"เชฟปู" : เมนูที่สรรค์สร้างโดยเพื่อนเก่าที่รู้ใจกันมานาน "กะทิ"

เรื่องราวของ “เชฟปู” รวิวรรณ จันทวงค์ แห่งร้านอาหาร บ้านสวนลุงไข่ ไม่ได้เริ่มต้นจากห้องครัวหรูหรือโรงเรียนสอนทำอาหารชื่อดัง หากแต่เริ่มจากครัวเล็กๆ ในบ้านของคุณยาย กลิ่นควันเตาถ่านและเสียงครกกระทบสากคือเสียงดนตรีประจำวัยเยาว์ที่ค่อยๆ หล่อหลอมให้เด็กหญิงคนหนึ่งเติบโตมากับรสมือและความทรงจำ
เชฟปู เล่าว่า เธอคลุกคลีกับอาหารมาตั้งแต่จำความได้ เพราะคุณยายเปิดร้านขายอาหารตามสั่งในชุมชน หน้าที่ของหลานตัวน้อยไม่ใช่แค่ช่วยหยิบจับ แต่ต้องตื่นเช้ามืดไปตลาดเพื่อคัดเลือกวัตถุดิบด้วยตัวเอง ประสบการณ์นั้นกลายเป็นห้องเรียนชีวิตที่ไม่มีตำราเล่มไหนเทียบได้
“เชฟไปจ่ายตลาดตั้งแต่ ป.5 ค่ะ แล้วก็เป็นคนเลือกของเอง ไม่ใช่แค่ไปซื้อ แต่ดูว่าปลาตัวไหนสด ของอะไรน่าสนใจ”
สายตาที่มองออกว่าอะไรดีไม่ดี ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่เป็นผลจากการซึมซับวิถีคนทะเลและคำสอนของผู้ใหญ่ในบ้าน
“คุณยายสอนว่าต้องดูตรงไหนของปลา ดูวัตถุดิบยังไง เราเลยคุ้นชินกับการสังเกต” เธอเล่าด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย แต่แฝงความภูมิใจในรากเหง้า
ภาพวัยเด็กของ เชฟปู ยังผูกพันแน่นแฟ้นกับ “มะพร้าว” พืชเศรษฐกิจหลักของบ้านเกิด สวนมะพร้าวกว้างใหญ่ไม่ใช่แค่แหล่งรายได้ แต่เป็นสนามชีวิตที่สอนทั้งความอดทนและวินัย
“คุณยายเคยพาเดินรอบสวนมะพร้าวหลายรอบมาก จนรู้เลยว่านี่คือการทำโทษ” เชฟเล่าพร้อมหัวเราะเมื่อเล่าถึงบทลงโทษในวัยเยาว์
ความทรงจำเหล่านั้นทำให้มะพร้าวและกะทิไม่ใช่แค่วัตถุดิบ แต่คือส่วนหนึ่งของชีวิต กะทิที่ดีต้องสดใหม่และผ่านการคั้นอย่างพิถีพิถัน
“กะทิที่ดีต้องคั้นสด ไม่เกิน 4 ชั่วโมงค่ะ อุณหภูมิห้องปกติเลย แบบนั้นรสชาติจะละมุน หอมชัดมาก” เชฟอธิบายด้วยความรู้สึกราวกับกำลังพูดถึงเพื่อนเก่าที่รู้ใจกันมานาน
ในวันที่หลายร้านเลือกใช้กะทิสำเร็จรูปเพราะความสะดวก เชฟปู กลับยืนยันจะยืนหยัดกับความสด สำหรับเธอ รสชาติที่แท้จริงไม่ใช่เรื่องของทางลัด แต่คือความใส่ใจตั้งแต่ต้นทาง
เมนูที่สะท้อนตัวตนของ เชฟปู ได้ชัดที่สุดคือ “ปูผัดกะทิ” อาหารจานนี้ไม่ใช่แค่จานเด็ดประจำร้าน แต่คือความทรงจำในวัยเด็ก
“คุณยายทำให้ทานตั้งแต่เด็ก เชฟเลยผูกพันกับเมนูนี้มาก”
จากสูตรพื้นบ้านเรียบง่าย วันนี้ถูกยกระดับด้วยเทคนิคและความเข้าใจในวัตถุดิบอย่างลึกซึ้ง เชฟอธิบายว่า เนื้อปูหวานๆ เมื่อเคล้ากับกะทิสด จะยิ่งชูความหอมมันอย่างนุ่มนวล
“พอเนื้อปูผสมกับกะทิ มันทำให้ความหอมเด่นขึ้น เป็นเมนูที่ใช่ที่สุดสำหรับเชฟ”
ความโดดเด่นของเมนูนี้ยังทำให้ลูกค้าจดจำร้านบ้านสวนลุงไข่ได้เสมอ ด้วยคำยืนยันที่ว่า “90 เปอร์เซ็นต์ของลูกค้าจะสั่งเมนูนี้”
เส้นทางชีวิตที่เริ่มจากตลาดสดและสวนมะพร้าว วันนี้นำพา เชฟปู มาสู่เวทีใหม่ในรายการ Tasteful Thailand ที่เธอได้รับโจทย์วัตถุดิบคือ “กะทิ” ซึ่งเหมือนโชคชะตากำหนดไว้แล้ว
“อยากให้ทุกคนได้สัมผัสคำว่ากะทิที่ดีที่สุดจริงๆ”
“มันไม่ใช่แค่การสาธิตทำอาหาร แต่คือการบอกเล่าเรื่องราวของวัตถุดิบไทยที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง เชฟอยากให้ผู้ชมเห็นว่า กะทิไม่ได้มีไว้แค่ทำขนมหรือแกงเผ็ดเท่านั้น”
“กะทิสามารถทำเมนูคาวที่ไม่ต้องใส่พริกแกง แล้วอร่อยได้ด้วยรสหวานธรรมชาติของมันเอง”
ท้ายที่สุด สิ่งที่ เชฟปู อยากส่งต่อไม่ใช่แค่สูตรอาหาร แต่คือความรู้สึกผูกพันระหว่างคนกับวัตถุดิบ ระหว่างอดีตกับปัจจุบัน และระหว่างรากเหง้ากับเวทีระดับประเทศ ผ่านจาน ปูผัดกะทิ ที่อบอวลด้วยกลิ่นหอมของความทรงจำและหัวใจของคนทำอาหารอย่างแท้จริง
ร่วมสัมผัสกับ Tasteful Thailand สารคดีที่จะพาผู้ชมกลับไปมองอาหารไทยด้วยความลึกซึ้งมากขึ้น เห็นคุณค่าในวัตถุดิบที่คุ้นเคย และเรียนรู้ว่าอาหารหนึ่งจาน อาจบอกเล่าเรื่องราวของคน สถานที่ และช่วงเวลาของชีวิตได้มากกว่าที่คุณคิด
“Tasteful Thailand” สารคดีคุณภาพระดับพรีเมียม ถ่ายทอดแก่นแท้ของอาหารไทย ผ่านมุมมองผู้สร้างจากจีน ติดตามชมได้ทาง Tencent Video, แอปพลิเคชัน WeTV, True ID และ True Visions
อัลบั้มภาพ 20 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี






