เสด็จสู่ฟากฟ้าสุราลัย พระมหากรุณาธิคุณจารึกในใจไทยชั่วกาล

รู้ไว้ใช่ว่า เกจิบอกเคล็ดลับดูคู่ เครื่องชี้วัด"ไปรอดไม่รอด"

รู้ไว้ใช่ว่า เกจิบอกเคล็ดลับดูคู่ เครื่องชี้วัด"ไปรอดไม่รอด"

รู้ไว้ใช่ว่า เกจิบอกเคล็ดลับดูคู่ เครื่องชี้วัด"ไปรอดไม่รอด" เกี่ยวกับ ความรัก

มติชนออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

ปกติแล้ว ความรักเป็นสิ่งงดงามระหว่างคนทั้งสอง ทุกคนต่างต้องการผลักดันให้ความรักของพวกเขาดำเนินไปได้ด้วยดี ไม่ให้มีอุปสรรค แต่ความสัมพันธ์นี้ก็ใช่ว่าจะราบรื่นเสมอไป มีหลายปัจจัยที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ที่ทำให้บางครั้งความรักต้องล่มพังไป ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้อย่างที่พวกเขาคาดหวังไว้

เช่นเดียวกัน ที่ผ่านมาหลายกูรูพยายามวิเคราะห์ว่า อะไรที่เป็นสาเหตุให้ความรักคนเราต้องจบเห่ มีมากมายหลายทฤษฎี และล่าสุด ผลศึกษาหนึ่งยังได้พูดถึง "ข้อสังเกต" ที่จะสามารถทำให้ความรักของเรายั่งยืนบ้าง ในสาเหตุปัจจัยหนึ่งที่สำคัญของความสัมพันธ์ของบุคคลสองคนต้องพังลง เช่น คบคนผิด ความรักพังไม่เป็นท่า

โดยผลศึกษาล่าสุดระบุว่า การมีความน่าเชื่อถือทางเครดิต ถือเป็นปัจจัยที่สามารถพยากรณ์ถึงอนาคตความสัมพันธ์ของคนเราได้ โดยปัจจัยนี้สะท้อนถึง "ความซื่อสัตย์" ของอีกฝ่ายหนึ่ง ที่มีต่อคู่ของเขา ซึ่งหากว่าสิ่งนี้เป็นไปอย่างแย่ ๆ สัมพันธ์ความรักก็มีสิทธิจะพังได้ในอนาคต

โดยผลศึกษาที่ตีพิมพ์โดยคณะกรรมการเฟด หรือธนาคารกลางของสหรัฐฯ ได้เผยว่า จากการตรวจสอบฐานข้อมูลด้านความน่าเชื่อถือด้านการเงินของคู่รัก พบว่า หากเป็นไปอย่างไม่สอดคล้องกัน ความสัมพันธ์ด้านความรักจะต้องปิดฉากจบลงด้วยตัวมันเอง โดยไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องเงิน ๆ ทอง

ขณะที่ หากทั้งสองฝ่ายต่างก็มี "เครดิตทางการเงิน" อยู่ในระดับสูง ความรักของพวกเขาจะสามารถคบกันได้อย่างยาวนาน

ผลศึกษานี้อธิบายว่า ความน่าเชื่อถือด้านเครดิต เช่น การมีหนี้ การเบี้ยวหนี้ และการไม่มีหนี้ รวมทั้งประวัติการชำระเงิน (หนี้บัตรเครดิต หนี้สินโดยรวม) ดีไหม ประวัติการเป็นหนี้แย่หรือไม่ มูลค่าของการเป็นหนี้มากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะหากไม่มีเลย จะยิ่งดีที่สุด

สิ่งเหล่านี้ถูกพบว่ามันสามารถใช้เป็นเกณฑ์ชี้ได้ว่า ความรักของคนแต่ละคนนั้นจะยืนยาวและมั่นคง ตั้งแต่ที่เราได้เริ่มความสัมพันธ์ขั้นแรกแล้ว เนื่องจาก"ความน่าเชื่อถือด้านการเงิน"หรือ"เครดิตด้านการเงิน"จะสะท้อนถึง"ความซื่อสัตย์"ของบุคคลนั้น ๆ ต่อคู่ของเขานั่นเอง

โดยหากคู่ใดที่มีความน่าเชื่อถือด้านการเงินไม่สอดคล้องกัน เช่น คนหนึ่งมีมาก อีกคนหนึ่งมีน้อย ก็มีแนวโน้มสูงว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาจะจบลงแน่ในอนาคต โดยไม่เกี่ยวข้องว่าจะต้องมาจากสาเหตุทะเลาะหรือโต้แย้งในเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ด้วยซ้ำ ทั้งนี้เนื่องจากความน่าเชื่อถือดังกล่าว เป็นตัวสะท้อน"บุคลิกภาพสำคัญของคนแต่ละคนได้ ที่เป็นได้มากกว่าแค่วัดเรื่องเงินทองของทั้งสองฝ่าย

โดยจากฐานข้อมูลขของชาวอเมริกันหลายล้านคนในช่วง 15 ปีที่ผ่านมาพบว่า ในเชิงเงื่อนไขของเศรษฐกิจสังคมที่สามารถสังเกตได้ และบุคลิกภาพของประชากร บุคคลที่มีความสัมพันธ์ยืดยาว และ "ยึดมั่นคำสัญญา" ต่อกัน ถูกพบว่าเป็นคนกลุ่มที่มีความเชื่อถือด้านเครดิตการเงินใน "ระดับสูง" คนกลุ่มนี้จะมีแนวโน้ม "ไม่โกหก" อีกฝ่ายหนึ่ง สูงกว่า"คนที่มีเครดิตทางการเงิน"ในระดับต่ำ

ขณะที่ คู่รักที่มี "ความน่าเชื่อถือด้านการเงินในระดับสูง" เช่น ต่างฝ่ายต่างก็ไม่มีหนี้สิน แตกต่างกันในระดับสูง ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นความสัมพันธ์ เช่น การคบหาและออกเดท สุดท้ายแล้วความรักของทั้งคู่ก็จะไปได้อย่างยาวนาน โดยผลสำรวจจากพื้นฐานเชิงสถิติพบว่า คู่รักที่มี "ความน่าเชื่อถือทางการเงิน" หรือเครดิตทางการเงิน ในระดับสูง จะมีแนวโน้มที่เขาจะความสัมพันธ์ด้านความรักกับคู่รักได้สูงกว่าคู่รักที่มีความเชื่อถือทางการเงินที่แตกต่างกันถึง8เท่า

ขณะที่คนที่มีความน่าเชื่อถือทางการเงินต่ำในระดับเท่ากันหรือต่ำกว่าเกณฑ์วัดหรือ450 คะแนน มีโอกาสที่จะแยกทางกับคู่ของเขาภายในระยะเวลา 4 ปี มากว่าคนกลุ่มแรกถึง "สองเท่า" ที่มีเกณฑ์ความเชื่อถือทางการเงินระดับสูง หรือในเกณฑ์เฉลี่ย 750 คะแนน

นอกจากนี้ ในแง่ "เครดิตรวม" ของทั้งสองฝ่าย หากคนใดมีความน่าเชื่อถือด้านการเงินสูง อีกคนหนึ่งต่ำ ก็มีแนวโน้มจะแยกทางกันมากด้วย โดยในแง่นี้ หรือความแตกต่างด้านความน่าเชื่อถือด้านการเงิน ปัจจัยนี้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงอุปสรรคยากลำบากที่คู่รักที่มีปัญหานี้จะต้องเจอ โดยฝ่ายหนึ่งจะโทษอีกฝ่ายหนึ่งเมื่อความสัมพันธ์ของพวกเขามีปัญหา

นอกจากนี้ ในแง่ความซื่อสัตย์แล้ว ข้อมูลนี้สะท้อนว่า ความน่าเชื่อถือด้านการเงินของคู่รัก จะเป็นตัวบอก "ข้อมูล" เกี่ยวกับความทักษะความสัมพันธ์ที่สำคัญ ๆ ของพวกเขา ว่า พวกเขาจะ "ผูกพัน" ซื่อสัตย์หรือชอบโกหก ต่ออีกฝ่ายหรือไม่
เนื่องจากการที่บุคคลไม่มีหนี้ ถือว่าเป็นบุคคลที่มีความรับผิดชอบต่อตัวเองสูง และยิ่งนี้เป็นเครื่องชี้ว่า หากบุคลประเภทนี้มีความรัก พวกเขามักจะซื่อสัตย์และรับผิดชอบต่อคู่ของเขาด้วย โดยยิ่งความน่าเชื่อถือทางการเงินดังกล่าว ยิ่งใครมีสูงมาก นี่เป็นเครื่องบ่งชี้ว่า ความรักของเขาก็ยืนยาวมากเช่นกัน

สรุปแล้ว ข้อมูลดังกล่าวนี้ สามารถเป็นเครื่องช่วยให้เราได้รู้ว่า ก่อนจะคบใคร ควรศึกษาก่อนกว่า เขามีเครดิตด้านการเงินต่ำแค่ไหน ชอบเบี้ยวหนี้ไหม เพื่อที่เราจะได้ไม่ "คบคนผิด" ไปเจอกับคนที่มีแนวโน้มที่จะสะบั้นความสัมพันธ์ ไม่ยึดมั่น หรือซื่อสัตย์ ต่อเราได้ง่าย ๆ ด้วย

เรื่องล่าสุดของหมวด Extreme

ดูหมวด Extreme ทั้งหมด