทีมจะช่วยในเรื่องพัฒนาการด้านการสื่อสารของตัวเองกับหัวหน้าทีมและสมาชิกในทีม เพื่อให้มีระเบียบวินัยในการทำงานและส่งงาน การทำงานในลักษณะนี้ทำให้ โทนี่ ที่พูดไม่ค่อยเก่งพูดเก่งขึ้น ซึ่งถือเป็นผลพลอยได้ที่ดีมากๆจากการทำงานเป็นทีม

วรินทร เพชรชำลิ (ภัทร) รับหน้าที่ประกอบชิ้นส่วนรถ F1 ซึ่งถือเป็นตำแหน่งที่สำคัญและท้าทายความสามารถเป็นอย่างมาก “ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาผมได้นำทักษะที่ผมได้เรียนรู้มาจากปีก่อนมาพัฒนาและต่อยอดในสิ่งที่ผมสนใจและผลิตรถอีกคันในปีนี้ ผมได้พัฒนาทักษะหลายๆด้านยกตัวอย่างเช่นทักษะในเรื่องการมีทีมเวิร์ครายการเข้าหาสังคมแถมยังได้พัฒนาทักษะทางวิศวะกรรมต่างๆอย่างเช่นการใช้เครื่องมือช่างต่างๆที่ทำให้รถมันออกมามีคุณภาพมากที่สุดครับ ผมยังได้เรียนรู้ว่าวัสดุต่างๆ ที่ถูกนำมาผลิตรถแต่ละแบบ มีกรรมวิธีเเละขั้นตอนอย่างไรบ้าง” นี่คือพัฒนาการทางเชิงช่างที่ ภัทร ได้พัฒนาความสามารถของตัวเองจากการเรียนรู้ระบบการทำงานและการแข่งขันเมื่อปีที่แล้ว

1692237168497

สมาชิกใหม่กับความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ

โจเซฟ (Jiaen Yang) เป็นสมาชิกใหม่ที่เข้ามารับผิดชอบในตำแหน่งออกแบบกราฟฟิก โดย โจเซฟ เข้ามาอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่อายุ 12 ปีจนในตอนนี้เขาอาศัยอยู่ในไทยมานาน 5 ปีแล้ว โดยเจ้าตัวมองว่าไทยเป็นประเทศที่ยังมีโอกาสที่จะแสดงศักยภาพทางด้านต่างๆได้อีกมากในเวทีโลกและการเป็นตัวแทนเยาวชนไทยของเขาก็จะเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพนั้นให้ปรากฎสู่สายตาชาวโลกได้ “ผมมีหน้าที่ในการออกแบบกราฟฟิกเพื่อให้ข้อมูลของทีมถูกนำเสนอออกมาได้ง่ายต่อการสื่อสารมากที่สุด นอกจากนี้ผมก็ยังรับหน้าที่ในส่วนของงาน pit boot ซึ่งจะตั้งอยู่ในงานแข่งขันที่ประเทศสิงคโปร์ด้วย” โจเซฟ เผย โดยเป้าหมายของเขาในตอนนี้ก็คือการทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ซึ่งเป็นความสุขของ โจเซฟ มากที่สุดแล้วไม่ว่าผลของการแข่งขันจะออกมาเป็นอย่างไรก็ตาม

จิรนุช ชัยพัฒน์ธนกิจ (จิ๊บ) เป็นสมาชิกคนใหม่ของทีม กินรี เรสซิ่ง เช่นกัน โดยหน้าที่ของ จิ๊บ ก็คือผู้จัดการฝ่ายการตลาดและฝ่าย โซเชียล มีเดีย ซึ่งถือเป็นสื่อที่จำเป็นอย่างมากในการประชาสัมพันธ์และโปรโมทผลงานรวมถึงศักยภาพของทีม “หน้าที่สำคัญของหนูก็คือการติดต่อหาสปอนเซอร์และพาร์ทเนอร์ตามบริษัทต่างๆ ส่วนการดูแลช่องทางในการพีอาร์ผ่านสื่อต่างๆก็ทำให้ผู้คนรู้จักทีมกินรีมากขึ้น” จิ๊บ พูดถึงหน้าที่ภายในทีมของเธอ โดย จิ๊บ เชื่อว่าในปีนี้ทีมจะสร้างผลงานได้ดีมากกว่าปีที่แล้ว เพราะเธอเห็นถึงความมุ่งมั่นของเพื่อนร่วมทีมที่จะคว้าชัยชนะ นอกจากนี้ทางทีมก็หวังว่าจะได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทยที่สวยงามกับชาวต่างชาติที่มาร่วมงานด้วย โดยการเรียนรู้งานก่อนเข้าทีมเพียงสองเดือน ซึ่งถือว่าสั้นมากๆทำให้ จิ๊บ เติบโตในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นการทำงานเป็นทีม, การรับผิดชอบต่องานของตัวเองและการแบกรับความกดดันจากการบริหารเวลาในการทำงานที่จำกัด

ตำแหน่งในทีมกินรีของ นันท์นภัส บัตรสมบูรณ์ หรือ มิ้น คือผู้จัดการด้านการเงินและการตลาด นอกจากนี้มีหน้าที่รับผิดชอบในการเปรียบเทียบและติดต่อร้านค้าเพื่อหาสินค้าคุณภาพที่ดีที่สุดสำหรับการผลิตของช่ำร่วย อีกทั้งยังดูแลการใช้จ่ายของทีมเพื่อให้อยู่ในงบประมาณด้วย โดย มิ้น เผยว่าก่อนเข้าทีมทาง จิจิ หัวหน้าทีมได้ทำการสัมภาษณ์เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเธอเพื่อที่จะละลายพฤติกรรมและสร้างความเป็นกันเอง “โครงงานนี้เป็นโครงงานที่ใช้ระยะเวลาเกือบ 1 ปี หนูและทุกคนในทีมทุ่มเทเป็นอย่างมาก ก็คาดหวังว่าจะได้รางวัล Sponsorship & Marketing Award หรือไม่ก็ใดรางวัลหนึ่งจากการแข่งขันครั้งนี้ นอกจากนี้ก็ยังหวังว่าจะได้เปิดโอกาสสู่โลกกว้าง ได้ประสบการ์ณดีๆ ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และ ได้เจอเพื่อนๆจากหลายประเทศอีกด้วย” มิ้น แสดงความเห็น

นอกจากการเรียนรู้ในวิชาเฉพาะทางอย่าง วิศวกรรมศาสตร์ และ ฟิสิกส์ ที่นำมาประยุกต์เพื่อสร้างรถ F1 ให้มีศักยภาพที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว มิ้นก็ยังมีความเห็นคล้ายเพื่อนร่วมทีมที่ว่าการติดต่อสื่อสารและการทำการตลาดเพื่อหาทุนมาสานฝันด้วยตัวเองถือเป็นสิ่งที่น่าภูมิใจและสามารถนำไปใช้เป็นทักษะไปใช้ประโยชน์ในอนาคตได้ด้วย
เป้าหมายที่มากกว่าการเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 ของทีม กินรี เรสซิ่ง

แน่นอนว่าในทุกการแข่งขัน เป้าหมายที่ผู้เข้าแข่งขันทุกคนฝันอยากจะได้สัมผัสก็คือการคว้าอันดับ 1 มาครองให้ได้ แต่สิ่งนั้นอาจจะไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะการได้พัฒนาศักยภาพของตัวเอง, การนำความรู้ทางวิทยาการด้านต่างๆที่ได้จากในห้องเรียนและนอกห้องเรียนไปจนถึงการเอาชนะใจตัวเองให้ได้ถือเป็นสิ่งที่สำคัญกว่ามาก ทั้งหมดนี้คือการเรียนรู้ที่จะเติบโตทางด้านจิตใจและการรู้แพ้รู้ชนะ แต่ถึงจะอย่างไรก็ตามทางทีมกนรีก็มีจุดมุ่งหมายร่วมกันก็คือการที่จะคว้ารางวัล คือ Sustainability Award มาครองให้ได้อีกครั้ง, การได้ติด 10 อันดับแรกของรถที่วิ่งเร็วที่สุด รวมถึงการคว้าถ้วยรางวัลชนะเลิศรอบ Knock Out

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล