เก็บเงินแสนแรกในชีวิตให้ได้ในหนึ่งปี

เก็บเงินแสนแรกในชีวิตให้ได้ในหนึ่งปี
Tonkit360

สนับสนุนเนื้อหา

เคยคิดกันไหมว่า ทำงานหาเงินมาได้แต่ละปี ทำไมไม่มีเงินเก็บสักที ได้มาก็ใช้ไปเพราะของมันต้องมี หรือใช้เงินเก่ง ก็ต้องหาให้เก่งด้วย ความคิดแบบนี้เราอาจจะต้องมานั่งทบทวนกันใหม่ในปีใหม่ แล้วตั้งเป้าเก็บเงินแสนสักก้อน เผื่อว่าจะเกิดเหตุการณ์ระบาดของไวรัสอย่างปีที่ผ่านมา ชนิดที่คนไม่เคยเตรียมความพร้อมหรือมีเงินเก็บยามฉุกเฉิน ต่างพากันเอามือก่ายหน้าผากเวลานอน ทีนี้มาดูกันว่ามีขั้นตอนในการเก็บเงินแสนให้ได้ในหนึ่งปีได้อย่างไร

1. ตั้งเป้าหมาย

ก่อนจะมีเงินแสนได้คุณต้องมีเป้าหมายที่แน่วแน่ในการเก็บเงินแสนอย่างจริงจัง และมองว่าเงินแสนแรกจะนำไปสู่แสนที่สองและกลายเป็นเงินล้านในที่สุด ดังนั้นคุณต้องจัดการจัดระเบียบทางการเงินให้เรียบร้อย ด้วยการคิดรายจ่ายเป็นรายสัปดาห์ และเก็บเงินเป็นรายสัปดาห์ ด้วยการแตกรายรับที่คุณมีด้วยการแตกเป็น 50-30-20 โดย แบ่ง 50 เปอร์เซ็นต์คือค่าใช้จ่ายเพื่อดำรงชีวิต ค่าอาหาร ค่ารถ ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเทอร์เน็ต ส่วน 30 เปอร์เซ็นต์คือค่าใช้จ่ายสำหรับสิ่งที่คุณต้องการ อาทิ เสื้อผ้าชุดใหม่ ไปทานอาหารนอกบ้าน หรือเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัด ซึ่งเงินในส่วนนี้ถ้าคุณสามารถประหยัดได้จะกลายเป็นเงินเก็บแบบที่คุณคิดไม่ถึงเลยทีเดียว

ส่วน 20 เปอร์เซ็นต์คือเงินออมที่เก็บไว้ใช้ในยามจำเป็น ทั้งนี้เมื่อคุณคำนวณออกมาแล้วว่าเงิน 20 เปอร์เซ็นต์ที่เป็นเงินออมกับเงินอีก 30 เปอร์เซ็นต์ ที่คุณตัดสินใจจะไม่ใช้เพื่อซื้อในสิ่งที่คุณต้องการ ยังไม่สามารถทำคุณจับเงินแสนได้ สิ่งที่คุณต้องทำต่อจากนี้คือหางานพิเศษในสายงานที่คุณทำอยู่ในปัจจุบันเพื่อให้มีรายได้เสริม และรายได้ตรงนี้ก็จะเป็นเงินเก็บที่จะช่วยให้คุณไปสู่เงินแสนได้สำเร็จ

2. สำรวจค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนของตนเองเพื่อลดรายการที่ไม่จำเป็น

เชื่อหรือไม่ว่าเรามีค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนที่ถูกจ่ายออกไปทีละ 100 – 200 โดยที่ไม่จำเป็น ไม่ว่าจะเป็นค่ากาแฟราคาแพง ค่าสมาชิกชมภาพยนตร์สตรีมมิ่ง ค่าอาหารหรือขนมที่ทำให้เราอ้วนขึ้น หรือแม้แต่การซื้ออาหารมากจนเกินความจำเป็น ทั้งหมดนี้คือค่าใช้จ่ายแต่ละวันที่คุณเองแทบจะไม่เห็นตัวเลข เพราะไม่ได้จดหรือทำบัญชี ถ้าต้องการเห็นตัวเลขและรู้ว่าในหนึ่งวันนั้นเราใช้เงินหมดไปกับอะไรมากที่สุดขอให้ทำบัญชีรายรับรายจ่ายรายวัน เพราะจะทำให้คุณเห็นว่าค่าใช้จ่ายแบบไหนควรหยุด และค่าใช้จ่ายแบบไหนยังจำเป็นต่อชีวิตคุณ

3. สร้างบัญชีเงินฝากประจำแบบตัดอัตโนมัติจากบัญชีเงินเดือน

ปีแล้วปีเล่ายังไม่สามารถมีเงินแสนได้ คุณอาจต้องใช้วิธีการบังคับกันเล็กน้อย กับบัญชีเงินฝากประจำแบบหักจากบัญชีเงินเดือนไปเลย และเป็นบัญชีฝากประจำที่ถอนไม่ได้จนกว่าจะครบกำหนด ซึ่งวิธีนี้ทำให้หลายคนไปถึงเงินแสนกันมาแล้ว เพราะยิ่งฝากเงินหลายเดือนเข้าตัวเลขในบัญชีจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนตัวคุณเองก็ไม่อยากถอน และพยายามอย่างยิ่งที่จะให้เงินในบัญชีพอที่จะตัดเข้าบัญชีเงินฝากประจำ วิธีการแบบนี้จะทำให้คุณมีเงินแสนได้ในหนึ่งปีเลยทีเดียว ถ้าเฉลี่ยเงินฝากของคุณอยู่ที่ 8,500 บาท

4. ขายของใช้ที่ไม่ได้ใช้ หรือไม่ค่อยได้ใช้

เคยซื้อหนังสือมาอ่านแล้วไม่จบไหม หรือเสื้อผ้าซื้อมาแล้วใส่แค่ครั้งเดียวไหม ของเหล่านี้สามารถนำมาเปลี่ยนเป็นเงินได้ ลองไล่ดูของในบ้านที่คุณแทบจะไม่ค่อยได้จับหรือเอามาใช้เลย จากนั้นมาลองโพสต์ขายออนไลน์ดู คุณจะเห็นว่าสิ่งของเหล่านั้นสามารถเปลี่ยนเป็นเงินก้อนให้คุณได้ไม่ยาก และยังเป็นตัวตั้งต้นในการออมเงินของคุณอีกด้วย

5. ลดค่าใช้จ่ายประจำลงคุณจะมีเงินเหลือเก็บมากขึ้น

การลดค่าใช้จ่ายประจำ เรียกได้ว่าเป็นข้อได้เปรียบที่จะทำให้คุณไปถึงเงินแสนได้อย่างรวดเร็ว เริ่มต้นจากค่ากาแฟราคาแพงแล้วหันมาชงกาแฟดื่มเอง ค่าสมาชิกเคเบิลทีวีหรือสตรีมมิ่งทีวี ที่คุณสมัครแบบตัดเงินอัตโนมัติ แล้วดูไม่ค่อยคุ้มก็ยกเลิกเสียเถอะ ไว้มีเวลาอยากดูค่อยสมัครแบบดูต่อครั้งก็ได้ ค่าโทรศัพท์ ลองดูแพ็กเกจที่เหมาะกับคุณและสามารถประหยัดเงินได้ รวมไปถึงแพ็กเกจอินเทอร์เน็ต ที่ต้องดูว่าคุณใช้มากน้อยขนาดไหนในแต่ละเดือน เหล่านี้คือตัวอย่างค่าใช้จ่ายประจำที่คุณสามารถลดลงได้ ซึ่งรวมไปถึงค่าน้ำ ค่าไฟ ที่จะต้องเริ่มคิดทุกครั้งที่จะใช้ เพราะจะกระทบกับเป้าหมายเงินแสนที่คุณวางเองไว้

ทั้งหมดนี้คือหนทางสู่เงินแสนแรกในชีวิต สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน ยังไม่ได้ก่อหนี้ก่อสินอะไร ดังนั้นการไปถึงเงินแสนในเวลาหนึ่งปีจึงไม่ใช่เรื่องยาก แต่อยู่ที่การยับยั้งชั่งใจตนเองเมื่อจะควักเงินในกระเป๋า ว่าการใช้จ่ายแต่ละครั้งจะส่งผลต่อเป้าหมายแสนแรกในชีวิตของคุณขนาดไหน