คนรุ่นมิลเลเนียลในสหรัฐฯ เจออุปสรรคทางเศรษฐกิจมากกว่าคนรุ่นอื่น

คนรุ่นมิลเลเนียลในสหรัฐฯ เจออุปสรรคทางเศรษฐกิจมากกว่าคนรุ่นอื่น
VOA

สนับสนุนเนื้อหา

ผลการศึกษาชิ้นใหม่ชี้ว่าชาวอเมริกันที่อายุ 20 ถึง 30 ปีมีรายได้น้อยกว่าเนื่องจากไม่มีการศึกษาระดับปริญญาตรีและมีโอกาสสูงกว่าในการเสียชีวิตตั้งแต่อายุยังน้อยสูงกว่าเมื่อเทียบกับชาวอเมริกันรุ่นแก่กว่าจากการฆ่าตัวตายหรือจากการเสพยาเกินขนาด

David Grusky นักสังคมวิทยาและผู้อำนวยการแห่งศูนย์ด้านความยากจนและความไม่เท่าเทียมที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและผู้ร่วมร่างรายงานกล่าวว่าปัญหาต่างๆ ที่รุมเร้าคนรุ่มมิลเลเนียลในปัจจุบันเป็นผลพวงจากการตัดสินใจทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในช่วงปลายยุค 70 แต่ตอนต้นยุค 80

Grusky กล่าวว่านี่เป็นช่วงที่ความไม่เท่าเทียมทางรายได้เริ่มส่งผลกระทบ เป็นช่วงที่อเมริกาสูญเสียชนชั้นกลางไปจำนวนมากเเละสูญเสียงานด้านการผลิต โดยไม่มีการคิดถึงการดูแลคนที่ต้องตกงานเนื่องจากผลกระทบของโลกาภิวัตน์และการค้า ตลอดจนการ outsourcing (ใช้ทรัพยากรในต่างประเทศแทนคนในประเทศ)

Grusky กล่าวว่าในช่วงปลายยุค 70 และต้นยุค 80 สหรัฐฯ ตัดสินใจว่าต้องการพัฒนาเศรษฐกิจไปในรูปแบบใหม่ ซึ่งในที่สุดได้สร้างผลกระทบทางลบ

ความเสียเปรียบของชาวอเมริกันยุคมิลเลเนียลหลายๆ คนเกิดขึ้นทันทีที่คนเหล่านี้เริ่มเข้าสู่ตลาดงานในช่วงภาวะเศรษฐกิจขาลงในอเมริกาครั้งใหญ่หรือ Great Recession ที่เกิดขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 2007 ถึง 2009 ซึ่งถือว่ารุนแรงที่สุดตั้งแต่หลังภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ที่สุดที่เรียกว่า the Great Depression หลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง จนทำให้ชาวมิลเลเนียลในสหรัฐฯ จำนวนมากเข้าสู่ตลาดงานช้าลงและหลายคนต้องเข้าทำงานในตำแหน่งที่ตนเองมีคุณสมบัติสูงกว่า

นอกจากนี้ สถานการณ์แย่มากกว่าที่ควรเป็นเพราะโรงเรียนรัฐบาลในช่วงนั้นได้รับเงินทุนน้อยลงเพราะรัฐต่างมีงบประมาณน้อยลงเพราะภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยรัฐบาลมักตอบสนองต่อภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ด้วยการขึ้นค่าเรียน ทำให้มีนักศึกษาจำนวนมากขึ้นที่เรียนจบพร้อมกับหนี้ค่าเล่าเรียนก้อนโต

Grusky กล่าวว่าชาวมิลเลเนียลไม่มีงานทำทันทีหลังเรียนจบเหมือนคนรุ่นก่อนหน้า ทำให้ไม่สามารถจ่ายหนี้ค่าเล่าเรียนได้และชาวมิลเลเนียลที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือคนที่ไม่ได้เรียนในระดับมหาวิทยาลัย

Grusky กล่าวว่าชาวมิลเลเนียลอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันมักประสบอุปสรรคมากกว่าเนื่องจากช่องว่างทางเชื้อสายในกลุ่มผู้ใหญ่อายุน้อยขยายกว้างขึ้นกว่าในช่วงการเรียกร้องสิทธิ์ประชาชนเกือบ 60 ปีที่แล้ว

อุปสรรคต่างๆ เหล่านี้อาจเป็นต้นเหตุของการเสียชีวิตก่อนวัยที่เพิ่มมากขึ้น อัตราการเสียชีวิตของคนอเมริกันอายุ 25 - 34 ปีพุ่งขึ้นไปถึงร้อยละ 20ระหว่างปี ค.ศ. 2008 ถึง 2016 ส่วนมากเกิดจากการฆ่าตัวตายและการใช้สารเสพติดเกินขนาดและอัตราการตายแบบนี้สูงมากที่สุดในกลุ่มชายผิวขาวที่ไม่มีเชื้อสายฮีสเปนิคหรือที่ร้อยละ 27

Grusky กล่าวว่าตนเองรู้สึกว่าไม่ยุติธรรมที่สื่อมวลชนมักมีการแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อมวลชนว่าคนรุ่นมิลเลเนียลถูกกล่าวโทษ เขาบอกว่าตนมองชาวมิลเลเนียลว่าเป็นเหมือนนกคีรีบูนในเหมืองถ่านหินที่ช่วยเตือนให้เราเห็นว่าเศรษฐกิจใหม่ของสหรัฐฯ มีผลเสียร้ายแรง เราไม่ควรโทษนกที่ตายเพราะควันพิษ แต่เราต้องโทษเหมืองถ่านหินและควันพิษที่เป็นต้นเหตุให้นกตาย

(เรียบเรียงโดยทักษิณา ข่ายแก้ว วีโอเอภาคภาษาไทยกรุงวอชิงตัน)

ติดตามSanook! Campus

ติดตาม Sanook! Campus