“พี่จ้อน-เดชชาติ” มอเตอร์ไซค์รับจ้างขวัญใจทวิตเตอร์ แขวนเสื้อวิน ไปเป็นครูภาษาอังกฤษ

“พี่จ้อน-เดชชาติ” มอเตอร์ไซค์รับจ้างขวัญใจทวิตเตอร์ แขวนเสื้อวิน ไปเป็นครูภาษาอังกฤษ

พี่จ้อน-เดชชาติ มอเตอร์ไซค์รับจ้างขวัญใจทวิตเตอร์ แขวนเสื้อวิน ไปเป็นคุณครูสอนวิชาภาษาอังกฤษเต็มตัว ตัวอย่างความสำเร็จของคนที่ไม่หยุดการเรียนรู้

700_1

ถ้าเรามีความฝันและความตั้งใจจริง ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ไม่มีคำว่าสายเกินไป เหมือนกับ พี่จ้อน-เดชชาติ มอเตอร์ไซค์รับจ้างขวัญใจทวิตเตอร์ ที่มีความฝันมาตลอดที่อยากจะเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ ซึ่งล่าสุดพี่จ้อนก็เตรียมแขวนเสื้อวิน กลับไปจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อเดินตามความฝันเป็นครูสอนภาษาอังกฤษแล้ว หลังจากที่พี่จ้อนใช้เวลา 4 ปี ในการเรียน ระดับปริญญาตรี คณะรัฐศาสนประศาสนศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพฯ สุวรรณภูมิ แต่บอกเลยว่า ก่อนจะมาเป็นพี่จ้อน มอเตอร์ไซค์รับจ้างขวัญใจทวิตเตอร์ ในแบบทุกๆ วันนี้ พี่เขาต้องผ่านบททดสอบมาหลายๆ อย่างมาก ซึ่ง Sanook! Campus ได้มีโอกาส สัมภาษณ์ พูดคุยกับพี่จ้อน แบบ Exclusive มา เราก็เลยอยากจะนำเสนอเรื่องราวที่เป็นแรงบันดาลใจชั้นดีในการเรียนเรื่องภาษาของ พี่จ้อน-เดชชาติ มอเตอร์ไซค์รับจ้างขวัญใจทวิตเตอร์ ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน

14063_427981287365637_9076691

พี่จ้อนเป็นคนศรีสะเกษ แต่เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ รวมแล้วประมาณกว่า 20 ปี ตอนแรกเข้ามาทำงานโรงงานก่อนได้ประมาณ 10 ปี จากนั้นเปลี่ยนมาขับวินมอเตอร์ไซค์ โดยมีความฝันสูงสุดคือการเป็นครูสอนภาษาอังกฤษให้เด็กๆ ต่างจังหวัด แม้ถ้าเทียบรายได้กันแล้ว การเป็นวิทยากรสอนภาษาอังกฤษจะได้เงินเดือนน้อยกว่าการเป็นมอเตอร์ไซค์รับจ้างแต่ก็รู้สึกคุ้มค่ากว่า เพราะเป็นงานที่ตนเองอยากทำ และรู้สึกว่าไม่ต้องเสี่ยงกับความอันตรายบนท้องถนน รวมไปถึงควันพิษต่างๆ

การกลับไปอยู่บ้านเกิดที่ค่าครองชีพไม่สูง สำหรับพี่จ้อนถือว่าโอเค อากาศก็ดี และยังได้กลับไปอยู่ใกล้บ้านกับภรรยาของตนเองด้วย ตอนขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างได้รายได้เฉลี่ยวันละประมาณ 1,000 บาทรวมการส่งเอกสารด้วย เดือนๆ นึงไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นบาท

10505314_312718125558621_8571

ถ้าจะถามสำหรับความสนใจเรื่องภาษาอังกฤษนั้น พี่จ้อนมีมาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่ตนเองทำงานในโรงงาน เริ่มฝึกจากการท่องดิกชันนารี่ อ่านหนังสือง่ายๆ พอมาขับวินมอเตอร์ไซค์เจอฝรั่งถามทาง ถามราคาก็ตอบไม่ได้ เลยยิ่งรู้สึกว่าอยากเรียนรู้ภาษาอังกฤษได้ เลยเริ่มฝึกด้วยตัวเองทั้งอ่านภาษาอังกฤษจากป้ายต่างๆ ดูหนัง ฟังเพลง ดูยูทูป โดยพี่จ้อนเริ่มเรียนรู้ภาษาอังกฤษตั้งแต่ตัวเองอายุ 35 ปี ปัจจุบันอายุ 45 ปี เป็นเวลา 10 ปีแล้วที่ฝึกฝนภาษาอังกฤษมา

image222

นอกจากพี่จ้อนจะตั้งใจฝึกฝนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองแล้ว ยังสนใจเรื่องช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ สร้างเพจเฟชบุ๊ก ทวิตเตอร์เพื่อหางาน อย่างเช่นรับจองตั๋วคอนเสิร์ต จากนั้นก็เริ่มมีลูกค้าติดต่อเข้ามา ส่งข้อความเข้ามา วันที่พี่จ้อนมั่นใจว่าตัวเองอ่านและเข้าใจภาษาอังกฤษวันแรกก็คือวันที่ลูกค้าส่งข้อความมาทาง inbox และถามราคาค่าบริการ พี่จ้อนก็ตอบออกไป

ก่อนหน้านี้พี่จ้อนโด่งดังมากในโลกโซเชียล จนทำให้มหาวิทยาลัยกรุงเทพฯ สุวรรณภูมิ มาชักชวนให้ไปเรียนต่อระดับปริญญาตรีในคณะรัฐประศาสนศาสตร์ ตามความสนใจที่พี่จ้อนมี พี่จ้อนจึงมีโอกาสได้เรียนต่อในระดับปริญญาตรี โดยใช้เวลาเรียนวันเสาร์ อาทิตย์ และใช้เวลา 4 ปีจนกระทั่งจบปริญญา

27459512_918156458348115_4913

"หลังจากรู้ภาษาอังกฤษแล้วรู้สึกว่างานจะเยอะขึ้น เพราะมีคนรู้จักผมเพิ่มมากขึ้น อย่างเรื่องการไปสอบเข้าเป็นวิทยากรสอนภาษาอังกฤษนั้นก็เกิดจากคนในแวดวงการศึกษาแนะนำ โดยไม่ต้องมีวุฒิการศึกษาด้านการเป็นครู" โรงเรียนที่พี่จ้อนไปสอนเป็นโรงเรียนบ้านโสน อ.ขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นโรงเรียนขยายโอกาส ที่เปิดสอนในระดับอนุบาล จนถึงระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 สำหรับวิชาพี่จ้อนจะต้องไปสอนเป็นวิชาการใช้ชีวิตภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน โดยยังไม่ได้มีการระบุชั้นที่ให้ไปสอน ก่อนหน้านี้พี่จ้อนเคยสอนและอบรมการใช้ภาษาอังกฤษให้กับโรงเรียนต่างๆ อยู่แล้ว ดังนั้นจึงมีสไตล์และสื่อการสอน

dhfreebvmaah-rt

พี่จ้อนเสริมว่า "ถ้าไปสอนแล้วจะหาโอกาสไปสอบเอาวุฒิการศึกษาด้านการเป็นครูเพื่อต่อไปจะได้สมัครเป็นครูแบบที่ตัวเองใฝ่ฝัน" แม้ตอนนี้ตนเองจะอายุ 45 แต่ก็มองว่ายังไม่เยอะเกินไปสำหรับการจะทำตามความมุ่งมั่นและตั้งใจของตนเอง เพราะเรายังมีไฟอยู่

image1

สำหรับคำแนะนำสำหรับคนรุ่นใหม่หรือคนที่รู้สึกว่าภาษาอังกฤษยากเกินที่จะเรียนรู้ พี่จ้อนฝากบอกว่า "มันไม่ยาก ไม่ง่าย แต่เราตั้งใจก็ไม่มีอะไรยากจนเกินไป และให้เราคิดไว้เสมอว่าภาษาอังกฤษนั้นมีความจำเป็นและมันควรเป็นภาษาที่ 2 ที่เราควรสื่อสารได้"

ติดตามSanook! Campus

ติดตาม Sanook! Campus