ที่มาของ สเก็ตบอร์ด เซิร์ฟสเก็ต และ ชนิดของ สเก็ตบอร์ด มีกี่ประเภท อะไรบ้าง?

ที่มาของ สเก็ตบอร์ด เซิร์ฟสเก็ต และ ชนิดของ สเก็ตบอร์ด มีกี่ประเภท อะไรบ้าง?

สเก็ตบอร์ด คืออุปกรณ์ 4 ล้อ ที่มีแผ่นกระดานให้ยืนได้และมีลูกล้อที่แข็งแรงรองรับอยู่ สเก็ตบอร์ดเป็นอุปกรณ์ลื่นไหล สำหรับการเล่นกีฬาสเก็ตบอร์ด เคลื่อนที่ได้โดยการผลักด้วยเท้าขณะที่เท้าอีกข้างควบคุมบอร์ดไว้ หรือการดีดขึ้นบนราว หรือทางครึ่งวงกลม หรือสามารถนั่งบนสเก็ตบอร์ดได้ขณะเคลื่อนที่บนทางลาดให้แรงโน้มถ่วงขับเคลื่อนบอร์ดไป

ที่มาของสเก็ตบอร์ดไม่ปรากฏว่าใครเป็นผู้คิดค้น แต่น่าจะเกิดในช่วงทศวรรษที่ 40-50 โดยสันนิษฐานว่าเป็นการประยุกต์จากรถ soapbox และอีกข้อสันนิษฐานหนึ่งคิดว่าประยุกต์มาจากโรลเลอร์สเก็ต สเก็ตบอร์ดพัฒนาจนมีการผลิตโมเดลขึ้นในทศวรรษที่ 60 โดยสเก็ตบอร์ดในสมัยก่อนจะมีรูปร่างแบบเซิร์ฟบอร์ด ไม่ค่อยมีส่วนเว้ามากและทำจากไม้ทึบ พลาสติก หรือ แม้แต่โลหะ ส่วนล้อมักทำจากส่วนประกอบจากดิน หรือ เหล็ก ในปี 1973 ได้มีการใช้วงล้อยูรีเทนในการกีฬา ซึ่งทำให้มีความปลอดภัยและคล่องตัวกว่า สเก็ตบอร์ดมีขนาดกว้างมากขึ้น จาก ระยะ 16 เซนติเมตรเป็นกว่า 23 เซนติเมตรเพื่อให้ความมั่นคงที่ดีกว่า

กีฬาสเก็ตบอร์ด

เริ่มจากแถบแคลิฟอร์เนีย นักเล่นเซิร์ฟได้ลองใช้ถนนที่เป็นลอน แทนคลื่นในทะเลในยามไม่มีคลื่น ตั้งแต่ 1950 กีฬาชนิดนี้เป็นกีฬาแท้ๆ ที่นิยมกันมากของชาวอเมริกา แต่เมื่ออินไลน์สเก็ตและ BMX เป็นที่นิยมในช่วงสั้น ๆ ช่วงปลายทศวรรษที่ 50 ดนตรีและภาพยนตร์เกี่ยวกับสเก็ตบอร์ดเป็นตัวปลุกกระแสการออกแบบเครื่องเล่นให้เหมือนเซิร์ฟบอร์ดและมีการผลิตเพื่อการค้าครั้งแรกโดยโรลเลอร์ เดอร์บี้ จำหน่ายตามห้างสรรพสินค้าในปี 1959

ว่ากันว่ากีฬาที่เกิดจากอุบัติเหตุเมื่อคันบังคับของรถสกูตเตอร์หักและเหลือแค่เพียงพื้นติดล้อเท่านั้น ในช่วง 10 ปี ของ ค.ศ. 1960 การเล่นสเก็ตบอร์ดถูกห้ามเล่นในหลายๆแห่ง จนกลายเป็นกีฬาใต้ดิน

การเล่นสเก็ตบอร์ดสมัยใหม่เกิดขึ้นโดยมีการเล่นแบบต่างๆ เช่น Slalom,ดาวน์ฮิลล์,ฟรีสไตล์ วัฒนธรรมการเล่นสเก็ตบอร์ดเริ่มรวมตัวเข้ากับพวกพังค์ และดนตรีแบบใหม่ อาร์ตเวิร์คและกราฟิกเริ่มมีบทบาทมากในวัฒนธรรมการเล่นสเก็ตบอร์ด

จนช่วงปลายปี 1970 ลานสเก็ตบางแห่งหายไปอันเนื่องจากธุรกิจตกต่ำ การเล่นสเก็ตบอร์ดก็เริ่มตกต่ำอีกเป็นครั้งที่สอง จนการเล่นสเก็ตบอร์ดก็หายจากวงการ การขี่จักรยานBMX เข้ามาเป็นที่นิยมและนักสเก็ตส่วนมากก็หยุดเล่นสเก็ตลานสเก็ตก็สูญหายไปแต่มีการสร้างฮาฟว์ไปป์ และแรมป์ยังคงพัฒนาต่อไปอย่างเงียบๆ ด้วยนักขี่จักรยาน BMX

มีการฟื้นฟูการเล่นสเก็ตบอร์ดโดยใช้แรมป์ที่เป็นไม้อัด ในปี 1980 และการเล่นตามท้องถนนจึงก่อให้เกิดความพยายามในการเล่นด้วยตนเอง นักสเก็ตเริ่มที่จะสร้างแรมป์สำหรับสเก็ตที่ทำด้วยไม้เอง บริษัทที่เป็นของนักสเก็ตเริ่มสร้างอุปกรณ์ต่างๆ ให้มีมาตรฐานกว่าเดิม เพื่อใช้เล่นท่าให้ได้ดีขึ้น มีนักสเก็ตเป็นที่รู้จักอย่างโทนี ฮอว์คและสตีฟ แคบเบลเลอโร มีการจัดการแข่งขันโดย The National Skateboarding Association การเล่นสเก็ตบอร์ด ยังมีอิทธิพลอย่างมากต่อวัฒนธรรมระหว่างประเทศเริ่มจากดนตรีพังก์ร็อก

ปัจจุบัน มีอุตสาหกรรมเกี่ยวกับกีฬาสเก็ตบอร์ดมากมายเช่น นิตยสาร สำนักงานออกแบบสนาม ภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับสเก็ต เป็นต้น อุปกรณ์ต่างๆ มีขนาดต่างๆ ก็มีขนาดเพิ่ม-ลดต่างออกไป

ชนิดของสเก็ตบอร์ด

สเก็ตบอร์ดสามารถแบ่งออกเป็น 5 ประเภทหลักๆ ได้แก่

Skateboard

istock-1088835210

สเก็ตบอร์ด Original เป็นต้นกำเนิดของกีฬาสเก็ตบอร์ดที่นำมาเล่นแทนเซิร์ฟ แผ่นบอร์ดส่วนใหญ่จะทำมาจากไม้เมเปิ้ลเพราะทนทานและยืดหยุ่นมาก มีขนาดความกว้างตั้งแต่ 7.5″-8.5″ ส่วนความยาวจะอยู่ที่ประมาณ 32″

Longboard

istock-866710450

ลองบอร์ด เป็นกีฬาสเก็ตบอร์ดที่มีความผาดโผนมากกว่า ขนาดความกว้างจะอยู่ที่ 8″ – 8.5″ และมีความยาวตั้งแต่ 34″ – 40″ การเคลื่อนไหวยากขึ้นกว่า สเก็ตบอร์ด ส่วนตัวล้อก็จะยื่นออกมานอกแผ่นบอร์ดอย่างชัดเจนต่างจากสเก็ตบอร์ดธรรมดา

Pennyboard

istock-894433332

เพนนีบอร์ด เป็นการผสมระหว่าง สเก็ตบอร์ด และ ลองบอร์ด แต่มีขนาดทีเล็กกว่า มีสองขนาดคือความยาว 22″ และ 27″ ถือกำเนิดขึ้นจากออสเตรเลีย วัสดุทำมาจากพลาสติก บวกกับล้อยางขนาดใหญ่ ทำให้มีขนาดเบากว่าสเก็ตบอร์ดทั่วไปที่ทำจากไม้

Surf Skate

istock-1287785512

เซิร์ฟสเก็ต เป็นกีฬาบนแผ่นกระดานชนิดหนึ่งที่เกิดจากการผสมผสานกันระหว่างสเก็ตบอร์ดกับกีฬาเซิร์ฟ โดยการออกแบบแผ่น Surf Skate นั้นก็เพื่อให้เราสามารถเล่นเซิร์ฟบนบก ขนาดความยาวมีตั้งแต่ 26" จนถึง 40" โดยแผ่น Surf Skate ไม่แข็งเท่ากับ Skate Board และล้อหน้าของ Surf Skate สามารถหมุนซ้าย-ขวา หรือ 360 องศา

Fimgerboard

istock-1174443680

ฟิงเกอร์บอร์ด เป็นสเก็ตบอร์ดที่จัดว่าเล็กที่สุด มีความยาวประมาณ 4 นิ้ว โดยเป็นการใช้นิ้วเล่นแทน ซึ่งเรียกว่ามีความยากมากกว่าเล่นสเก็ตบอร์ดจริงๆ ซะอีก