รับชมที่นี่! รวมหนังผีสุดสยอง

Computer Vision Syndrome ภัยเงียบของมนุษย์ออฟฟิศที่ทำร้ายดวงตา

Computer Vision Syndrome ภัยเงียบของมนุษย์ออฟฟิศที่ทำร้ายดวงตา
Sarakadeelite

สนับสนุนเนื้อหา

นอกจากอาการปวดหลังที่ถาโถมสู่หนุ่มสาววัยทำงานจนต้องมองหาอุปกรณ์เพื่อ #Saveหลัง หรือพยายามจัดหาท่านั่งที่เหมาะสมไม่ให้เพิ่มความโอดโอยไปมากกว่าเก่า อีกหนึ่งอวัยวะที่มนุษย์ออฟฟิศวัยทำงานไม่ควรหลงลืมดูแลก็คือ ดวงตา เพราะการนั่งทำงานอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์แบบมาราธอนทั้งวัน ส่วนเวลาพักก็ยังโยกย้ายไปเช็กความเคลื่อนไหวในโซเชียลมีเดียผ่านหน้าจอสมาร์ตโฟนอย่างต่อเนื่อง พฤติกรรมที่ไม่อ่อนโยนต่อดวงตาเหล่านี้อาจนำไปสู่โรคทางตาที่เรียกว่า คอมพิวเตอร์วิชันซินโดรม (Computer Vision Syndrome) หรือย่อสั้น ๆ คือ CVS ขึ้นมาได้

ยิ่งการใช้ชีวิตในตอนนี้ที่ทำให้เราต้องอยู่ติดกับหน้าจออย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะแทบทุกกิจกรรมไม่ว่าจะการเรียนออนไลน์ Work from Home หรือการประชุมก็ตาม หน้าจอกลับกลายเป็นอาวุธคู่กายที่จำเป็นต้องมีและเอาไว้ใกล้ตัวไปเสียแล้ว นั่นทำให้เรายิ่งต้องหันมาสังเกตและเอาใจใส่เพื่อชะลอเวลาไม่ให้โรคคอมพิวเตอร์วิชันซินโดรมถามหาดวงตาของเรา

office-syndrome-3

อาการแบบไหนที่เรียกว่า Computer Vision Syndrome

  • ตาแห้ง แสบและเคืองตา
  • ปวดเมื่อยตา ตาล้า ไม่ค่อยอยากลืมตา
  • ตาพร่ามัว มองเห็นไม่ชัด โฟกัสได้ช้าลง
  • เวลากะพริบตาอาจมีน้ำตาไหลออกมา
  • ปวดบริเวณกระบอกตา รวมไปถึงปวดศีรษะ หลัง ไหล่ หรือปวดต้นคอ เป็นอาการที่เรียกว่าออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome)

office-syndrome-4

ทำอย่างไรไม่ให้การงานทำร้ายดวงตา

  • จัดคอมพิวเตอร์และแป้นพิมพ์ให้อยู่ในระดับและมีความห่างจากตัวที่พอดี สามารถใช้งานได้สบาย ๆ ไม่ต้องเหยียดหรืองอจนเกินไป
  • ปรับระดับหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้มีมุมของระดับสายตาที่เหมาะสม โดยให้จอคว่ำลงประมาณ 15องศา
  • ควรเว้นระยะห่างของคอมพิวเตอร์จนถึงระยะสายตาประมาณ 80-100 เซนติเมตร
  • ขนาดตัวหนังสือที่ใช้ต้องมีความสบายตา ไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป
  • ปรับสีของตัวหนังสือ รวมถึงพื้นหลังให้เหมาะสม ไม่จ้าจนเกินไป เพื่อให้สามารถมองได้อย่างสบายตา
  • ปรับความสว่างในห้องทำงาน และอุปกรณ์ที่ใช้งานให้เหมาะสม เพื่อลดแสงสะท้อนจากหน้าจอหรือแสงที่ทำให้ภาพที่มองไม่คมชัด จนทำให้ต้องเพ่งสายตามากขึ้น
  • หมั่นกะพริบตาให้ถี่ขึ้น เพราะการจ้องหน้าจอนาน ๆ อาจทำให้เรากะพริบตาน้อยลงและอาจเกิดอาการตาแห้งได้
  • คอมพิวเตอร์วิชันซินโดรม มีความสัมพันธ์โดยตรงกับระยะเวลาที่เราอยู่หน้าจอ จึงควรมีการพักสายตาระหว่างการทำงาน ตามหลัก 20 : 20 : 20 คือ ทุก 20 นาที พักสายตาจากหน้าจอ และมองออกไปไกลระยะ 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาทีต่อครั้ง
  • วางแก้วน้ำที่ใส่น้ำ 1 แก้วไว้ข้าง ๆ เพื่อให้มีน้ำระเหยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ดวงต