สรุป Tense ทั้ง 12 ใช้ยังไง โครงสร้างประโยคของแต่ละ Tense เป็นอย่างไรบ้าง
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ca/0/ud/281/1405232/lesson.jpgสรุป Tense ทั้ง 12 ใช้ยังไง โครงสร้างประโยคของแต่ละ Tense เป็นอย่างไรบ้าง

สรุป Tense ทั้ง 12 ใช้ยังไง โครงสร้างประโยคของแต่ละ Tense เป็นอย่างไรบ้าง

แชร์เรื่องนี้

ความหมายของ Tense คือ รูปแบบของประโยคที่มีคำกริยา แสดงระบุเวลากำกับการกระทำในขณะที่พูด นี่คือความหมายคร่าวๆนะครับ ถ้าย่นย่อกันจริงๆในการเรียนหลักภาษาแล้ว Tense คือ กาล (เวลา) โดย ถูกแบ่งออกเป็น 3 ช่วงเวลา ได้แก่ Present (ปัจจุบัน), Past (อดีต) และ Future (อนาคต) ซึ่งทั้ง 3 ช่วงเวลาที่กล่าวมานี้ ในแต่ละช่วงเวลานั้นยังถูกแบ่งออกตามลักษณะของเหตุการณ์ได้อีก ช่วงเวลาละ 4 แบบ คือ

  1. Simple : เรียบง่าย
  2. Continuous : ต่อเนื่อง (กำลังทำ)
  3. Perfect : สมบูรณ์
  4. Perfect Continuous : สมบูรณ์และต่อเนื่อง

การใช้ Tense ทั้ง 12

1. Present simple tense

โครงสร้างประโยค คือ S + V

  • ใช้พูดถึงความจริง(ทั้งที่เกี่ยวกับตัวเรา และความจริงตามธรรมชาติ)
    I live in Bangkok. = ฉันอาศัยอยู่ในกรุงเทพ
  • ใช้พูดถึงความชอบ ความคิดเห็น
    She likes spicy food. = เธอชอบอาหารรสจัด
  • ใช้พูดถึงตารางเวลา
    The library closes at 7 p.m. = ห้องสมุดปิดตอนหนึ่งทุ่ม

2. Present continuous tense

โครงสร้างประโยค คือ S + is/am/are + V.ing

  • ใช้พูดถึงเหตุการณ์ที่ กำลังเกิดขึ้นในขณะที่พูดหรือในช่วงเวลานี้ของชีวิต
    I am studying Japanese. = ฉันกำลังเรียนภาษาญี่ปุ่นอยู่
  • ใช้พูดถึงอนาคตอันใกล้ที่เกิดขึ้นแน่นอน
    I am flying to South Korea tomorrow. = ฉันกำลังจะไปเกาหลีใต้พรุ่งนี้

3. Present perfect tense

โครงสร้างประโยค คือ S + have/has + V.3

  • ใช้เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต แต่ระบุช่วงเวลาที่แน่นอนไม่ได้ (ไม่เน้นเวลาที่แน่นอน)
    I have met him before. = ฉันเคยเจอเขามาก่อน
  • ใช้เล่าถึงสิ่งที่เคยทำมา ประสบการณ์ที่ผ่านมา สถานที่ที่เคยไปมา
    I have been to South Korea. = ฉันเคยไปเกาหลีใต้
  • ใช้เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต แต่ยังดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
    I have had several tests this month. = ฉันมีสอบหลายตัวเลยเดือนนี้
  • ใช้เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต ดำเนินมา และเพิ่งเสร็จหรือเพิ่งจบลง (และเหตุการณ์นั้นอาจส่งผลต่อปัจจุบัน)
    l have washed the car. = ฉันล้างรถเสร็จแล้ว

4. Present perfect continuous tense

โครงสร้างประโยค คือ S + have/has + been + V.ing

  • ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต ดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน และในขณะที่พูดเหตุการณ์นั้นก็ยังไม่จบ ยังดำเนินอยู่ (เน้นมากว่ายังดำเนินอยู่)
    She has been sleeping for 4 hours. = เธอหลับมา 4 ชั่วโมงแล้ว (ขณะนี้ก็ยังคงหลับอยู่)
    It has been raining for 3 hours. = ฝนตกมา 3 ชั่วโมงแล้ว (ตกไม่หยุดเลย)

5. Past simple tense

โครงสร้างประโยค คือ S + V.2

  • ใช้พูดถึงเหตุการณ์ในอดีต ที่เกิดขึ้นแล้วก็จบ เป็นเหตุการณ์สั้นๆ ที่มีการระบุช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์ด้วย
    I was in South Korea in 2019. = ฉันอยู่ที่เกาหลีใต้ในปี 2015

หมายเหตุ : past simple tense และ Present perfect tense ใช้พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตเหมือนกัน แต่ต่างกันที่ past simple tense ระบุวันเวลาที่เกิดเหตุการณ์ได้ แต่ Present perfect tense ใช้พูดถึงเหตุการณ์ในอดีตที่เราไม่รู้เวลาที่แน่ชัด

​6. Past continuous tense

โครงสร้างประโยค คือ S + was/were + V.ing

  • ใช้พูดถึงเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ในอดีต
    We were playing football yesterday at 10.00. = พวกเรากำลังเล่นฟุตบอลเมื่อวานตอน 10 โมง
  • ใช้พูดถึงเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น พร้อมๆกัน ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ในอดีต
    My dad was exercising while my mom was sunbathing. = พ่อของฉันกำลังออกกำลังกายในขณะที่แม่ของฉันกำลังอาบแดดอยู่
  • ใช้พูดถึงเหตุการณ์ 2 เหตุการณ์ในอดีต โดยเหตุการณ์แรกเป็นเหตุการณ์ที่ กำลังเกิดขึ้น แล้วเหตุการณ์ที่สองก็แทรกขึ้นมา โดยเหตุการณ์แรกนั้น คือ past continuous tense ส่วนเหตุการณ์ที่สองที่แทรกมานั้น เป็น past simple tense
    I was having breakfast when someone came to my home. = ฉันกำลังกินอาหารเช้า ตอนที่มีใครมาที่บ้าน

7. Past perfect tense

โครงสร้างประโยค คือ S + had + V.3

  • ใช้พูดถึงเหตุการณ์ 2 เหตุการณ์ในอดีต โดยเหตุการณ์แรกเป็นเหตุการณ์ที่ เกิดขึ้นและดำเนินมาได้ระยะเวลาหนึ่งแล้วจบลง จากนั้นจึงเกิดเหตุการณ์ที่สองตามมา (เหตุการณ์แรกนั้น คือ past perfect tense ส่วนเหตุการณ์ที่สองที่เกิดขึ้นตามนั้น เป็น past simple tense)
    I had worked for 8 hours before Emma arrived. = ฉันทำงานเป็นเวลา 8 ชั่วโมง ก่อนที่เอ็มม่าจะมา

8. Past perfect continuous tense

โครงสร้างประโยค คือ S + had been + V.ing

  • ใช้เหมือนกันกับ past perfect tense แต่เน้นมากๆว่าเหตุการณ์แรกนั้น เกิดขึ้นและดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง แล้วจบลงก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ที่สองตามมา (เหตุการณ์แรกนั้น คือ past perfect continuous tense ส่วนเหตุการณ์ที่สองที่เกิดขึ้นตามนั้น เป็น past simple tense)
    I had been working for 4 hours before Emma arrived. = ฉันทำงานอย่างต่อเนื่องมานาน 4 ชั่วโมง ก่อนที่เอ็มม่าจะมา

​9. Future simple tense

โครงสร้างประโยค คือ S + will + V.1

  • ใช้พูดถึงอนาคต เป็นการคาดเดา หรือ จากความรู้สึก
    I will pass the exam. = ฉันต้องสอบผ่าน
  • ใช้พูดถึงการตัดสินใจในทันที ว่าจะทำอะไร
    I will go home before it rains. = ฉันจะกลับบ้าน ก่อนที่ฝนจะตก

10. Future continuous tense

โครงสร้างประโยค คือ S + will + be + V.ing

  • ใช้พูดถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น แน่ๆ ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งในอนาคต
    When you arrive, I will be swimming. = ตอนที่คุณมาถึง ฉันคงกำลังว่ายน้ำอยู่

11. Future perfect tense

โครงสร้างประโยค คือ S + will + have + V.3

  • พูดถึงเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น(อาจเกิดขึ้นเมื่อ อดีต ปัจจุบัน หรืออนาคตก็ได้ )และดำเนินต่อไป เพื่อที่จะไปจบในอนาคตแน่นอน หรือก่อนจะมีอีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นในอนาคต (เน้นว่าไปจบในอนาคต และเน้นการบอกจุดจบ)
    They will have finished the work by next week. = พวกเขาจะเสร็จสิ้นการทำงานภายในสัปดาห์หน้า

12. Future perfect continuous tense

โครงสร้างประโยค คือ S + will have been + V.ing

  • พูดถึงเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น และบอกได้ว่าต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลาเท่าไหร่ กี่ปี กี่เดือน กี่วัน (คือรู้จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ อาจเริ่มมาจาก อดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต) แล้วเหตุการณ์นั้นจะไปจบลงในอนาคต หรือก่อนที่จะมีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นในอนาคตนั่นเอง
    He will have been living here for three years next month. = เขาคงจะอาศัยอยู่ที่นี่มาครบ 3 ปีแล้วในเดือนหน้า