ลดกลิ่นเต่า เพิ่มเสน่ห์กลิ่นกาย ด้วยเทคนิคแพทย์แผนจีน

ลดกลิ่นเต่า เพิ่มเสน่ห์กลิ่นกาย ด้วยเทคนิคแพทย์แผนจีน

ลดกลิ่นเต่า เพิ่มเสน่ห์กลิ่นกาย ด้วยเทคนิคแพทย์แผนจีน เกี่ยวกับ กลิ่นตัว

www.ejobeasy.com

สนับสนุนเนื้อหา

กลิ่นตัวเกิดจากต่อมเหงื่ออะโพครายน์ ที่มีอยู่มากบริเวณรักแร้ รอบหัวนม ทวารหนัก และอวัยวะเพศ ต่อมเหล่านี้จะหลั่งของเหลวสีขาวขุ่น ซึ่งเป็นอาหารอย่างดีของแบคทีเรียที่จะเข้าไปกินแล้วปล่อยสารเคมีออกมาย่อย จึงทำให้เกิดกลิ่นขึ้น เรามักพบปัญหาเรื่องกลิ่นบ่อยๆ บริเวณรักแร้ เพราะรักแร้มีอุณหภูมิที่อุ่นชื้น เหมาะกับการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย

แพทย์จีน ( พจ. ) บุญเหลือ รุ่งสกาวเลิศ คลินิกเครือรพ.กล้วยน้ำไท กล่าวว่า สภาพอากาศที่ร้อนชื้นในหน้าร้อน จะยิ่งทำให้แบคทีเรียเจริญเติบโตได้ดีและมีจำนวนมากขึ้น ยิ่งหนุ่มสาวออฟฟิศที่ต้องใส่ชุดฟอร์มเสื้อผ้าหนาๆ หรือเนื้อผ้าใยสังเคราะห์ไปทำงานทำให้การระบายความอับชื้นได้ไม่ค่อยดี

บวกกับความเครียด กระวนกระวายใจ ความรีบเร่งยิ่งทำให้เหงื่อออกมากขึ้น ยิ่งเวลาหลังเลิกงานมักมีกลิ่นมากกว่าตอนเช้า สาเหตุเพราะตอนเช้าเดินทางไปทำงานอาจมีเหงื่อออก แต่ก็แห้งไปเมื่อเดินเข้าออฟฟิศที่ติดแอร์เย็นฉ่ำ ช่วงกลางวันไปกินข้าว

แถมด้วยเดินช็อปปิ้งมีเหงื่อออกแต่ก็กลับแห้งสะสมเป็นชั้นที่ 2 หลังกลับเข้าออฟฟิศ แต่ตอนเย็นที่มักรู้สึกว่าเหนียวตัว และมีกลิ่นมากกว่าช่วงอื่นเพราะเหงื่อผ่านการหมักหมมบนผิวหนังมา 2 รอบแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าจะไปออกเดท ปาร์ตี้สังสรรค์ นัดคนสำคัญ ก็ทำให้สูญเสียความมั่นใจและทำให้เสียบุคลิกไปด้วย

อีกสาเหตุหลักของกลิ่นตัวในทัศนะแพทย์แผนจีนคือพฤติกรรมการกิน เดี๋ยวนี้คนไทยเริ่มมีปัญหาเรื่องกลื่นตัวกันมากขึ้นเพราะหันมานิยมการกินอาหารแบบตะวันตกซึ่งให้พลังงานสูง เช่น แฮมเบอร์เกอร์ ชีส ถั่ว นม และขนมหวานที่มีเนย นม ฯลฯ

การกินอาหารที่ให้พลังงานและไขมันสูงทำให้เกิดความร้อนในตัว ส่วนไขมันก็ไปเคลือบปิดทับรูขุมขนทำให้น้ำและกลิ่นระเหยออกจากตัวได้น้อย กลิ่นจึงหมักหมมเข้มข้นอยู่ในตัวมาก พอค่อยๆ ระบายออกมาได้ กลิ่นจึงแรงกว่าปกติ ยิ่งสาวๆ ที่ดื่มน้ำและทานผักผลไม้น้อย ชอบทานของมัน ของทอด เนื้อสัตว์ ผัก และเครื่องเทศที่มีกลิ่นฉุนก็มักมีปัญหาเรื่องกลิ่นตัวแรงกว่าปกติด้วย

วิธีง่ายๆ ในการทำกลิ่นน่าประทับใจ ก่อนอื่นก็ต้องทำให้ตัวเองปราศจากกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ แล้วค่อยเติมกลิ่นที่ชอบเสริมเข้าไป ซึ่งเราสามารถลดกลิ่นได้โดยดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อยวันละ 1 - 2 ลิตร ( ขึ้นอยู่กับปริมาณเหงื่อที่เสียต่อวัน ) เพราะน้ำเปล่าช่วยลดความร้อนในร่างกาย และช่วยเจือจางกลิ่นที่ขับออกมาทางเหงื่อ

ควรรับประทานผัก ผลไม้ที่ให้พลังงานน้อย เช่น แตงโม สับปะรด ฝรั่ง หลีกเลี่ยงผักผลไม้ และอาหารที่ให้พลังงานสูง เช่น มะม่วงสุก ทุเรียน เนื้อสัตว์ติดมัน ของหวาน อาหารขยะต่างๆ
รวมทั้งช่วงหน้าร้อนควรเลี่ยงสมุนไพรที่มีกลิ่นฉุน เช่น ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ฯลฯ เพราะมีสารกระตุ้นการระเหยของกลื่นตัว รวมทั้งอาหารรสจัด เผ็ดร้อนเกินไป และคุณหมอยังแนะนำเพิ่มเติมด้วยว่า ควรมีผ้าชนหนูผืนเล็กๆ ไว้ซับเหงื่อเวลารู้สึกเหนียวตัว หรือใช้แป้งฝุ่นโรยตัวเพื่อช่วยลดปัญหาที่อาจก่อให้เกิดกลิ่นตัวได้

 

...........................................................................................................................

ติดตามทุกเรื่องราวเกี่ยวกับผู้ชาย รวบรวมข้อมูลเรื่อง แฟชั่นผู้ชาย ทรงผมผู้ชาย น้ำหอมผู้ชาย
พร้อมด้วยหลากหลายบทความเกี่ยวกับ สุขภาพ สาวสวย และที่เที่ยวกลางคืนได้ที่นี่

 

เรื่องล่าสุดของหมวด Grooming

ดูหมวด Grooming ทั้งหมด