"เชฟม่อน" : ความท้าทายในการปรุงเมนูแย่ที่สุดในโลกด้วย "พริก"

"เชฟม่อน" สุวิจักขณ์ กังแฮ คือชื่อที่กำลังถูกจับตามองในฐานะเชฟรุ่นใหม่ผู้ยืนอยู่บนรากวัฒนธรรมอาหารใต้
ร้าน Royd (หรอย) ของเขาไม่ใช่เพียงพื้นที่สำหรับการรับประทานอาหาร แต่เป็นพื้นที่ของความทรงจำ รสมือครอบครัว และเรื่องเล่าที่ถูกกลั่นผ่านประสบการณ์ชีวิตของคนที่เติบโตมากับครัวตั้งแต่เด็ก
การเดินทางของ เชฟม่อน ไม่ได้เริ่มจากความฝันอันสวยหรู หากเริ่มจากความคุ้นชินจนกลายเป็นความเบื่อหน่าย เขาเติบโตมากับร้านอาหารของที่บ้าน เห็นครัว เห็นเตา เห็นการทำอาหารเป็นกิจวัตรประจำวัน จนวันหนึ่งกลับรู้สึกอยากวิ่งหนีสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด
“ผมเป็นเด็กโตมากับร้านอาหารครับ มันก็เลยได้เห็นคนวิ่งเข้าครัวทุกวัน อะไรเงี้ย มันก็เลยเริ่มรู้สึกว่าเบื่อ เบื่อที่ได้อยู่กับอาหาร จนเหมือนแบบ อยากหนีมันบ้าง”
ช่วงเวลาของการค้นหาตัวเองในวัยมัธยมปลาย กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อเขาค่อยๆหันกลับมามองสิ่งที่เคยหนีด้วยสายตาที่โตขึ้น และเข้าใจตัวเองมากขึ้น เชฟม่อน พบว่าความสุขอย่างหนึ่งของชีวิต คือการได้กินอาหารอร่อยด้วยตัวเอง
“แต่สุดท้ายพอเริ่มค้นหาตัวเอง ก็หนีไม่พ้นครับว่า เออ จริงๆแล้วเราก็ชอบทำอาหาร จริงๆแล้วเราก็ชอบกินอาหารอร่อยๆเนอะ แล้วก็บางอย่างมันก็เป็นเหมือนแบบ เป็นการ Flashback ว่า เออ เคยกินรสชาติแบบนี้ที่อาม่าเคยทำให้กิน ประมาณนี้ครับ”
จากครัวบ้าน สู่ครัวร้าน Royd และกำลังจะก้าวไปสู่จอภาพในรายการ Tasteful Thailand เชฟม่อน ได้รับโจทย์วัตถุดิบที่ดูเรียบง่ายแต่ท้าทายอย่างยิ่ง นั่นคือ “พริก” วัตถุดิบที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นหัวใจของอาหารไทย โดยเฉพาะอาหารใต้
“พริกเป็นหนึ่งในองค์ประกอบหลักของอาหารไทยและอาหารใต้ครับ”
สำหรับ เชฟม่อน ความยากของพริกไม่ใช่แค่ความเผ็ด แต่คือการทำอย่างไรให้ผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับความเผ็ด สามารถเปิดใจและมีความสุขกับมันได้
“มันเป็น Challenge ว่าจะทำให้เขาได้รู้สึกว่า Enjoy กับพริกยังไงมากกว่า”
เมื่อพูดถึงเมนูที่เป็นตัวแทนของพริกและอัตลักษณ์ภาคใต้ ชื่อของ แกงไตปลา ปรากฏขึ้นทันที เมนูที่ทั้งเป็นสัญลักษณ์ความภาคภูมิใจ และในขณะเดียวกันก็เป็นเมนูที่เคยถูกตราหน้าว่า “แย่ที่สุดในโลก”
“แกงไตปลาเนี่ย มันเป็นทั้งเมนูที่เป็น Signature ของคนใต้ แต่ก็โดนประณามว่าเป็นเมนูที่แย่ที่สุดในโลกครับ มีสื่อต่างประเทศเขาจัดอันดับไว้อยู่ด้วยนะ”
แทนที่จะหลีกเลี่ยง เชฟม่อน กลับเลือกเผชิญหน้า เขามองแกงไตปลาเป็นความท้าทายที่ควรได้รับการทำความเข้าใจใหม่ ไม่ใช่ตัดสินเพียงจากภาพลักษณ์หรือความแปลกประหลาดของวัตถุดิบ
“มันมีความอร่อย มีความอูมามิ แล้วมันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ Represent ตัวมันเหลือเกิน”
ความผูกพันกับแกงไตปลาเริ่มต้นตั้งแต่วัยเด็ก ความทรงจำของเด็กชายวัย 6–7 ขวบที่อยากเป็นผู้ใหญ่ อยากกินเผ็ดเหมือนพ่อแม่ แม้จะต้องแลกกับน้ำตาและน้ำมูกที่ไหลไม่หยุด
“ผมว่าผมกินเผ็ดที่สุดในชีวิตครั้งแรก ก็มาจากแกงตัวนี้แหละครับ ฮ่าๆ”
“ตอนนั้นผมไปร้านขนมจีนกับที่บ้านครับ แล้วก็เห็นแม่กับเห็นพ่อ เวลาเขาสั่งขนมจีน เขาจะสั่งน้ำยากะทิแล้วก็แกงไตปลาราดอีกทีนึง ผสมกัน”
“แล้วเราเองก็แบบ อยากเป็นผู้ใหญ่บ้าง อยากกินเผ็ดได้บ้างอะไรเงี้ย กินเข้าไปครั้งแรกนี่คือ เรียบร้อยเลยครับ น้ำตา น้ำหูน้ำตาไหล พ่อแม่เขาก็ปล่อย อะ อยากลองก็ลองเลย เอาให้รู้”
ใน Tasteful Thailand เชฟม่อน เลือกเล่าแกงไตปลาในบริบทใหม่ ลดทอนความเข้มข้นของน้ำแกง ชูองค์ประกอบอื่นให้สมดุล และนำเสนอในรูปแบบที่คนต่างชาติสามารถเข้าถึงได้ โดยไม่ทิ้งตัวตนของอาหารดั้งเดิม
“มันอาจจะดู Fine Dining หน่อย แต่มันก็เสิร์ฟครบถ้วนในรูปแบบที่มันควรจะเป็นแกงไตปลา ถ้าลองเปิดใจ ผมว่าทุกคนสามารถไปกับมันได้”
ท้ายที่สุด เชฟม่อน ไม่ได้อยากให้คนดูเพียงแค่รู้จักเมนูหนึ่งเมนู แต่เขาอยากชวนผู้ชมเดินทางไปกับอาหาร ไปกับภูเก็ต และไปกับวัฒนธรรมการกินของภาคใต้ ผ่านมุมมองที่ลึกและอ่อนโยนกว่าที่เคย
“ผมเชื่อว่าอาหารก็เป็นลักษณะของการท่องเที่ยวอย่างหนึ่ง อยากทำให้ทุกคนได้รู้จักอาหารใต้ในอีกมุมมองหนึ่งครับ”
ร่วมสัมผัสกับ Tasteful Thailand สารคดีที่จะพาผู้ชมกลับไปมองอาหารไทยด้วยความลึกซึ้งมากขึ้น เห็นคุณค่าในวัตถุดิบที่คุ้นเคย และเรียนรู้ว่าอาหารหนึ่งจาน อาจบอกเล่าเรื่องราวของคน สถานที่ และช่วงเวลาของชีวิตได้มากกว่าที่คุณคิด
“Tasteful Thailand” สารคดีคุณภาพระดับพรีเมียม ถ่ายทอดแก่นแท้ของอาหารไทย ผ่านมุมมองผู้สร้างจากจีน ติดตามชมได้ทาง Tencent Video, แอปพลิเคชัน WeTV, True ID และ True Visions
อัลบั้มภาพ 35 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี






