"เชฟอ้อม" : ความอร่อยที่แท้จริงอาจอยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด "ปลาทู"

ท่ามกลางกระแสอาหารไทยร่วมสมัยที่ก้าวไกลสู่เวทีโลก ชื่อของ “เชฟอ้อม” สุจิรา พงษ์มอญ คือหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของวงการ ผ่านร้านอาหาร ขาล (Khaan Thai Fine Dining) ที่หยิบรากเหง้าวัตถุดิบพื้นบ้านมาร้อยเรียงใหม่อย่างละเมียดละไม
ทว่าสำหรับเธอแล้ว เส้นทางสายอาหารไม่ได้เริ่มจากห้องครัวระดับดาว แต่เริ่มจากครัวในบ้าน และช่วงเวลาธรรมดาที่เปลี่ยนชีวิตเด็กหญิงวัยหกขวบไปตลอดกาล
“ตอนหกขวบค่ะ คุณพ่อป่วย แล้วอยู่บ้านกันสองคน เราหิว พ่อเลยบอกให้ไปดูในครัวว่ามีอะไรทำกินได้บ้าง สุดท้ายก็เป็นไข่เจียว”
“พ่อให้เราทำเอง คอยยืนอยู่ข้างๆ ไม่ดุเลย ต่อให้ทำเลอะเทอะก็ตาม เราเลยรู้สึกว่าการทำอาหารมันมีความสุขมาก” เชฟอ้อม เล่าถึงวันแรกที่เธอจับตะหลิว ไข่เจียวจานนั้นอาจดูเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความหมาย
พ่อของเธอไม่ใช่เชฟมืออาชีพ แต่เป็นคนที่รักการทำอาหารและทำได้อร่อยมาก
“อาหารที่พ่อทำอร่อยกว่าที่แม่ทำอีกค่ะ” เชฟพูดพลางหัวเราะเบาๆ
ความทรงจำในครัววันนั้นจึงไม่ใช่แค่บทเรียนทำไข่เจียว หากคือบทเรียนเรื่องความรัก ความอ่อนโยน และพลังของอาหารที่เชื่อมความรู้สึกของผู้คน
จากไข่เจียววันนั้น สู่เส้นทางเชฟมืออาชีพในวันนี้ เชฟอ้อม ยังคงยึดหัวใจเดิมไว้เสมอ อาหารที่ดีต้องเริ่มจากความเข้าใจวัตถุดิบ และหนึ่งในวัตถุดิบที่เธอผูกพันเป็นพิเศษคือ “ปลาทู” ปลาพื้นบ้านที่อยู่คู่ครัวไทยมานานจนหลายคนเผลอมองข้าม
“เสน่ห์ของปลาทูคือกลิ่นค่ะ มันไม่ใช่กลิ่นคาว แต่มันเป็นกลิ่นเฉพาะของปลาทู ยิ่งโดนไฟยิ่งหอม”
“หัวก็กรอบ หางก็กรอบ กินได้ตั้งแต่หัวจรดหางเลยค่ะ” เชฟอธิบายอย่างมีชีวิตชีวา พร้อมเล่าว่าหากทอดอย่างถูกวิธี ปลาทูจะอร่อยได้ทั้งตัว
ความผูกพันของเธอกับปลาทูยังโยงใยกับวัยเด็กอย่างลึกซึ้ง แม้วันนี้จะเป็นเชฟระดับไฟน์ไดนิ่ง ความรู้สึกแบบเด็กน้อยที่แย่งตาปลาทูกับคนในบ้านก็ยังไม่เคยจางหาย เพราะปลาทูสำหรับเธอคือรสชาติของความอบอุ่นบนโต๊ะอาหารครอบครัว
“ปลาทูคลุกข้าวคือเดอะเบสต์ค่ะ แกะเนื้อปลาทู คลุกข้าว เหยาะซีอิ๊วขาวนิดเดียว”
“จานนี้คือรสมือแม่ และคือความทรงจำที่ไม่ว่าจะเติบโตไปไกลแค่ไหน ก็ยังอยากหวนกลับไปลิ้มรสเดิมเสมอ”
ในรายการ Tasteful Thailand เชฟอ้อม ได้รับโจทย์วัตถุดิบคือ ปลาทู และเธอเลือกนำเสนอในสองมิติที่ต่างกันอย่างน่าสนใจ ได้แก่ ข้าวยำปลาทู และ ต้มยำปลาทู
สำหรับ ข้าวยำปลาทู เชฟเล่าว่าได้แรงบันดาลใจจากยำแหนมข้าวทอด แต่ปรับให้ปลาทูเป็นพระเอกของจานแทน รสชาติของจานนี้ไม่ซับซ้อนเกินไป มีเพียงน้ำปลาและมะนาวเป็นตัวชูโรง
“มันกินเล่นก็ได้ เป็นกับข้าวก็ได้ แล้วสมุนไพรที่ใส่ก็บอกตัวตนของอาหารไทยชัดมาก มะนาวช่วยตัดเค็ม ตัดเลี่ยน แล้วทำให้กินกับสมุนไพรได้สดชื่นขึ้น”
ส่วน ต้มยำปลาทู คือการพาอัตลักษณ์ไทยแบบเต็มคำกลับมาสู่สปอตไลต์ ปลาทูสดเมื่อนำมาต้ม จะให้เนื้อสัมผัสนุ่ม มัน และมีกลิ่นเฉพาะที่เข้ากับน้ำต้มยำอย่างน่าประหลาด
“ต้มยำปลาทูหากินยากนะคะ เดี๋ยวนี้ส่วนใหญ่เป็นต้มยำปลากะพง ปลาทูแท้ต้มยังไงเนื้อก็ยังนุ่ม ไม่แข็งเหมือนปลาอื่น”
นอกจากความอร่อย เชฟอ้อม ยังอยากให้ตอนนี้ของรายการเป็นการชวนคนไทยกลับมามองเห็นคุณค่าของวัตถุดิบใกล้ตัว พร้อมฝากถึงการสนับสนุนประมงท้องถิ่นและการอนุรักษ์ปลาทูแท้ของไทย
“ปลาทูอยู่กับเราทุกวัน จนบางทีเราลืมไปว่ามันพิเศษแค่ไหน อยากให้ทุกคนหวงแหนปลาทูของเรามากขึ้นค่ะ”
ท้ายที่สุด สิ่งที่เธออยากให้ผู้ชมได้รับ ไม่ใช่เพียงแรงบันดาลใจในการทำอาหาร แต่คือความรู้สึกผูกพันกับวัตถุดิบบ้านเราอีกครั้ง และบางที หลังจากชมตอนนี้จบ หลายคนอาจอยากเดินเข้าครัว ทอดปลาทูหอมๆสักตัว แล้วค้นพบว่า ความอร่อยที่แท้จริง อาจอยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด
ร่วมสัมผัสกับ Tasteful Thailand สารคดีที่จะพาผู้ชมกลับไปมองอาหารไทยด้วยความลึกซึ้งมากขึ้น เห็นคุณค่าในวัตถุดิบที่คุ้นเคย และเรียนรู้ว่าอาหารหนึ่งจาน อาจบอกเล่าเรื่องราวของคน สถานที่ และช่วงเวลาของชีวิตได้มากกว่าที่คุณคิด
“Tasteful Thailand” สารคดีคุณภาพระดับพรีเมียม ถ่ายทอดแก่นแท้ของอาหารไทย ผ่านมุมมองผู้สร้างจากจีน ติดตามชมได้ทาง Tencent Video, แอปพลิเคชัน WeTV, True ID และ True Visions
อัลบั้มภาพ 20 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี






