โก๊ะตี๋ อารามบอย “ขอทำวันนี้เพื่อแม่ แม้จะโคตรรร…เหนื่อย”

secret

สนับสนุนเนื้อหา

“ถ้าไม่รักหนู อย่ามายุ่งกับหนู ออกไปไกลๆ สันดานหนูเป็นแบบนี้ หนูอยู่วงการมา 20 ปี หนูเป็นคนตรง เป็นคนบ้านนอก ชอบก็บอกชอบ ไม่ชอบก็บอกไม่ชอบ ถ้าเกลียดขี้หน้าก็ไม่ต้องดู หนูไม่ได้สร้างภาพให้ใครมาดู”

นี่คือคำให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนของ โก๊ะตี๋ อารามบอย หรือ เจริญพร อ่อนละม้าย ตลกชื่อดังของเมืองไทยวัย 34 ปี หลังตกเป็นข่าวถูกวิจารณ์อย่างหนักเรื่องโพสต์รูปสร้างภาพรักแม่ผ่าน IG ในช่วง 2 – 3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากมีกระแสข่าวออกมาไม่นานโก๊ะตี๋ก็ได้รีบออกมาให้ข่าวกับสื่อมวลชนว่า ที่ต้องออกมาแสดงความรักแม่อย่างทุกวันนี้ก็เพราะแม่ของเขา นั่นคือ คุณแม่ดาวเรือง อ่อนละม้าย วัย 73 ปี มีอาการทางประสาทเข้าขั้น “เป็นบ้า” มานานกว่า 6 ปีแล้ว ซึ่งแพทย์ได้ลงความเห็นว่า ต้องเยียวยารักษาด้วยความรักเท่านั้น อาการของแม่จึงจะดีขึ้น

ขอเข้าประเด็นเลยนะคะ โก๊ะตี๋ รู้สึกอย่างไรที่คนอื่นหาว่าเราสร้างภาพรักแม่
หนูขอบอกตามตรงเลยนะ เพราะความจริงก็คือความจริง หนูแสดงความรักกับแม่แบบนี้มาหลายปีแล้ว คนในบ้านจะรู้ดี แต่มามีปัญหาช่วงหลังที่หนูเอารูปโพสต์ลง IG นี่แหละ คนหาว่าเราสร้างภาพ แต่หนูไม่แคร์อยู่แล้ว เพราะหนูตั้งใจที่จะทำ หนูอยากมอบความรักให้แม่มาก ๆ หนูว่าความรักทำให้โลกสดใส ทำให้บ้านเราน่าอยู่ หนูเชื่อว่า ไม่มียาตัวไหนที่รักษาแม่ได้ดีเท่าความรักที่หนูมีให้แม่อีกแล้ว

เคยให้ข่าวว่าคุณแม่เป็นบ้า อยากทราบว่าจริงหรือเปล่าคะ และสาเหตุเกิดจากอะไร
แม่หนูเป็นบ้าจริง แต่อาการดีขึ้นเยอะแล้ว ไม่ต้องกินยากดประสาทแล้ว ตอนนี้เหลือยาแค่สองตัวที่ต้องกินทุกวันที่แม่เป็นบ้าก็เพราะโดนโจรใช้ปืนตีหัวตอนสมัยสาว ๆ เดี๋ยวให้แม่เล่าให้ฟังดีกว่า… (ชวนคุณแม่มาเล่าให้ฟัง) ตอนสาว ๆ แม่ไปทำงานรับจ้างเฝ้าวัวเฝ้าควายที่จังหวัดพิจิตร พอตกเย็นต้อนวัวควายเข้าคอกหมดแล้ว ปรากฏว่าโจรมันมาปล้น มากันหลายคน มาทีแรกมันเข้าจี้เราก่อนเลย ด้วยความที่บ้านแต่ละหลังอยู่ไกลกันมาก เลยไม่มีใครเห็นว่าเราถูกจับมัด แล้วมันก็เอาปืนตีเข้าที่หัวนี่ตรงกลางหัวยังบุบอยู่จนถึงเดี๋ยวนี้ แล้วมันก็จับตัวเราขึ้นรถไปถึงนครสวรรค์ ไปถึงกลางทางมันก็ปล่อยให้เราเดินกลับบ้านเองตั้งแต่ตะวันยังไม่ตกดิน พอกลับมาถึงบ้านก็รีบไปแจ้งความที่อำเภอ พอดีเราจำหน้ามันได้ เขาเลยตามไปจับ

หลังจากที่คุณแม่โดนทำร้ายแล้วอาการเป็นอย่างไรบ้างคะ
ตอนนั้นสมองของแม่ได้รับความกระทบกระเทือนอย่างแรง ประกอบกับสมัยก่อนแม่ดื่มเหล้ามากด้วย เหล้าก็เลยเข้าไปทำลายระบบ สภาพแม่เมื่อก่อนเหมือนคนบ้าไม่มีผิด ด่าคนโน้นคนนี้ ควบคุมตัวเองไม่ได้ ตอนหลังไปปรึกษาจิตแพทย์ถึงได้รู้ว่าแม่เป็นโรคคนแก่อะเลิร์ต คือเหมือนแม่กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ช่วงนั้นหนูต้องพาแม่ไปหาหมอบ่อย ๆ ให้กินยาสม่ำเสมอ ดูแลแม่อย่างใกล้ชิด เพราะแม่ป่วยหนูถึงอยากให้ความรักกับแม่มาก ๆ ก่อนไปทำงานหนูก็จะหอมแก้มแม่ทุกวัน และทุกครั้งที่มีเวลาอยู่ด้วยกัน เราจะบอกรักกันตลอดเวลา

ที่ต้องทำอย่างนี้เพราะหนูไม่รู้ว่าวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่หนูจะมีชีวิตอยู่หรือเปล่า หนูเป็นคนทำงาน ใครจะไปรู้ว่าเกิดหนูออกไปข้างนอกแล้วโดนรถชนหรือเป็นอะไรไปปุบปับ ไม่มีใครคาดการณ์ได้ ดังนั้นทุกวันก่อนออกจากบ้าน หนูจะบอกกับแม่ว่า “หนูรักแม่นะ” แล้วแม่ก็ตอบกลับมาว่า “แม่ก็รักหนู” วันใดวันหนึ่งหากหนูตาย หนูก็จะตายไปพร้อมกับคำสองคำนี้ ไม่จำเป็นต้องไปเคาะฝาโลงบอกรัก แต่บอกกันตอนยังมีชีวิตอยู่

อยากให้ฝากถึงคนที่ไม่กล้าแสดงความรักกับพ่อแม่หน่อยค่ะ
สำหรับคนที่ยังมีพ่อแม่อยู่ หนูเชื่อว่าการบอกรักพ่อบอกรักแม่เป็นเรื่องง่ายมาก ๆ แต่ที่เราไม่กล้า เพราะเหมือนมีเส้นบาง ๆ กั้นอยู่ คือ…ทำไมล่ะ หนูไม่เข้าใจ บางคนบอกรักแฟนเป็นร้อยเป็นพันรอบยังบอกได้ แต่กับพ่อกับแม่ไม่เคยบอกรักท่านเลยสักคำเดียว หนูอยากให้ทุกคนรู้ว่า คนที่สามารถเจ็บกับเราได้ก็คือพ่อแม่ คนที่รักและเป็นห่วงคุณมากที่สุดก็คือพ่อกับแม่ เพราะฉะนั้นหนูอยากให้เด็กรุ่นหลังบอกรักพ่อแม่ให้มาก ๆ แรก ๆ อาจจะไม่กล้านะ แต่พอผ่านมาได้ชีวิตจะแฮ็ปปี้มาก

ตอนเด็ก ๆ แม่เลี้ยงโก๊ะตี๋มาอย่างไรคะ
ตั้งแต่เด็กแม่ก็จะสอนหนูทุกอย่าง สอนให้หาเงินเพราะบ้านเราจน แม่จะสอนทำมะม่วง มะยมแช่อิ่ม แล้วหนูก็จะเอาไปขายที่โรงเรียน ขายได้เงินก็จะเอามาให้แม่ แต่ที่จำได้แม่นก็คือตอนเด็ก ๆ แม่ชอบตีหนู ตีทั้งวัน เพราะหนูเป็นคนดื้อเถียงคำไม่ตกฟาก หนูกับแม่ทะเลาะกันบ่อยมาก ทำให้หนูน้อยใจหนีออกจากบ้านหลายครั้ง บางทีหายไปเป็นปี ๆ เลย หนีไปเล่นลิเกก็มี

ทะเลาะกับแม่บ่อยๆ เคยน้อยใจเรื่องอะไรมากที่สุดคะ
จะมีน้อยใจเป็นช่วง ๆ นะ อย่างเมื่อก่อนตอนเด็ก คนแถวบ้านจะชอบล้อ “มึงไม่ใช่ลูกแม่มึงหรอก แม่มึงเก็บมาเลี้ยง ดูตัวมึงดิ แคระแกร็น เหมือนพี่มึงที่ไหนเล่า” ชาวบ้านเขาพูด เราก็เลยคิดมาก แล้วอีกเรื่องที่ยังคิดน้อยใจอยู่นิด ๆ ก็คือ แม่ได้ลูกชายมาสองคนแล้ว พอมาถึงตาหนูตามสไตล์คนต่างจังหวัดอยากได้ลูกสาวไว้หุงข้าวหุงปลา เลี้ยงดูพ่อแม่สักคน ด้วยความที่แม่หวังไว้มาก วันที่หนูคลอด พอหมอบอกว่าได้ลูกชาย แม่ทิ้งหนูเลย ยกหนูให้เป็นลูกหมอเลย ตอนนั้นย่าเล่าให้ฟังว่าแม่เตรียมจะเซ็นเอกสารยกหนูให้เป็นลูกหมอแล้วด้วย พอดีย่าตามไปเจอที่โรงพยาบาลทันเวลาเลยด่าแม่ลั่นโรงพยาบาลแทบแตกเลย ย่าบอกว่าไม่เลี้ยงไม่เป็นไร เดี๋ยวย่าเลี้ยงเอง ตั้งแต่นั้นหนูก็จะติดย่ามาตลอด เรียกว่าเวลาเถียงกับแม่ก็จะมีย่านี่แหละที่เป็นคนให้ท้าย

แล้วอีกทีที่หนูน้อยใจมาก ตอนนั้นมาเป็นดาราแล้ว แม่มาขอสตางค์ไปให้พี่ชายหนู เราเลยรู้สึกเหมือนแม่ไม่รัก แม่ไม่เอาเรา เอาแต่พี่ชายคนโตกับคนกลาง ตอนนั้นทะเลาะกันแรงมาก หนูก็พูดไม่ดีกับแม่ พูดแรง ๆ เลยเพราะโมโห แล้วก็น้อยใจว่า “เราก็เหนื่อยเหมือนกันนะ” หนูเป็นคนทำงานไง บางทีแม่มีอะไรก็จะนึกถึงแต่พี่ชาย ทำให้หนูรู้สึกเหมือนแม่รักลูกไม่เท่ากัน เลยพลั้งปากถามออกไปว่า “ตกลงหนูใช่ลูกของแม่หรือเปล่า” หลังจากทะเลาะกันวันนั้นหนูไม่กลับไปหาแม่เลยหนึ่งปี ช่วงนั้นไม่รู้เป็นอะไรเหมือนเราจองหอง ไม่สนโลก ติสต์แตกหน่อย ๆ อะไรแบบนี้

แล้วเพราะอะไรถึงกลับมาหาแม่ล่ะคะ
พอดีตอนนั้นอายุครบ 20 หนูเลยอยากกลับมาบวชให้แม่ เพราะตอนหนูเข้าวงการบันเทิงเจออุปสรรคเยอะ ก็เลยคิดถึงแม่ขึ้นมา นึกถึงบุญคุณที่แม่ทำเพื่อเรามาเยอะ แต่เรากลับคิดไม่ดีกับแม่ ทำไม่ดีกับแม่ ก่อนบวชหนูไปขอขมาแม่ แม่ก็ให้อภัย คือเหมือนแม่รอเราอยู่แล้ว พร้อมที่จะให้อภัยเราอยู่แล้ว เพียงแต่เราจะมาหาเขาเมื่อไหร่เท่านั้นเอง ถามว่าที่บวชเพราะอยากจะลบล้างความผิดมันก็ถูกด้วย แต่ส่วนหนึ่งอยากบวชเพื่อทดแทนพระคุณพ่อแม่ อยากทำหน้าที่ครั้งหนึ่งในชีวิตลูกผู้ชาย ซึ่งพอหนูบวช ได้อยู่กับตัวเอง เลยทำให้หนูรู้ซึ้งทุกอย่างเลย

ตอนบวชนี่หนูเคร่งมากนะ หนูไม่สนใจอะไรเลย ตั้งใจปฏิบัติธรรมอย่างเดียว ช่วงนั้นหนูมีความสุขมาก ใจรู้สึกสงบมากแล้วพอได้นั่งสมาธิ ภาพเก่า ๆ ที่เราเคยทำไม่ดีกับแม่หรือพูดไม่ดีกับแม่ก็ย้อนกลับมาให้เห็นหมดเลย จึงทำให้หนูคิดได้ว่า สิ่งที่เราทำกับแม่มันไม่ถูก แล้วพอมาคิด ๆ ดูที่เราน้อยใจว่าแม่รักลูกไม่เท่ากัน ความจริงไม่ใช่เลย แม่รักลูกเท่ากัน แต่แม่จะห่วงลูกคนที่ยังดูแลตัวเองไม่ได้เท่านั้นเอง นั่นแหละเลยเป็นเหตุให้พอหลังจากสึกออกมาหนูก็เปลี่ยนพฤติกรรม ไม่เคยทำอะไรไม่ดีกับแม่อีกเลย

สิ่งไหนที่โก๊ะตี๋คิดว่าได้มาจากแม่บ้างคะ
ความอดทน หนูเล่นลิเกหาเงินทุกวัน ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ มาตั้งแต่ปี 2530 ตอนนั้นเพิ่งเจ็ดขวบ ที่เล่นเพราะใจรัก แล้วก็ได้สตางค์ด้วย หนูเล่นจนหาเงินสร้างบ้านเล็ก ๆ ให้แม่ได้ตอนอายุแปดเก้าขวบเท่านั้นเอง ตอนนั้นมีเงินซื้อทุกอย่าง ซื้อวัวแล้วก็ซื้อนาได้สี่ไร่ แต่เมื่อเทียบกันแล้ว แม่อดทนและเหนื่อยกว่าหนูมาก โดยเฉพาะช่วงที่หนูเล่นลิเก ซึ่งบ้านเรากับโรงลิเกห่างกันเกือบๆ สิบห้ากิโล ขาไปหนูกับแม่ก็เดินคุยกันไปตามประสาแม่ลูก แต่ขากลับกว่าลิเกจะเลิกก็ประมาณเที่ยงคืน หนูหลับแล้ว แม่เลยต้องอุ้มหนูขึ้นหลัง แล้วเอาผ้าขาวม้าผูกเอวเดินกลับบ้าน ไกลก็ไกล กว่าจะถึงบ้านตีหนึ่งตีสอง เป็นแบบนี้มาตลอดหลายปีจนหนูอยู่ประถมหก คิดดูว่าแม่ต้องอดทนมากจริง ๆ

โก๊ะตี๋ต้องสู้ชีวิต เล่นลิเกหาเงินเลี้ยงครอบครัวมาตั้งแต่เด็ก ๆ แกร่งมากเลยนะคะ
หนูเป็นหัวหน้าครอบครัวตั้งแต่อายุสิบสาม ส่งเงินให้พ่อให้แม่ซื้อวัว แม้หนูจะเป็นเด็ก แต่ความรับผิดชอบและความคิดของหนูเหมือนคนอายุสี่สิบห้าสิบ บอกตามตรงว่า หนูโคตรเหนื่อยเลย ชีวิตของหนูมันบัดซบมาก ขึ้น ๆ ลง ๆ เหมือนกราฟ แบบว่าขึ้นสูงสุดแล้วก็ตกลงต่ำสุด หนูเหนื่อยจริง ๆ กับชีวิตที่ผ่านมา ชีวิตช่วงแรกหนูอยู่ต่างจังหวัด มีเงินมีทองจากการเล่นลิเกมาสร้างบ้านให้แม่ ชีวิตก็ไต่ขึ้นสูง แล้วจากนั้นก็ทะเลาะกับแม่น้อยใจครอบครัวเลยออกจากบ้านไปเล่นลิเกที่นครสวรรค์ เป็นวิกที่เล่นอยู่ในตลาด เป็นลิเกขอทาน ชีวิตช่วงนั้นตกต่ำมาก จนกระทั่งมาเจอลิเก คณะธนรักษ์บำรุง เข็มเพชร เขาก็ให้ลูกชายมาเล่นเป็นพระเอกคู่กับหนูซึ่งเป็นตัวตลก ตอนนั้นทองบาทละสี่พัน หนูส่งให้แม่เดือนละสามพันห้า ชีวิตก็ดีขึ้นมาอีก ช่วงนั้นหนูมีทองใส่เต็มคอเลย โอ้โฮ! งานแน่นเอี้ยดทุกวัน เสร็จแล้วเราเกิดน้อยใจอีกไง คือไปอยู่กับเขาเราเหมือนเด็กจรจัด อาศัยเรียกเขาว่าพ่อแม่แต่เราไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ไง เขาก็จะรักแต่ลูกเขา เราเลยน้อยใจออกจากคณะลิเกไปอีก ไปขายผักอยู่กับพี่สะใภ้ เมียพี่ชายคนโตที่พิจิตร จากนั้นก็เข้าวงการ ปีเดียวหนูก็ดังเลย ดังมาก ดังชนิดที่แบบถ้าสมัยนี้ก็มีแฟนคลับตามเป็นพัน

ในการเป็นหัวหน้าครอบครัวเวลามีปัญหาขึ้นมาทำอย่างไรคะ
ประคองสติอย่างเดียวเลย เพราะการเป็นผู้นำ เป็นหัวหน้าครอบครัว หนูปรึกษาใครไม่ได้เลย นี่ก็แม่ นี่ก็หลาน แล้วก็จะทำอะไรบุ่มบ่ามผลีผลามหรือทำตัวตามสบายแบบคนทั่วไปไม่ได้เลย มันจะพังหมด ฉะนั้นจึงต้องมีสติมาก ๆ แล้วเราก็จะแก้ปัญหานั้นได้ ชีวิตหนูอยู่มาได้เพราะหนูอยู่กับความเป็นจริง หนูเป็นคนจริงจังกับชีวิตนะ หนูไม่ได้อยู่กับความฝัน เข้าใจว่าความฝันมันเหมือนการตั้งเป้าหมายเพื่อเดินไปให้ถึงแต่ชีวิตคือเรื่องจริง ในการดำเนินชีวิต ถ้าเราทำจริง เราก็จะประสบความสำเร็จจริง แต่ถ้าเราไม่ทำ มัวแต่นั่งขอพร ไม่มีทางเลยที่จะประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง ชีวิตของเรา เราต้องลงมือทำ วัดกันไปเลยว่าเราทำได้หรือไม่ได้

แล้วเรื่องคู่ชีวิตล่ะคะ แม่ของโก๊ะตี๋มีส่วนในการช่วยเลือกด้วยหรือเปล่า
แม่จะคอยดูว่า คนที่จะมาใช้ชีวิตร่วมกับหนูนิสัยใจคอเป็นอย่างไร หลัก ๆ คือต้องเป็นคนที่ดูแลแม่ได้และรักแม่เหมือนที่หนูรัก ซึ่งคนที่หนูคบอยู่ตอนนี้ก็เข้ากับแม่หนูได้ดี นิสัยใจคอเขาคล้าย ๆ กับแม่คือ เป็นคนพูดจาตรง ๆ สู้ชีวิต ไม่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ เป็นผู้หญิงที่ดูแลตัวเองได้ และหาเลี้ยงครอบครัว เป็นคนขยันอดทน หนูคบกับเขามา 13 ปีแล้วครับ

เมื่อไหร่จะมีข่าวดีคะ
หนูคงใช้ชีวิตแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ก่อน เพราะว่าต่างคนต่างก็มีงานที่ต้องรับผิดชอบ เรายังอยู่ในวัยทำงานด้วยกันทั้งคู่ เรามีความสุขที่จะใช้ชีวิตแบบนี้ครับ เจอกันบ้าง ห่างกันบ้าง อีกอย่างเคยมีหมอดูหลายคนทักมาว่า ถ้าหนูแต่งงาน คู่ของหนูไม่จากเป็นก็จากตาย หนูเลยคิดว่า อยู่แบบนี้ก็มีความสุขดี อย่างตอนนี้หนูก็ให้เขาไปดูแลกิจการข้าวมันไก่ที่หาดใหญ่ พอดีมีคนจะร่วมหุ้นกับเรา หนูเลยให้เขาลงไปช่วยดูแลที่นั่น หนูบอกกับเขาเสมอว่าถ้าคิดว่าผู้ชายคนนี้รักเธอไม่มากพอ หรือคิดว่าความรักของเราที่มีให้กันมันไม่มากพอ ก็ไม่เป็นไร ขอให้บอกกันตรง ๆ ด้วยความที่หนูรักเขาและเขาก็รักหนูทำให้หนูเชื่อว่า ความรักของเราจะไม่มีอะไรมาบั่นทอนหรือทำให้มันจืดจางลงได้ ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลาหรือระยะทาง หนูคิดว่ายิ่งอยู่ห่างกันก็ทำให้เรายิ่งรักกันมากขึ้นด้วยครับ

การที่โก๊ะตี๋ได้รับความนิยมและมีชีวิตที่เจริญรุ่งเรืองมาจนถึงทุกวันนี้ คิดว่ามีสาเหตุมาจากอะไรคะ
หนูเชื่อว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความกตัญญู อย่างที่โบราณว่า คนกตัญญูตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ หนูก็เชื่ออย่างนั้น หนูเคยสังเกตตัวเองว่า ช่วงไหนที่หนูไม่ค่อยมีสตางค์ พอให้สตางค์แม่ปุ๊บ หนูจะโชคดีมีงานเข้ามาทันที ซึ่งมันจะเป็นแบบนี้มาตลอด หนูอยากให้คนรุ่นหลังรู้จักกตัญญู รักพ่อรักแม่ เพราะท่านคือทุกอย่างสำหรับเรา

ทุกวันนี้ความสุขของโก๊ะตี๋คืออะไรคะ
ความสุขของหนูก็คือการได้เห็นคนอื่นมีความสุข การได้มอบความสุขให้กับคนรอบตัว เช่น แม่ ประชาชนคนดู ทุกวันนี้หนูเป็นหลักของครอบครัว ภาระที่ต้องรับผิดชอบยังมีอีกเยอะ ต้องดูแลผ่อนบ้านให้พี่ชายคนกลาง ดูแลทุกอย่าง ทุกเรื่อง สารพัด ถามว่าเหนื่อยไหม หนูเหนื่อยนะ แต่ทุกครั้งที่กลับบ้านแล้วมาเจอแม่ ต่อให้ไปสู้ข้างนอกมาเหนื่อยแค่ไหน หนักขนาดไหน พอแม่ถามว่า “เหนื่อยไหมลูก” เราก็พูดไม่ได้ว่าเราเหนื่อย ได้ยินคำพูดของแม่แค่นี้ก็ทำให้หนูหายเหนื่อยและมีพลังใจขึ้นมาทันทีสุดท้าย

อยากทราบว่าอะไรคือเป้าหมายของชีวิตคะ
ในการทำงานทุกวันนี้หนูจะถามตัวเองว่า เราทำไปเพื่ออะไร หลายคนอาจจะตอบว่าเพื่อเงิน แต่หนูคิดว่าก่อนจะได้เงินเราควรมีความสุขกับงานที่ทำด้วย เมื่อเรามีความสุขแล้ว เราก็จะเต็มที่กับทุก ๆ งานที่ได้ทำ ลองไปถามกองถ่ายไหนดูก็ได้ว่าเวลาทำงานหนูจะทุ่มให้เต็มที่ เพราะหนูมีความสุข และสุดท้ายก็ได้เงินเป็นผลตอบแทน ส่วนเป้าหมายของชีวิต หนูคิดว่าชีวิตนี้ขอเป็นคนดีของครอบครัวและเป็นคนดีของแผ่นดินเท่านั้นพอ หนูอยากทำสิ่งดี ๆ ให้คนรุ่นหลังเห็นเป็นตัวอย่าง ถ้าเปรียบชีวิตเป็นห้องเรียน หนูว่ามันเป็นห้องเรียนที่กว้างและให้ความรู้กับหนูมาก ๆ เป็นห้องเรียนที่เจ๋งที่สุด

เรียกว่าชีวิตนี้หนูเรียนจบดอกเตอร์ จากห้องเรียนห้องนี้แล้วก็ได้…

Secret BOX

ลงมือทำจริง ก็จะประสบความสำเร็จจริง

โก๊ะตี๋ อารามบอย

ติดตามSanook! Men

อัพเดตเทรนด์แฟชั่น สุขภาพ ไลฟ์สไตล์ของผู้ชายได้ที่นี่

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง กับ โก๊ะตี๋ อารามบอย

เรื่องล่าสุดของหมวด Work

ดูหมวด Work ทั้งหมด