คลายปม ′ศิลปากรบางรัก′ - "ผศ.ชัยชาญ" เผย ′เรานึกถึงลูกศิษย์เป็นอันดับแรก′

คลายปม ′ศิลปากรบางรัก′ - "ผศ.ชัยชาญ" เผย ′เรานึกถึงลูกศิษย์เป็นอันดับแรก′

คลายปม ′ศิลปากรบางรัก′ - "ผศ.ชัยชาญ" เผย ′เรานึกถึงลูกศิษย์เป็นอันดับแรก′
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

สัมภาษณ์โดย ทสิตา สุพัฒนรังสรรรค์

วานนี้ (4 เม.ย.) ที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชัยชาญ ถาวรเวช อธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร ให้สัมภาษณ์กับ "มติชนออนไลน์" ภายหลังเป็นประธานเปิดเทศกาลฉายภาพยนตร์จุลนิพนธ์ ครั้งที่ 2 โดยนักศึกษาเอกภาพยนตร์ สาขานิเทศศาสตร์ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร ถึงกรณีที่เมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร ออกแถลงการณ์ยุติการรับนักศึกษาหลักสูตรนิเทศศาสตร์ ในระบบกลาง (Admissions) นอกสถานที่ตั้ง ณ ศูนย์การศึกษา อาคาร กสท. โทรคมนาคม บางรัก อันเนื่องมาจากการประเมินของคณะกรรมการด้านมาตราฐานอุดมศึกษา หรือ สกอ. ซึ่งภายหลังแถลงการณ์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไปได้สร้างความกังวลใจให้แก่เด็กนักเรียน ที่ติดโควต้าของคณะนิเทศฯ ศิลปากร และเป็นกระแสที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชัยชาญ ถาวรเวช


@ จากปัญหาที่เกิดขึ้น ทางมหาวิทยาลัยจะเยียวยาผู้ที่ถูกกระทบสิทธิ โดยเฉพาะเด็กนักเรียนที่ได้โควต้าอย่างไร

จากกรณีที่เกิดขึ้น มีเด็กๆ หลายคนก็หวังว่าจะเรียนในกรุงเทพฯ ซึ่งหากเปลี่ยนกลางคัน ตัวเด็กเองจะเสียประโยชน์ในฐานะที่เป็นผู้บริโภค ฉะนั้น ทางมหาวิทยาลัยจึงจะเยียวยาโดยให้สิทธิพิเศษ สามารถเลือกเรียนสาขาอื่นที่อยากเรียนในศิลปากรได้ ยกเว้นสาขาศิลปะและการออกแบบที่ใช้ทักษะพิเศษ เช่น มัณฑนศิลป์ โดยทางมหาวิทยาลัยจะเจรากับคณะวิชาให้รับเป็นกรณีพิเศษ อันนี้ได้ปรึกษากันระดับรองอธิการฯ มาแล้ว

ส่วนถ้าเด็กสนใจไปเพชรบุรี เราก็ยินดี ไม่ต้องไปสมัครอะไรอีกแล้วมีสิทธิไปเพชรบุรี ตอนนี้ยืนยันว่าจะย้ายไปเพชรบุรี กลับไปที่ตั้งแน่นอน นอกจากนี้ ตอนนี้มหาวิทยาลัยกำลังผลักดันให้มี city campus บริเวณ กรุงเทพฯ หรือ ชานเมือง ซึ่งหากเกิดขึ้น ก็อาจย้ายการเรียนการสอนบางคณะ จากนครปฐมและเพชรบุรีเข้ามา

@ เรื่องสาขาวิชา ที่แถลงการณ์ระบุว่าจะเปิดรับเพียง 2 สาขา คือ ลูกค้าสัมพันธ์ และวารสารและหนังสือพิมพ์ จะเปลี่ยนแปลงไหม

ยอมรับว่าจากกรณีที่เกิดขึ้นนี้ ส่งผลกระทบอย่างมาก ต่อทั้งคณะวิชา มหาวิทยาลัย โดยเฉพาะกองบริการการศึกษา และ สกอ. โดยเฉพาะ มีผู้ปกครองโทรมาต่อว่าคณะว่า ลูกของเขาหมายมั่นปั้นมือ ตั้งใจจะเรียนที่คณะไอซีที และสาขาฟิมล์ เพราะทั้งสองสาขาเป็นที่ชื่อชอบของน้องๆ ม.ปลาย และหลายคนตั้งใจมาตั้งแต่ ม.ต้น แต่เมื่อไม่มี ก็ย่อมรู้สึกผิดหวัง เลยคิดว่าจะเปิดทั้ง 5 เอก ซึ่งเป็นข่าวดีของน้องๆ ซึ่งทางมหาวิทยาลัยก็ยินดี เพราะมีการเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุด

@ จะมีปัญหาลักษณะนี้เกิดขึ้นในอนาคตอีกหรือไม่

ไม่น่าจะ เพราะ เราย้ายกลับไปที่ตั้งแล้ว

@ ย้อนถามสาเหตุว่า อะไรคือ ความตั้งใจแรกที่ คณะไอซีที ต้องอยู่บางรัก และมีอาจารย์พิเศษ ซึ่งเป็นสาเหตุให้ สกอ. ประเมิน ไม่ผ่าน

คณะมีความตั้งใจ คือ ต้องการให้นักศึกษาจบไปแล้วทำงานเป็นเลย เพราะอย่างที่ทราบกันดี นายจ้างต้องเสียเวลาฝึกพนักงานใหม่เป็นเดือน พอเป็นงานแล้ว ก็เปลี่ยนงานใหม่ เพื่อปรับฐานเงินเดือน

เพราะเหตุนี้ มหาวิทยาลัยจึงต้องการผลิตบัณฑิต เพื่อตอบสนองความต้องการของสังคมได้ดี บัณทิตที่จบไป ต้องทำงานได้ทันที นี่คือ ความจำเป็นที่ต้องใช้ มืออาชีพ มาเป็น อาจารย์พิเศษ ซึ่งนี่ไม่ใช่ที่แรก ที่เมืองนอกก็ใช้แบบนี้ เพราะเขาต้องการให้มืออาชีพมาสอน เพราะมืออาชีพจะรู้ว่าต้องการพนักงานในลักษณะไหน นี่คือ จุดเด่นสำคัญ โดย อาจารย์ประจำ จะสอนวิชาชีพพื้นฐาน ส่วนนักศึกษาปีสามขึ้นไปจะเรียนกับอาจารย์ที่เป็นมืออาชีพ คนพวกนี้ จะรู้ว่าตลาดต้องการอะไร เพราะตลาดไอที ตลาดสื่อมีเดีย เปลี่ยนแปลงไวมาก ถ้าเอาอาจารย์ประจำสอนก็จะเก่งทฤษฎี แต่ ในแง่ตลาดวิชาชีพจะไปไม่ทันเขา

ด้วยเหตุนี้บัณฑิตทุกสาขาจะต้องได้รับความพึงพอใจจากนายจ้าง ที่ผ่านมา เรามีบัณฑิตที่มีงานทำมากกว่า 90 เปอร์เซนต์ หลายปีต่อเนื่อง และเงินเดือนมากกว่าหรือเท่ากับเกณฑ์ที่ กพ. กำหนด 100 เปอร์เซนต์

นอกจากนี้ เด็กของเรายังเรียน 6 วันต่ออาทิตย์ และบางเอกต้องเรียนวันเสาร์อาทิตย์และวันธรรมดาเพราะอาจารย์พิเศษบางท่านสะดวกในที่จะสอนในวันเสาร์-อาทิตย์ซึ่งทางคณะก็ให้ค่าตอบแทนอจารย์พิเศษอย่างสมน้ำสมเนื้อและเป็นเงินที่ได้มาจากค่าธรรมเนียมการศึกษาของนักศึกษา เพราะนักศึกษาเป็นเจ้าของเงิน จะต้องได้สิ่งที่ดีที่สุด


@ ถ้าย้ายไปเรียนที่เพชรบุรี คิดว่าจะตอบโจทย์ ความตั้งใจแรกเริ่มของคณะได้ไหม

ต้องค้นหาต่อไป คิดว่าจะลำบาก มีอุปสรรคนิดนึง แต่ที่ผ่านมา สาขาแอนิเมชั่น เว็บไซต์ และเกมคอมพิวเตอร์ ซึ่งอยู่ที่ศูนย์เพชรบุรี ก็ไม่มีปัญหา เพราะมีอาจารย์มืออาชีพที่สมัครใจไปสอนหนังสือที่นั่น

แต่ประเด็นสำคัญ คือ การที่จะมีบัณฑิตเก่งวิชาชีพไม่พอ มีคุณภาพต้องหูตากว้างไกล สาขาวิชาชีพแบบนี้จึงต้องอยู่ในกรุงเทพฯ ผมไม่เถียงถ้าสาขาอื่นไปอยู่ต่างจังหวัด แต่ถ้าสาขานี้ไปอยู่ต่างจังหวัดจะไม่ได้เจออะไรที่ทันสมัยเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แต่ถ้าอยู่เพชรบุรีจะมาอย่างไร นี่คือปัญหาสำคัญ อันนี้เรานึกถึงลูกศิษย์เป็นอันดับแรก

.........................

จากปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ "กรณีศิลปากรบางรัก" อาจไม่ใช่ปัญหาแรกและปัญหาที่เดียวที่จะเกิดขึ้น แง่หนึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ ได้สะท้อนปัญหาว่าด้วยเกณฑ์และการประเมินการศึกษาไทย เกณฑ์ที่ใช้ไม้บรรทัดคนละอัน เกณฑ์ที่ตายตัว ไม่ยืดหยุ่นต่อเงื่อนไขที่จำเป็นในแต่ละสาขาวิชา

ฉะนั้น จึงต้องย้อนกลับไปถามคำถามแรกเริ่มที่สำคัญ ที่ว่า การพัฒนาการศึกษาไทยในตอนนี้ เป้าหมายอยู่ที่ใด วุฒิการศึกษา/เกณฑ์การประเมิน หรือ จะเป็นการนำความรู้จากการศึกษาไปใช้ไปปฏิบัติได้จริง

หวังต่อไปว่า กรณีศึกษานี้ จะสร้างแรงกระเพื่อม ให้คนในวงการการศึกษากลับมาย้อนพิจารณาแนวทางทุกวันนี้ว่า การศึกษา ได้ทำหน้าที่อย่างที่มันควรจะเป็นหรือยัง การศึกษามันสามารถตอบโจทย์ในชีวิตให้นักศึกษาซึ่งจะเป็นกำลังหลักในสังคม หรือ กลายเป็นว่า การศึกษาไทยตอนนี้ กลับไป ′เพิ่มโจทย์′ ให้นักศึกษา

คำถามนี้ สังคมไทยต้องร่วมกันตอบ

การแก้ปมปัญหา "ศิลปากรบางรัก" จึงจะไม่เข้าสำนวน "ลูบหน้าปะจมูก"

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล