“ฤทธิ์“ ทายาทซาฟารีเวิลด์ ลูกไม้หล่นใต้ต้นเจ้าสัว “ผิน คิ้วคชา“ ทุกวิกฤตทำให้แข็งแกร่ง

“ฤทธิ์“ ทายาทซาฟารีเวิลด์ ลูกไม้หล่นใต้ต้นเจ้าสัว “ผิน คิ้วคชา“ ทุกวิกฤตทำให้แข็งแกร่ง

“ฤทธิ์“ ทายาทซาฟารีเวิลด์ ลูกไม้หล่นใต้ต้นเจ้าสัว “ผิน คิ้วคชา“ ทุกวิกฤตทำให้แข็งแกร่ง เกี่ยวกับ ฤทธิ์ คิ้วคชา

www.prachachat.net

สนับสนุนเนื้อหา

ในแวดวงธุรกิจท่องเที่ยวคงไม่มีใครไม่รู้จักชื่อของ "ซาฟารีเวิลด์" และ "ภูเก็ตแฟนตาซี" ของตระกูล "คิ้วคชา" ซึ่งวันนี้บรรดาทายาทของ "ผิน คิ้วคชา"

ได้เข้ามารับผิดชอบบทบาทต่าง ๆ ในธุรกิจอย่างเต็มตัว หนึ่งในนั้นคือ "ฤทธิ์ คิ้วคชา" ซึ่งปัจจุบันนั่งในตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ การตลาดและพัฒนาธุรกิจ บริษัท ซาฟารีเวิลด์ จำกัด (มหาชน)

จริง ๆ แล้วชื่อของ "ฤทธิ์" เริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ตั้งแต่ช่วงเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อปลายปี 2554 ที่ซาฟารีเวิลด์ต้องประสบภาวะน้ำท่วมหนัก ทำให้เขาต้องปรากฏตัวต่อหน้าสื่อคอยชี้แจงสถานการณ์และความปลอดภัยของ "สัตว์" นับหมื่นตัวที่เผชิญกับสถานการณ์วิกฤต

"คุณพ่อเขียนคำสอนให้พนักงาน และลูก ๆ ได้อ่านตลอด จะบริหารอย่างไรให้ยั่งยืน สิ่งนี้เห็นชัดในช่วงน้ำท่วม โดยเฉพาะพนักงานซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ ซาฟารีเวิลด์มีพนักงานที่อยู่กับเราตั้งแต่วันแรกเปิดมา 25 ปี กว่า 100 คน

ที่อยู่เกิน 10 ปีขึ้นไปก็กว่า 200-300 คน ถ้าไม่มีทีมงานทีมนี้ที่รู้จัก และมีประสบการณ์จริง ๆ ตอนนั้นคงเอาไม่อยู่ เพราะวันนั้นไม่ได้อาศัยกำลังของผมกับคุณพ่อเท่านั้น ทุกคนต้องช่วยกัน เพราะมันต้องรับมือ 24 ชั่วโมง"

สถานการณ์ในครั้งนั้น "ฤทธิ์" ถือว่าเป็นประสบการณ์ล้ำค่าที่ทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้น กลายเป็น "บทเรียน" ที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งทำให้เขาได้สะสม "ชั่วโมงบิน" ของตัวเองมากขึ้น ๆ

"ณ วันนี้พูดได้ว่า รู้สึกโชคดีที่เจอ ย้อนกลับไปตอนนั้นเราก็คิดแล้วว่าหากผ่านเรื่องนี้ไปได้ อะไรก็ได้หมด เพราะทุกวันนี้สิ่งหนึ่งที่คิดไว้คืออยากเจออะไรที่เป็นอุปสรรคเยอะ ๆ อย่างฝรั่งเขามีสอนว่า What doesn"t kill you make you stronger คืออุปสรรคอะไรที่ไม่ทำให้คุณตาย จะทำให้คุณแข็งแรงขึ้น ขอเพียงมีชีวิต ทุกอย่างจะดีขึ้น"

หลังจากผ่านเหตุการณ์ในครั้งนั้น ทำให้ "ฤทธิ์" นักบริหารหน้าใหม่ไฟแรงผู้นี้ เหมือนได้เรียนลัด พาสชั้นหลักสูตรผู้บริหารไปหลายปี

ถึงวันนี้ฤทธิ์ในวัย 30 ปี นอกจากนั่งบริหารในซาฟารีเวิลด์ธุรกิจหลักของครอบครัวแล้ว "ฤทธิ์" ยังมีงานอดิเรกที่ถือเป็นงานหลักอีก 1 ชิ้น คือ ธุรกิจร้านอาหารที่เขาและน้องชาย "เดช คิ้วคชา"

ร่วมกันก่อตั้งเมื่อกว่า 5 ปีที่แล้ว ภายใต้ชื่อบริษัท คชา บราเธอร์ส จำกัด เจ้าของร้านไอศกรีม "สฟรี" ในคอนเซ็ปต์ Healthy Dessert Cafe หรือไอศกรีมดีไซน์เพื่อสุขภาพจากญี่ปุ่นแห่งแรกในเมืองไทย

โดยเขานั่งเป็นกรรมการผู้จัดการ ขณะที่น้องชายรับหน้าที่ในการคิดค้นและพัฒนาโปรดักต์ทั้งหมด เหตุผลหลักนอกจากความชอบส่วนตัวของเขากับน้องชายแล้ว "ฤทธิ์" ยังมองในแง่ของการบริหารธุรกิจของครอบครัว

"จุดเริ่มต้นจริง ๆ ผมต้องการขยายธุรกิจที่ไม่ต้องคอยวัดดวงกับนักท่องเที่ยว ที่ขึ้นลงตามสภาวะต่างๆ ทั้งการเมือง, สึนามิ, ไข้หวัดนก ฯลฯ ที่เกิดขึ้นตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

ส่วนตัวไม่ได้ยึดติดมากมายว่าธุรกิจที่ทำต้องเป็นหลักร้อยล้าน อยากทำอะไรที่เป็นของเราเอง และพิสูจน์ฝีมือ อยากได้ประสบการณ์ พยายามมองต่างจากธุรกิจที่บ้าน ซึ่งทำเมกะโปรเจ็กต์เป็นหลัก ใช้งบฯลงทุนมหาศาล แต่คืนทุนช้า"

ขณะที่ธุรกิจอาหาร แม้จะไม่ใช่โครงการใหญ่โต แต่ก็มีโอกาสเติบใหญ่ในอนาคต ซึ่งจะมาเสริมธุรกิจของครอบครัวได้

หลังจากเรียนรู้กับการลองผิดลองถูก และนั่งบริหารในฐานะเบอร์ 1 ขององค์กร ทำให้เขาได้ระลึกถึงหลักการคำสอนมากมายที่ผู้เป็นพ่อเคยถ่ายทอด และถึงเวลาที่จะนำหลักคิดเหล่านั้นมาใช้ด้วยตัวเอง

หากใครเคยไปซาฟารีเวิลด์ และได้ลองสังเกตก็คงจะได้เห็นสโลแกน ที่ถือเป็นคติประจำใจของทุกคนในซาฟารีเวิลด์ ที่ว่า "รายละเอียดจะนำไปสู่แบรนด์ แบรนด์จะนำไปสู่ชื่อเสียง ชื่อเสียงจะนำไปสู่รายได้"

"คุณพ่อเป็นคนทำงานละเอียดมาก จะพยายามสอนอยู่ตลอด ว่า ปัจจัยความสำเร็จอยู่ที่เรื่องของความละเอียด มันเป็นเรื่องของประสบการณ์ ไม่ใช่แค่มาดูสัตว์ชนิดหนึ่ง สุดท้ายแล้วโจทย์คือ ลูกค้าเดินออกจากซาฟารีเวิลด์ แล้วแฮปปี้มั้ย มีความทรงจำที่ดีมั้ย ไม่ใช่แค่ลูก ๆ ที่ท่านสอน แต่รวมถึงทุกคนในบริษัท"

สิ่งนี้ถ่ายทอดมาถึง "ฤทธิ์" ที่วันนี้หากใครรู้จักเขาต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน ว่า มีสไตล์การบริหารไม่แตกต่างไปจากผู้เป็นพ่อมากนักนั่นคือ ละเอียด รอบคอบ และใส่ใจในเรื่อง "กระบวนการ" มากกว่า "ผลลัพธ์"

"ผมเป็นคนไม่ซีเรียสกับผลลัพธ์ แต่ซีเรียสกับกระบวนการมากกว่า ผมไม่ใช่พวกบ้าตั้งเป้า ผมเชื่อในเรื่องกระบวนการ สมมติถ้าคุณชูตลูกบาสลูกหนึ่ง และคิดว่ายังไงต้องลงแน่ ๆ ยิงไม่ลงหรอก คนที่ยิงลงคือคนที่เขาซ้อมและฝึกฝนทุกวันจนในที่สุดก็ยิงลง มาจากเทคนิค ฝีมือ การฝึกฝน แล้วผลที่ได้ยังไง ก็เป็นไปตามสิ่งที่คุณฝึกมานั่นแหละ"

ไม่แปลกที่วันนี้การทำธุรกิจของ "ฤทธิ์" โดยเฉพาะธุรกิจอาหารที่เขารับผิดชอบนั้น จะไม่เน้นมานั่งตั้งเป้าว่า แต่ละปีจะต้องเปิดกี่สาขา หรือโตกี่เปอร์เซ็นต์

"เรื่องนั้นเป็นแค่ตัวเลข สิ่งที่ผมให้ความสำคัญมากกว่า คือ สาขาใหม่ที่เปิดจะต้องมั่นคง เติบโตได้รับการตอบรับดีกว่าสาขาที่เปิดก่อนหน้านี้ ฟีดแบ็กของลูกค้าต้องดีกว่า ถึงเรียกว่าก้าวหน้า ไม่ถอยหลัง หยุดนิ่งก็ไม่ได้ ก็คือถอยหลัง"

ถึงวันนี้เขายอมรับว่า เมื่อต้องขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ขององค์กร การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การนำสิ่งต่าง ๆ ที่ได้เรียนรู้มาประยุกต์ใช้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ซึ่งแน่นอนว่า "ทฤษฎี" ไม่เหมือน "ภาคปฏิบัติ"

อย่างไรก็ตาม เขาทิ้งท้ายว่า ความได้เปรียบที่สุดของเขาก็คือ การมีอาจารย์ที่ปรึกษาเป็นคุณผิน ผู้พ่อซึ่งเป็นหนึ่งในคนที่มีประสบการณ์มากที่สุดในวงการธุรกิจของเมืองไทยนั่นเอง

 

ติดตามSanook! Men

อัพเดตเทรนด์แฟชั่น สุขภาพ ไลฟ์สไตล์ของผู้ชายได้ที่นี่

เรื่องล่าสุดของหมวด Work

ดูหมวด Work ทั้งหมด