7 แกรมม่าพื้นฐานที่มักผิดบ่อยๆจนทำให้เราเสียคะแนน

7 แกรมม่าพื้นฐานที่มักผิดบ่อยๆจนทำให้เราเสียคะแนน
Y-Hub

สนับสนุนเนื้อหา

การใช้แกรมม่าที่ผิดนั้นเป็นไปได้ ซึ่งอาจจะผิดพลาดเป็นครั้งคราว แต่ถ้าเป็นการผิดพลาดในช่วงระหว่างที่เรากำลังทำแบบทดสอบภาษาอังกฤษ เช่น SAT,GRE,ACT หรือแบบทดสอบภาษาอังกฤษอื่นๆ ก็สามารถที่จะส่งผลต่อคะแนนแบบทดสอบของเราได้ โดยเฉพาะในส่วนของ Verbal (การอ่าน การใช้แกรมม่า และการวิเคราะห์โดยใช้เหตุผล) โดยในบทความนี้ได้รวบรวมแกรมม่าพื้นฐานที่มักจะใช้ผิดบ่อยๆ มาให้เพื่อนๆได้เรียนรู้และแก้ไข เพื่อที่จะทำให้คะแนนภาษาอังกฤษของเพื่อนๆนั้นสูงขึ้น

82955172_512015849663999_2085

1. Bad Pronoun/Antecedent Agreement (การใช้คำสรรพนามและความสอดคล้องทางสรรพนามอย่างไม่เหมาะสม)

คำสรรพนามนั้นคือคำที่ใช้เรียกแทนคำนาม เช่น เขา(ผู้ชาย) เธอ(ผู้หญิง) มัน(สัตว์หรือสิ่งของ) พวกเขา พวกเรา เป็นต้น โดยการใช้สรรพนามที่ถูกต้องนั้นต้องดูว่ามีความสอดคล้องกับคำนามหรือสรรพนามที่กล่าวครั้งแรกของประโยคที่เราเอามาใช้แทนหรือไม่ แต่ในบางครั้งคำสรรพนามเป็นพหูพจน์ แต่คำนามและคำสรรพนามที่กล่าวครั้งแรกเป็นเอกพจน์ก็มี การใช้สรรพนามผิดพลาดมักจะสังเกตเห็นได้ยาก แต่ก็พบบ่อยครั้งโดยเฉพาะเวลาพูด

เราได้นำตัวอย่างแบบทดสอบมาให้เพื่อนๆได้ลองทดสอบกัน

Each one of the students in Ms. Smith’s Art class must supply THEIR OWN paintbrushes, paints, and watercolor paper.

A. No change
B. His or her own
C. His own
D. To each their own

คำตอบที่ถูก คือข้อ B. His or her own เพราะว่าคำว่า “Each” เป็นประธานของประโยคซึ่งเป็นเอกพจน์ เพราะฉะนั้นคำสรรพนามที่นำมาใช้ก็ต้องเป็นเอกพจน์ ก็จะเหลือข้อ B. กับ C. แต่การที่เราเลือกข้อ B. นั้น เพราะว่าข้อ C. เจาะจงว่าเป็นของผู้ชาย ซึ่งในโจทย์ไม่ได้ระบุว่าเด็กในห้องของ Ms.Smith เป็นผู้ชายทั้งหมด เราจึงเลือกตอบข้อ B.

2. Bad Comma Usage (การใช้เครื่องหมายคอมม่าหรือจุลภาคที่ผิด)

การวางเครื่องหมายคอมม่าผิดสามารถทำให้การสื่อสารผิดได้ โดยกฎของการใช้เครื่องหมายคอมม่านั้น เราใช้ก็เพื่อคั่นไม่ให้ประโยคนั้นยาวจนเกินไป ใช้แบ่งประเภทหมวดหมู่หรือสิ่งของให้อ่านได้ง่ายขึ้น และการใช้เครื่องหมายคอมม่ากับคำสันธานที่ใช้เชื่อมคำหรือประโยคเข้าด้วยกัน (Coordinating conjunctions) ถ้าหากเราต้องการใช้ให้ถูกต้องก็ควรที่จะฝึกฝน จดจำ โดยเราได้ลองยกตัวอย่างจากแบบทดสอบ SAT มาให้เพื่อนๆได้ดูกัน

In the past, hurricanes were all given WOMEN’S NAMES, NOW THEY ARE given name both men and women.

A. Women’s names, now they are
B. Women’s names now they are
C. Women’s names; now they are
D. Women’s names; now they are being

คำตอบที่ถูกต้องคือข้อ C. เราจะใช้เครื่องหมายคอมม่าเพื่อคั่นประโยคหลักกับประโยครอง แต่ถ้าหากเราต้องการขยายความประโยคที่อยู่ด้านหน้า เราจะใช้เครื่องหมายอัฒภาค (semicolon) เป็นตัวเชื่อมประโยค ซึ่งก็จะเหลือข้อ C.เพราะว่ามีการใช้คำกริยาที่เหมาะสมตรงตามกับที่โจทย์กำหนด

3. Bad “Who/Whom” Usage (การใช้ Who และ Whom)

คำสรรพนาม “who” มักใช้แทนตำแหน่งประธานของประโยค และ “whom” มักใช้แทนตำแหน่งกรรมของประโยค แต่ส่วนใหญ่ในภาษาพูดเรามักจะใช้ “who should I give my application to?” หรือ “who did you give the ball to?” ซึ่งจะผิดหลักไวยากรณ์ โดยถ้าหากเราทำจนเป็นความเคยชินก็จะทำให้เราเสียคะแนนในการทำแบบทดสอบภาษาอังกฤษได้ โดยได้ยกตัวอย่างโจทย์ จากแบบทดสอบ ACT

If the tribesmen did not dance, the spirits WHOM ATTENDED the feast would be angry and the animals, necessary for food and warmth, would stay away.

A. No change
B. Who attended
C. Whom have attend
D. With whom attended

คำตอบที่ถูกต้องคือข้อ B. เพราะว่า “who” ในที่นี้แทนคำว่า “spirits” ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานของวลี ส่วนตัวเลือกอื่นๆใช้กริยา และคำสรรพนามที่ผิด

4. Bad Apostrophe Usage (การใช้เครื่องหมายวรรคตอนที่ผิด)

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าการใช้ เครื่องหมายวรรคตอนเติม s (‘s) นั้นใช้กับคำที่เป็นพหูพจน์ ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่ ยกตัวอย่าง Weddings ไม่ใช่ Wedding’s หรือ Birthdays ไม่ใช่ Birthday’s คราวนี้ลองมาดูตัวอย่างจากคำถามจากแบบทดสอบ ACT

The collision sounds of screeching tires and shattering glass in the westbound lanes stopped the three BUSES headed east on the other side of the freeway.

A. No change
B. Bus’s
C. Buses’
D. Bus

คำตอบที่ถูกต้องคือข้อ A. เพราะว่ารถบัสในที่นี้มีสามคัน ต้องเป็นพหูพจน์ เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นจะต้องใส่เครื่องหมายวรรคตอนเติม s

5. Bad “It’s/Its” usage (การใช้ It’s/Its ที่ผิด)

บางครั้งเราอาจจะพิมพ์ผิด หรือการใช้คำว่า “It’s”(ย่อมากจาก It is หรือ It has ก็ได้) กับ “Its” (แสดงความเป็นเจ้าของสิ่งของนั้นๆ) สลับกัน โดยจะทำให้เราถูกหักคะแนนจากผู้ให้คะแนนสอบได้ ยกตัวอย่างจากแบบทดสอบ SAT

Alexis INSISTS THAT her neighbor owns the black cat on THE Happy Cat television commercial and, INCREDIBLY, it performs IT’S own stunts!

โดยจุดที่ผิดคือตำแหน่งของ “it’s” ซึ่งควรจะเป็นคำว่า “Its” เพราะแสดงถึงความเป็นเจ้าของแมวสีดำตัวนั้น

6. Bad usage of Parallel structure (การใช้โครงสร้างคู่ขนานที่ผิด)

ถ้าหากเรามองสิ่งที่อยู่รอบๆตัวเรา เราจะพบว่ามันมีความสมมาตร หรือความสมดุลกัน ประโยคภาษาอังกฤษก็มีความคล้ายคลึงและสมดุลเหมือนกัน ถ้าหากวลีหรือประโยคแรกของเราใช้กริยาในอดีต (past tense) วลีหรือประโยคถัดมาก็ควรใช้กริยาในอดีตด้วย หรือถ้าหากเราใช้คำกริยาเติม ing (gerund) อธิบายถึงสิ่งที่เราชอบทำในเวลาว่าง เราก็ควรใช้ gerund อธิบายถึงสิ่งที่เหลือด้วย เช่น i like to running, reading, and swimming เป็นต้น ยกตัวอย่างจากแบบทดสอบ GMAT
In order to qualify for the PGA Tour, aspiring golfers are required to place in the top 30 at Qualifying School, WIN THREE EVENTS ON THE NATIONWIDE TOUR, OR TO FINISH IN THE TOP 20 of the Nationwide Tour’s earnings list.

A. Win three events on the Nationwide Tour, or to finish in the top 20
B. Win three events on the Nationwide Tour, or finishing in the top 20
C. to win three events on the Nationwide Tour, or finishing in the top 20
D. to win three events on the Nationwide Tour, or to finish in the top 20
E. to win three events on the Nationwide Tour, or to finish in the top 20

คำตอบที่ถูกต้องคือข้อ E. ซึ่งในประโยคได้พูดถึงคุณสมบัติของผู้ที่จะเข้าไปเล่นในรายการ PGA Tour จะต้องมีสามสิ่งคือ “to place” “win” and“to finish” โดยกริยาตัวแรกและตัวสุดท้ายอยู่ในรูปกริยาช่องที่ 1 (infinitive verb) รวมทั้งมีคำว่า “to” อยู่ด้านหน้าของกริยาทั้งสองตัวด้วย จึงทำให้กริยาคำว่า “win” ต้องเติม to + infinitive verb

7. Bad Subject/Verb Agreement (การเติมความสัมพันธ์ระหว่างประธานและกริยาที่ผิด)

ในบางครั้งเราอาจสับสนว่าประธานของประโยคนั้นมีคำที่ค่อนข้างยาว ทำให้เราไม่มั่นใจ ควรจะดูหรือสังเกตที่ตรงไหนว่าเป็นเอกพจน์หรือพหูพจน์หากเรามองผิด ก็จะทำให้เราเลือกใช้กริยาที่ผิดไปด้วย ยกตัวอย่างจากแบบทดสอบ GMAT

Information for travelers, such as road maps, hotel directions, or rest area locations, ARE PROVIDED FREE OF CHARGE FROM THE AUTOMOTIVE CLUB, LONG KNOWN FOR ITS roadside assistance plan.

ประโยคที่ถูกต้องคือ “is provided free of charge from the automotive club, long known for its” เพราะว่า การที่เราเปลี่ยนคำว่า “are” เป็น “is” ก็คือดูจากประธานในที่นี้คือ information เป็นนามนับไม่ได้ ใช้เอกพจน์ รวมทั้งคำว่า “Its” ในที่นี้ก็แทนคำว่า “information” จึงใช้รูปแบบเดิมได้เลย