"หมอเอ้ก คณวัฒน์" กับประสบการณ์ ‘ตั้งไข่’ บนสนามการเมือง

"หมอเอ้ก คณวัฒน์" กับประสบการณ์ ‘ตั้งไข่’ บนสนามการเมือง
CU Around

สนับสนุนเนื้อหา

จักษุแพทย์หนุ่มหน้าหยก หมอเอ้ก นพ.คณวัฒน์ จันทรลาวัณย์ เป็นน้องใหม่ที่ถูกจับตามองช่วงการเลือกตั้งที่ผ่านมา แม้จะไม่ได้ขึ้นเวทีการเมืองรอบนี้ แต่นั่นไม่ได้ลดทอนกำลังใจและพลังคิดบวกของคุณหมอ วัย 29 ปีนี้เลย

47584796_309897299657604_4424

คุณให้คุณค่ากับการประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างไร

ต้องดูก่อนว่า ความสำเร็จวางอยู่บนหลักของอะไร ตอนที่ผมใช้ทุนอยู่ต่างจังหวัดมีช่วงหนึ่งที่ผมคิดว่าเราเกิดมาทำไม สิ่งที่เราโหยหาจากการที่มีชีวิตอยู่จริงๆแล้วคืออะไร ผมดูแล้วว่าชีวิตที่มีคุณค่าของผมประกอบด้วย หนึ่ง ผมสามารถดูแลตัวเองและครอบครัวได้ สอง สิ่งที่ผมทำต้องเกิดประโยชน์ต่อคนหมู่มากได้ทำให้ชีวิตของคนอื่นดีขึ้น และ สาม ทีมงานคนที่อยู่ในระบบสนับสนุนของผม ก็ต้องมีความสุขด้วย ความสำเร็จของผมคือการตอบโจทย์สามอย่างนี้

เป้าหมายในชีวิตของคุณคืออะไร?

อาชีพที่ผมเลือกตอบโจทย์เป้าหมายทำเพื่อคนอื่นของผม ผมคิดว่าการผลักดันนโยบายไม่จำเป็น ที่จะต้องผลักดันผ่านอำนาจรัฐอย่างเดียวเท่านั้น อาจจะผลักดันจากภาคเอกชนก็เป็นไปได้ เช่นนโยบายในการสร้างฐานข้อมูลสุขภาพ เป็นต้น

43278367_2174589216113405_396

ไม่ใช่เป็นนักการเมืองหรือ?

ในระยะยาวผมก็อยากจะเข้ามาทำงานด้านการเมืองเพราะผมเคยอยู่ในภาคเอกชนมาก่อน ผมรู้ว่ามันมีกฎระเบียบบางอย่างปิดกันไว้ การเปลี่ยนแปลงต้องเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนทั้งส่วนบนลงมาและส่วนล่างด้วยควบคู่กัน

ทำไมสนใจเรื่อง ‘ความเท่าเทียมของมนุษย์’

ผมไปเรียนคอร์สระยะสั้นด้านนโยบายสาธารณะและการเมืองที่ออกฟอร์ด หนึ่งในวิชาที่ผมได้เรียนมาคือ วิชาปรัชญา จอห์น รอลส์ (John Rawls) เคยพูดว่า วันหนึ่งคุณสลบ พระเจ้ามาหาให้กระดาษแผ่นหนึ่งให้คุณวาดสังคมอะไรก็ได้ ให้คุณวาดเลยที่คุณอยากจะได้ แต่ ณ วันที่คุณออกจากโรงพยาบาลแล้วไปอยู่ในสังคมที่คุณวาดขึ้น คุณไม่รู้นะว่าคุณจะอยู่ตรงไหนของสังคม นี่คือเรื่องของความเท่าเทียม ถ้าคุณจะออกนโยบายเพื่อสังคมที่มีความเท่าเทียมกันเนี่ย คุณต้องคิดว่าถ้าลูกคุณเกิดมาถ้าคุณไม่ได้มีทุน อยู่ในสังคมชั้นสูง ลูกคุณเข้าไปอยู่ คุณต้องการสังคมแบบไหน

การเรียนในคณะแพทยศาสตร์ สร้างความเป็น “หมอเอ้ก” อย่างไรต้องเล่าย้อนกลับไปว่า ผมตั้งใจเข้าหมอ จุฬาฯ อยากจะรักษาพ่อแม่ตัวเอง ตอนนั้นผมเลยขยันมากพอขึ้นปี 4 ผมก็ต้องเจอการปรับตัว ผมต้องพยายามและตอนนั้นผมรู้สึกว่าอยากทำอะไรที่ใหญ่กว่านี้มีผลต่อวงกว้าง เลยอยากทำงานวิจัย แล้วได้ทุนเยาวชนรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล พอไปถึงมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด มันเปลี่ยนวิธีคิดผม เยอะมาก ที่นั่นผมมีเวลาอยู่กับตัวเองเยอะ เลยมีคำถามกับตัวเองว่า แล้วชีวิตเราจะทำอะไร

52740142_331535147488645_4115

ได้ความคิดอะไรตอนไปทำวิจัยที่อเมริกา

มันมีคนที่เก่งกว่าเราเยอะ เราบอกว่าเราอยากอยู่จุดที่สูงสุด มันไม่มีคำว่าสูงสุด คำว่าสูงสุดหรือเก่งที่สุดมันไม่มีจริง คุณเป็นคนที่มีชื่อเสียงระดับโลกด้านนี้ แต่คุณก็ไม่ได้รู้ในทุกเรื่องของเรื่องนี้ บางครั้งนักศึกษาปริญญาเอกที่ทำงานในแลป คุณอาจจะรู้มากกว่าคุณก็ได้ เพราะเขาอยู่เฉพาะกับเรื่องตรงนี้ อย่างเดียวทุกวัน เขามีความรู้เรื่องนี้มากกว่าคุณด้วยซ้ำนะครับนี่เป็นมุมมองที่ผมได้จากตรงนั้น ความเก่งของผมไม่ใช่คุณรู้อะไรดีที่สุด แต่เป็นเรื่องที่คุณสามารถนำประสบการณ์ความรู้ของคุณนำมาประยุกต์ ใช้งานได้ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสิ่งที่คุณให้คุณค่า

ติดตามSanook! Campus

ติดตาม Sanook! Campus