"NINE BY NINE" เด็ก GEN Y มันก็เป็นแบบนี้แหละ ผ่านมุมมอง "เจมส์ - เจเจ - กัปตัน"

"NINE BY NINE" เด็ก GEN Y มันก็เป็นแบบนี้แหละ ผ่านมุมมอง "เจมส์ - เจเจ - กัปตัน"

สำหรับ Sanook! Campus เราคงต้องยอมรับเลยว่าเหล่าหนุ่มๆ NINE BY NINE ไอดอลชายสายเลือดไทยกลุ่มนี้เป็นวัยรุ่นที่มีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นทั้งเรื่องความสามารถ ความคิด และยังรวมไปถึงเรื่องการแสดงออกอีกด้วย

ซึ่งในครั้งนี้เราก็ได้มีโอกาสพูดคุยกับ เจมส์-ธีรดนย์, เจเจ-กฤษณภูมิ และ กัปตัน-ชลธร 3 หนุ่มจาก NINE BY NINE อย่างเป็นกันเองและเป็นส่วนตัว เราจึงไม่พลาดที่จะนำบทสัมภาษณ์ของทั้ง 3 หนุ่มนี้มาฝากเพื่อนๆ กัน เราบอกได้เลยว่าถ้าอ่านแล้วจะรักพวกเขามากขึ้นกว่าเดิมแน่นอน

20190212_190212_0018

เราคิดว่าเด็ก Gen Y อย่างพวกเรามีข้อดี กว่าเด็ก Gen อื่นๆ อย่างไรบ้าง ?

เจมส์-ธีรดนย์ ทำหน้าตาครุ่นคิดอยู่สักพัก ก่อนที่จะให้คำตอบมาว่า "ผมรู้สึกว่าเราผ่านมาแล้วทั้ง 2 ยุค ทั้งยุคที่เรายังไม่เข้าถึง Digital เต็มตัว และยุคที่ทุกอย่างกลายเป็น Digital แล้ว มันจึงทำให้ชีวิตของเราง่ายขึ้น มันทำให้เราเข้าใจและสามารถปรับตัวได้กับทั้งสองยุค จนกลายเป็นว่าเราได้เปรียบคนในยุคอื่นๆ หรือจะเรียกว่าเราสามารถ Balance ตัวเองได้ดีที่สุด อันนี้คือในมุมมองผมนะ" เจมส์กล่าวพร้อมยิ้มหวานให้

เราหันไปที่ เจเจ-กฤษณภูมิ ที่ดูเหมือนเตรียมคำตอบไว้แล้ว "สำหรับผมคิดว่าคน Gen เราน่าจะเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ได้ดีกว่าครับ รวมถึงเราน่าที่จะกล้าทดลองอะไรใหม่ๆ มีความกล้าที่จะคิดที่จะทำอะไรใหม่ๆ รวมไปถึงมุมมองที่กว้างและออกจากกรอบมากกว่าคน Gen อื่นๆ ครับ" เจเจให้คำตอบแบบชัดถ้อยชัดคำ

คำถามนี้ทำให้ กัปตัน-ชลธร นั่งคิดอยู่สักครู่ แต่เขาก็ให้คำตอบเรามาว่า "ผมคิดว่าคน Gen Y น่าจะมีความเปิดกว้างมากกว่า มันเหมือนเราอยู่ตรงกลางระหว่างคนที่กำลังจะโตและคนที่เป็นผู้ใหญ่ มันจึงทำให้เราสามารถมองภาพได้กว้างกว่าเยอะกว่าทั้งในมุมมองที่เก่าและมุมมองที่ใหม่ มีความคิดที่หลากหลายและมุมมองที่แตกต่างมากๆ ครับ" เขาพูดด้วยสีหน้าที่มีความสุข

20190212_190212_0003

ในช่วงวัยเรียนมีหลายๆ อย่างที่เราได้ทำเป็นครั้งแรก พอจะบอกได้ไหมว่ามีเรื่องไหนบ้างที่เราประทับใจที่สุด ?

เราคิดว่าคำถามนี้คงเป็นคำถามที่ทำให้เราน่าจะได้ทราบถึงเรื่องน่ารู้ในช่วงวัยเด็กของเหล่าหนุ่มๆ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งมันก็เป็นอย่างที่เราคิดจริงๆ โดย เจมส์-ธีรดนย์ พูดด้วยสีหน้าขึงขังปนความภูมิใจเล็กๆ ว่า "น่าจะเป็นการทำงานครั้งแรกนะครับสำหรับผม เพราะผมทำงานครั้งแรกตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม ซึ่งครั้งแรกที่ได้งานมันทำให้ผมรู้สึกเบิกบานหัวใจมาก มันเป็นความรู้สึกดีที่บอกไม่ถูกเลยครับ"

ซึ่งเราก็ได้คำตอบคล้ายๆ กันจาก เจเจ-กฤษณภูมิ โดยเขาให้คำตอบเรามาว่า "สำหรับผมก็เป็นเรื่องการทำงานเหมือนกันครับ เพราะผมได้ทำงานครั้งแรกตอนอายุ 15-16 ปี ก็เลยรู้สึกตื่นเต้น เพราะมันเป็นอะไรที่แปลกใหม่ ที่เรายังไม่เคยได้ลองทำมาก่อนครับ"

ในจุดนี้เราเชื่อว่าก็คงจะได้คำตอบคล้ายๆ กันจากหนุ่ม กัปตัน-ชลธร แน่ๆ แต่ เราคิดผิด เพราะเจ้าหนุ่มน้อยคนนี้ให้คำตอบที่ฉีกจาก 2 คนก่อนหน้านี้มากๆ โดยเขาบอกว่า "เชื่อว่าเด็กๆ ผู้ชายทุกคนคงเคยผ่านประสบการณ์แบบนี้มา อย่างเช่นการโดดเรียนครับ การโดดเรียนครั้งแรก สำหรับตัวผมเป็นอะไรที่ตื่นเต้นดี (หัวเราะ) ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและจดจำได้ถึงตอนนี้เลยครับ"

20190212_190212_0012

ถ้าเราสามารถพักจากการเป็นบุคคลสาธารณะ แล้วกลับไปเป็นตัวเองได้ 1 เดือน เราอยากจะทำอะไร ?

โดยเราเคยพูดคุยประเด็นนี้กับ เจเจ-กฤษณภูมิ มาก่อนหน้านี้ เราจึงอยากที่จะรู้ว่าถ้าเขาไม่ต้องทำงาน สามารถดึงความเป็นตัวเองกลับมาได้นั้นเขาอยากทำอะไร โดยเขาให้คำตอบมาอย่างเรียบง่ายว่า "ผมอยากจะกลับไปอยู่บ้านที่เชียงใหม่ ไปใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวครับ ความต้องการผมมีแค่นั้นเลย"

>> ถามตรงตอบตรง เจเจ กฤษณภูมิ เคยอยากออกจากวงการ เพราะสูญเสียความเป็นตัวเอง

ส่วน เจมส์-ธีรดนย์ ได้ให้คำตอบกับเราว่า "ผมอยากจะไปทะเลครับ ผมเป็นคนที่ชอบทะเลมาก เพราะผมรู้สึกว่าไปแล้วรู้สึกสบายใจ เหมือนเราได้เอาความเหนื่อยไปทิ้งไว้ที่นั่น" เขาพูดพร้อมยิ้มอย่างมีความสุข

กัปตัน-ชลธร ตอบอย่างมั่นใจว่า "ผมขอไปต่างประเทศครับ จะเป็นประเทศไหนก็ได้ เพราะผมชอบไปต่างประเทศมากๆ ได้พาตัวเองไปเปิดหูเปิดตาในโลกใหม่" น้ำเสียงของเขาดูแฮปปี้ประหนึ่งว่าพรุ่งนี้จะได้ไปเที่ยวต่างประเทศจริงๆ

20190212_190212_0009

จากประโยคที่พูดว่า "ขอสักครั้งจะตั้งใจเรียน" ถ้าหากให้เราขอ เราอยากจะขออะไร ?

เจมส์-ธีรดนย์ ให้คำตอบกับเราว่า "คงไม่มีครับ ผมก็คงจะเรียนของผมอย่างนี้แหละ คงไม่ต้องตั้งใจมากกว่านี้แล้ว เพราะผมเองก็ไม่ได้อยากตั้งใจมากกว่านี้" เขาพูดพร้อมหัวเราะติดตลกแบบขำๆ

ซึ่งทาง เจเจ-กฤษณภูมิ ก็เตรียมคำตอบมาเป็นที่เรียบร้อยขณะที่รอ เจมส์ ตอบคำถามอยู่ก่อนหน้านี้ เขาตอบว่า "ไม่มีเลยครับ ตอนนี้ผมคิดว่าผมมีความสุขกับตัวเองแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีอะไรเพิ่มแล้ว แต่ถ้าเรื่องตั้งใจเรียนคือผมสามารถตั้งใจเรียนได้อยู่แล้ว แต่แค่ตอนนี้มันยังไม่มีอะไรในใจให้โฟกัสครับ" เขาตอบพร้อมรอยยิ้มตาสระอิ

กัปตัน-ชลธร ยิ้มกรุ้มกริ่มก่อนที่จะตอบคำถาม ประหนึ่งว่าเขาได้คิดคำตอบที่มาฆ่าสองคนก่อนหน้านี้ได้แล้ว โดยเขาตอบมาอย่างมั่นใจและหนักแน่นว่า "ของผมยังไงก็คงตั้งใจเรียนไม่ได้ครับ" เขาหัวเราะหลังจากตอบคำถาม ...แต่ทั้งห้องกลับเงียบ รวมถึงทางเราด้วย ประหนึ่งไว้อาลัยมุกของเขาโดยไม่ได้นัดหมาย

cats

ถ้าถามถึงการใช้คำว่า "นะค่ะ" แบบผิดๆ เรามองเรื่องนี้อย่างไร ?

คำถามนี้ทำให้ เจมส์-ธีรดนย์ ที่เป็นคนที่มีความฉลาดและไหวพริบในการตอบคำถามถึงกับนั่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง (เพราะกำลังสนุกอยู่กับการกินป็อปคอร์นที่ทางเรานำมาเสิร์ฟขณะสัมภาษณ์) ก่อนที่จะตอบกลับมาว่า "ผมคิดว่ามันแย่มากเลยครับ เพราะมันเป็นคำที่ง่ายมากจริงๆ และคนเราก็ใช้กันอยู่ทุกวัน แต่สุดท้ายก็ยังใช้ผิด" เจมส์พูดขณะที่กำลังหยิบป็อปคอร์นขึ้นมารับประทาน

ส่วน เจเจ-กฤษณภูมิ (ผู้กำลังกินป๊อปคอร์นอยู่) ได้เตรียมคำตอบเอาไว้แล้ว เขาได้ตอบว่า "ผมรู้สึกว่ามันเป็นคำที่ควรใช้ให้ถูก คือมันเป็นเรื่องที่เล็กๆ น้อยๆ มากแต่เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่หลายคนก็ยัง เอ่อ...ใช้ไม่ถูกต้อง ซึ่งมันก็นะ" เขาพูดไปยิ้มไปพร้อมหยิบป็อปคอร์นขึ้นมาเคี้ยวอย่างออกรส

และเมื่อเราหันหน้าไปหา กัปตัน-ชลธร เขาได้ให้คำตอบเราอย่างฉะฉาน มาว่า "สำหรับผม ผมใช้ไม่เป็นครับ เพราะเป็นผู้ชายเลยไม่ค่อยได้ใช้คำนี้ แต่ว่าการใช้คำสะกดคำให้ถูกต้อง ผมคิดว่ามันแสดงให้เราเห็นถึงความเอาใจใส่ในการสื่อสารนะครับ" เขาตอบพร้อมส่งรอยยิ้มสดใสที่ทำให้โลกทั้งใบสว่างมาให้เรา

ct(9)

สมมติว่าวันนี้เรามีโอกาสได้เป็นซูเปอร์ฮีโร่สักคน เราอยากจะเป็นซูเปอร์ฮีโร่คนไหน ?

ข้อนี้ เจมส์-ธีรดนย์ ตอบอย่างมั่นใจเป็นคนแรกว่า "ผมอยากเป็น Iron Man ครับ เพราะว่าเขารวย ผมอยากได้ความไฮเทคแบบบ้านเขา เขารวยมากจริงๆ" หลังจากนั้น เจเจ-กฤษณภูมิ ก็เสริมตามมาอย่างติดๆ ว่า "ผมก็อยากเป็น Iron Man ครับ เหตุผลเดียวกันกับเขาเลย" ตามมาด้วย กัปตัน-ชลธร "ผมก็ด้วยๆ" แล้วทั้งสามคนก็หัวเราะกันอย่างสนุกสนาน

jj(10)

อะไรคือข้อดีของการเป็นตัวของตัวเอง พอจะบอกได้ไหม ?

ข้อนี้ เจมส์-ธีรดนย์ ให้คำตอบว่า "ผมรู้สึกว่าการเป็นตัวเรา โดยที่เราไม่ได้เบียดเบียนคนอื่นนี่แหละมันคือความสบายใจ เราไม่ต้องพยายาม ไม่ต้องเฟค เป็นตัวของตัวเองแบบนี้แหละครับ สบายใจที่สุดแล้ว" เจมส์พูดพร้อมนั่งเอนหลังพิงโซฟาแล้วยิ้มให้อย่างเป็นกันเอง

ส่วน เจเจ-กฤษณภูมิ ตอบว่า "ผมมองว่าการเป็นตัวของตัวเองมันทำให้สังคมน่าอยู่มากขึ้น แต่บางคนเขาอาจจะมีคนที่เป็นไอดอลหรือคนที่เขาอยากจะทำตามซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เรื่องผิด เพียงแต่ว่า เราต้องเลือกดึงเอาแค่เฉพาะด้านดีมาใช้ก็เท่านั้นเอง อีกอย่างถ้าทุกคนได้เป็นตัวของตัวเองโดยที่ไม่เป็นเหมือนใคร ผมเชื่อว่าสังคมมันน่าจะพัฒนาไปได้มากกว่านี้ครับ" เขาพูดพร้อมรอยยิ้ม

กัปตัน-ชลธร ทำหน้าจริงจังและให้คำตอบกับเรามาว่า "ผมมองว่าการเป็นตัวของตัวเอง มันเป็นการแสดงความจริงใจอย่างหนึ่งที่เรามีให้ต่อบุคคลอื่น มันเหมือนเป็นการที่เราให้เกียรติเขาด้วยการเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของเราให้กับคนอื่นครับ"

jmj(2)

สุดท้ายนี้อยากให้พวกเราฝากผลงานให้กับแฟนๆ ที่รอติดตามชมอยู่ ?

เจมส์ - เจเจ - กัปตัน "ตอนนี้เราก็มีซีรีส์เรื่อง Great Men Academy ที่กำลังออนแอร์ สามารถรับชมได้ทุกวันพุธเวลา 2 ทุ่ม รับประกันเลยว่าจะต้องเซอร์ไพรส์แน่นอน รวมถึงขอฝากคอนเสิร์ตของ 9x9 ด้วยเช่นกันครับ สามารถซื้อบัตรชมคอนเสิร์ตกันได้ที่ Thai Ticket Major ทุกสาขาเลยครับ"

ติดตามSanook! Campus

ติดตาม Sanook! Campus