ภาษาลู คืออะไร เรียนไวยากรณ์ ภาษาลู ใช้ยังไงถึงถูกจริตแบบชิคๆ เฟียสๆ

ภาษาลู คืออะไร เรียนไวยากรณ์ ภาษาลู ใช้ยังไงถึงถูกจริตแบบชิคๆ เฟียสๆ

เรียกว่าเป็นภาษาที่อยู่กับวงการการนินทามานานมากจริงๆ สำหรับภาษาลู ภาษาที่นิยมใช้ในกลุ่มเพศทางเลือก ที่เอาไว้เม้าท์มอยอย่างออกรส โดยไม่ให้คนอื่นรู้ความหมายที่แท้จริงนั่นเอง เว้นแต่คนที่เรากำลังเม้าท์มอยอยู่รู้จักและใช้ภาษาลูเป็นนั่นแหละ อันนั้นจะเรียกว่าโป๊ะแตก

โดยในครั้งนี้ Sanook Campus เราก็จะพาเพื่อนๆ มาเรียนรู้ทำความรู้จักกับ ภาษาลู ว่ามัน คืออะไร แล้ว วิธีการใช้ ภาษาลู มันคืออะไร ไวยากรณ์ ภาษาลู มันใช้ยังไง มาศึกษาไปด้วยกันเลย

ภาษาลู คืออะไร เรียนไวยากรณ์ ภาษาลู ใช้ยังไงถึงถูกจริตแบบชิคๆ เฟียสๆ

ไวยากรณ์ “ภาษาลู”

ภาษาไทย 1 พยางค์ จะได้ภาษาลู 2 พยางค์เสมอ แบ่งหลัก ๆ ได้ 4 กรณี

  • คำที่เป็นปรกติ
  • คำที่มีพยัญชนะ ร, ล
  • คำที่มีสระ อุ, อู
  • คำที่มีทั้งพยัญชนะ ร, ล และมีสระ อุ, อู

กรณีที่ 1 คำที่เป็นปรกติ

1.1 คำที่มีสระเสียงยาว (ใช้ “ลู”)

1 นำคำว่า “ลู” มาต่อหลังคำ

ตัวอย่าง : สาม + ลู

2 สลับอักษรทั้ง 2 คำ

นำวรรณยุกต์และตัวสะกดมาด้วย พยางค์ที่ 1 และพยางค์ที่ 2 เสียงวรรณยุกต์ และตัวสะกด จะเหมือนกัน

แปลงได้เป็น : หลาม + สูม

ตัวสะกด คือ ม ม้า และเสียงวรรณยุกต์ คือ จัตวา

1.2 คำที่มีสระเสียงสั้น (ใช้ “ลุ”)

1 นำคำว่า “ลุ” มาต่อหลังคำ

ตัวอย่าง : กิน + ลุ

2 สลับอักษรทั้ง 2 คำ

นำวรรณยุกต์และตัวสะกดมาด้วย พยางค์ที่ 1 และพยางค์ที่ 2 เสียงวรรณยุกต์ และตัวสะกด จะเหมือนกัน

แปลงได้เป็น : ลิน + กุน

ตัวสะกด คือ น หนู และเสียงวรรณยุกต์ คือ สามัญ

กรณีที่ 2 คำที่มีพยัญชนะ ร, ล

2.1 คำที่มีอักษร ร, ล ใช้ “ซู” (กรณี : คำที่มีสระเสียงยาว)

1 นำคำว่า “ซู” มาต่อหลังคำ

ตัวอย่าง : ลาก + ซู

2 สลับอักษรทั้ง 2 คำ

นำวรรณยุกต์และตัวสะกดมาด้วย พยางค์ที่ 1 และพยางค์ที่ 2 เสียงวรรณยุกต์ และตัวสะกด จะเหมือนกัน

แปลงได้เป็น : ซาก + ลูก

ตัวสะกด คือ ก ไก่ และเสียงวรรณยุกต์ คือ โท

2.2 คำที่มีอักษร ร, ล ใช้ “ซุ” (กรณี : คำที่มีสระเสียงสั้น)

1 นำคำว่า “ซุ” มาต่อหลังคำ

ตัวอย่าง : รัก + ซุ

2 สลับอักษรทั้ง 2 คำ

นำวรรณยุกต์และตัวสะกดมาด้วย พยางค์ที่ 1 และพยางค์ที่ 2 เสียงวรรณยุกต์ และตัวสะกด จะเหมือนกัน

แปลงได้เป็น : ซัก + รุก

ตัวสะกด คือ ก ไก่ และเสียงวรรณยุกต์ คือ ตรี

กรณีที่ 3 คำที่มีสระ อุ, อู

3.1 คำที่มีสระอู ใช้ “ลี” (กรณี : คำที่มีสระเสียงยาว)

1 นำคำว่า “ลี” มาต่อหลังคำ

ตัวอย่าง : ขูด + ลี

2 สลับอักษรทั้ง 2 คำ

นำวรรณยุกต์และตัวสะกดมาด้วย พยางค์ที่ 1 และพยางค์ที่ 2 เสียงวรรณยุกต์ และตัวสะกด จะเหมือนกัน

แปลงได้เป็น : หลูด + ขีด

ตัวสะกด คือ กด เด็ก และเสียงวรรณยุกต์ คือ เอก

3.2 คำที่มีสระอุ ใช้ “ลิ” (กรณี : คำที่มีสระเสียงสั้น)

1 นำคำว่า “ลิ” มาต่อหลังคำ

ตัวอย่าง : มุก + ลิ

2 สลับอักษรทั้ง 2 คำ

นำวรรณยุกต์และตัวสะกดมาด้วย พยางค์ที่ 1 และพยางค์ที่ 2 เสียงวรรณยุกต์ และตัวสะกด จะเหมือนกัน

แปลงได้เป็น : ลุก + มิก

ตัวสะกด คือ ก ไก่ และเสียงวรรณยุกต์ คือ ตรี

กรณีที่ 4 คำที่มีทั้งพยัญชนะ ร, ล และมีสระ อุ, อู

4.1 คำที่มีทั้ง ร, ล และสระอู ใช้ “ซี” (กรณี : สระเสียงยาว)

1 นำคำว่า “ซี” มาต่อหลังคำ

ตัวอย่าง : รู้ + ซี

2 สลับอักษรทั้ง 2 คำ

นำวรรณยุกต์และตัวสะกดมาด้วย พยางค์ที่ 1 และพยางค์ที่ 2 เสียงวรรณยุกต์ และตัวสะกด จะเหมือนกัน

แปลงได้เป็น : ซู้ + รี้

ตัวสะกด คือ - และเสียงวรรณยุกต์ คือ ตรี

4.2 คำที่มีทั้ง ร, ล และสระอุ ใช้ “ซิ” (กรณี : สระเสียงสั้น)

1 นำคำว่า “ซิ” มาต่อหลังคำ

ตัวอย่าง : รุม + ซิ

2 สลับอักษรทั้ง 2 คำ

นำวรรณยุกต์และตัวสะกดมาด้วย พยางค์ที่ 1 และพยางค์ที่ 2 เสียงวรรณยุกต์ และตัวสะกด จะเหมือนกัน

แปลงได้เป็น : ซุม + ริม

ตัวสะกด คือ ม ม้า และเสียงวรรณยุกต์ คือ สามัญ