วัฒนธรรมที่แตกต่าง : เหตุใด "เฟอร์กี้" อยากให้นักเตะรีบแต่งงาน?

วัฒนธรรมที่แตกต่าง : เหตุใด "เฟอร์กี้" อยากให้นักเตะรีบแต่งงาน?
Main Stand

สนับสนุนเนื้อหา

แม้หลายคนบอกว่า "ความรักเป็นเรื่องราวของคนสองคน" แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่าในบางครั้ง มันก็มีปัจจัยจากบุคคลรอบข้างเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

บางคนอาจสนับสนุน บางคนอาจคัดค้าน แต่หนึ่งในกลุ่มคนที่สนับสนุนให้นักกีฬามีครอบครัวนั้น หลายคนคงนึกชื่อ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ขึ้นใจ

 

แต่เหตุใด "เฟอร์กี้" ถึงอยากให้เหล่าลูกศิษย์นักค้าแข่งในการดูแลของเขารีบออกเรือน ทั้งๆ ที่หลายคนคิดว่า เรื่องดังกล่าวจะทำให้สมาธิในการเป็นนักฟุตบอลถูกสั่นคลอนกันล่ะ?

วัฒนธรรมของสองโลก

ก่อนที่จะว่ากันถึงแนวความคิดของเฟอร์กี้นั้น เราคงต้องมาว่ากันถึงเรื่องการเลี้ยงดูลูกหลานของสังคมในโลกตะวันออกกับตะวันตกเสียก่อน เนื่องจากแนวความคิดของทั้งสองซีกโลกนั้นค่อนข้างจะมีความแตกต่างในสาระสำคัญอยู่พอสมควรเลยทีเดียว

 1

เรื่องที่ว่านั้นก็คือ การให้อิสระในความคิดและทำสิ่งต่างๆ เพราะขณะที่พ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ในโลกตะวันออกค่อนข้างที่จะเป็นห่วงหาอาทร จนบางครั้งก็ดูเหมือนการจ้ำจี้จ้ำไช ลูกๆ หลานๆ ต้องดำเนินชีวิตตามกรอบที่วางไว้ ฟากตะวันตกนั้น กลับพยายามที่จะใช้ช่วงเวลาวัยเด็กและวัยรุ่นตอนต้นเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการดำรงชีวิตให้ได้มากที่สุด เพราะเมื่อสำเร็จการศึกษาชั้นไฮสคูล หรือ ม.6 เมื่อไหร่ ก็ถึงเวลาที่ลูกนกเหล่านี้จะต้องปีกกล้าขาแข็ง ออกไปใช้ชีวิต เลี้ยงดูตัวเองให้ได้เสียที

และอิสระทางความคิดกับการกระทำนั้น ก็รวมถึงเรื่องความรักด้วย เพราะครอบครัวในโลกตะวันออกนั้นค่อนข้างซีเรียสกับการเลือกคู่ครองของลูกๆ หลานๆ เป็นอย่างมาก หลายประเทศถึงกับมีประเพณีที่เรียกว่า "คลุมถุงชน" คือจัดแจงหาคู่ครองให้เสร็จสรรพ ตัวเด็กมีหน้าที่แค่เข้าพิธีแต่งงานตามประเพณี และทำทุกวิถีทางให้อยู่ด้วยกันได้เท่านั้น ขณะที่ฟากตะวันตกดูจะเปิดกว้างให้ความรักเป็นเรื่องระหว่างคน 2 คนมากกว่า หากความสัมพันธ์นั้นไม่ทำให้ลูกๆ หลานๆ แย่ลงกว่าเดิมก็ถึงไม่ขัดขวางนัก

แม้สังคมตะวันตกจะเปิดกว้างกับการมีความรักของหนุ่มสาวมากกว่า ทว่าสำหรับการแต่งงานแล้ว ดูเหมือนเทรนด์ของโลกจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือคู่รักตัดสินใจที่จะแต่งงานช้าลง โดยทางมหาวิทยาลัยเบนท์ลี่ย์ ประเทศสหรัฐอเมริกาชี้ว่า สาเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่คู่รักรู้สึกว่า การสร้างฐานะของตนเองและชีวิตคู่ให้มีความมั่นคงนั้น ถือเป็นเรื่องที่สำคัญเร่งด่วนกว่าการแต่งงาน ที่นอกจากจะใช้เงินไม่น้อยแล้ว การมีลูกก็จะยิ่งทำให้คู่รักต้องใช้เงินมากยิ่งกว่าเดิมอีกด้วยเช่นกัน

ปัญหาที่มาพร้อมชื่อเสียง

หากเรามองที่กรณีของ ซน ฮึง มิน ดาวดังทีมชาติเกาหลีใต้ของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่คุณพ่อประกาศิตไว้ว่า "ตราบใดที่ยังไม่แขวนสตั๊ด ห้ามแต่งงานเด็ดขาด" ก็จะเห็นว่า อีกหนึ่งมุมมองสำหรับคนในโลกตะวันออก คือจะต้องประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานเสียก่อนที่จะมองหาการลงหลักปักฐานกับใครสักคน

 2

ทว่าสำหรับชาวตะวันตก พวกเขามักจะมีแนวคิดว่า การประสบความสำเร็จในเรื่องต่างๆ สามารถดำเนินไปพร้อมกันได้ เข้ากับคำที่ว่า "Lucky in game and lucky in love" หากความรักนั้นไปกันได้กับหน้าที่การงาน ก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง

แต่ถึงกระนั้น สำหรับนักฟุตบอลอาชีพ การประสบความสำเร็จในสนามคือที่มาของภัยซ่อนเร้นอย่างหนึ่ง ... การรับมือกับชื่อเสียง

ปฏิเสธไม่ได้ว่า การมีชื่อเสียง ทำให้คนที่อยู่รายรอบต่างอยากที่จะมาทำความรู้จักรวมถึงหาประโยชน์ ขณะเดียวกันตัวผู้ที่มีชื่อเสียงเองก็จะได้มาซึ่งสิทธิพิเศษหลากหลายประการ ทรัพย์สิน, เสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้าม ฯลฯ ซึ่งบางครั้ง มันก็ทำให้เกิดความลุ่มหลงจนหลงใหลได้ปลื้มกับมัน

และนั่นคือสิ่งที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน วิตกกังวลเป็นอย่างมากหากมันจะเกิดกับลูกทีม เพราะไม่เพียงแต่จะทำให้สมาธิในการพัฒนาฝีเท้าเพื่อเติบโตในฐานะนักเตะอาชีพลดลงเท่านั้น ในบางคราวมันยังนำมาซึ่งเรื่องราวอื้อฉาว ที่อาจเลยเถิดไปถึงคดีความ อันนำมาซึ่งความเสื่อมเสียทั้งกับตัวผู้เล่นรวมถึงสโมสร

ยืมมือดับพยศ

แน่นอน หากมันส่อเค้าว่าจะเลยเถิด ยอดกุนซือผู้นี้ก็พร้อมที่จะเอาตัวเข้าไปแทรกเพื่อหยุดยั้ง และนั่นคือสิ่งที่ ไรอัน กิ๊กส์ ตำนานปีกพ่อมดของสโมสรเคยเจอมากับตัวสมัยที่ยังเป็นนักเตะดาวรุ่ง

 3

"มีอยู่ครั้งหนึ่ง ชาร์ปปี้ (ลี ชาร์ป - อดีตนักเตะ แมนฯ ยูไนเต็ด รุ่นพี่ของกิ๊กส์) จัดงานปาร์ตี้ที่บ้านของเขา ซึ่งผมก็ไปร่วมงานด้วย และก็นะ ... สุรา นารี มีครบ"

"ระหว่างงานกำลังดำเนินไปก็มีเสียงกริ่ง ผมเลยเดินไปเปิดประตู ปรากฎว่าคนที่ปรากฎอยู่ตรงหน้าคือเฟอร์กี้ ที่สำคัญ ขวดเบียร์ยังคามือผมอยู่เลย งานนี้หนีไม่พ้น และแน่นอน ... เละสิครับ"

เรื่องที่ป๋าทำแสบกับเหล่าลูกทีมยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ เพราะกิ๊กส์ยืนยันว่า ไม่ว่านักเตะในสังกัดเขาจะไปทำอะไร ก็ไม่พ้นสายตาเจ้านายคนนี้ไปได้เลย

"เอาเป็นว่าถ้าคุณออกไปข้างนอกในคืนวันเสาร์ เช้าวันต่อมาเขาจะบอกได้เป็นฉากๆ เลยว่าคนนี้ไปที่ไหน ไปทำอะไร และกับใคร สิ่งที่คุณคิดออกในตอนนั้นคงมีแค่เพียง 'ป๋าแกรู้ได้ไงวะ?' คือเหมือนเขามีสายส่งข่าวให้ตลอดเลย และถ้าคุณทำอะไรผิดสังเกตมา อย่างของผมจะเป็นการโกนหนวด เขาก็จะดักคอเลยว่า 'นี่แกไปท่องราตรีมาใช่มั้ย?'"

"สำหรับผมกับเขา เรามีเรื่องเถียงกันจนนับครั้งไม่ถ้วน ซึ่งพอมองย้อนกลับไป ผมรู้สึกขอบคุณที่เขาหล่อหลอมผมให้เป็นอย่างนี้ แต่ก็ยอมรับครับว่า ในตอนนั้นมันก็เจ็บปวดไม่น้อยเลยทีเดียว"

สำหรับกุนซืออย่างเฟอร์กี้นั้น ยิ่งลูกทีมมีสมาธิกับการเล่นในสนามมากเท่าไหร่ ยิ่งดีกับทั้งตัวนักเตะมากเท่านั้น ซึ่งสำหรับเขาแล้ว มันมีอยู่วิธีหนึ่งที่จะทำให้นักเตะอยู่กับร่องกับรอย ... การแต่งงาน สร้างครอบครัวนั่นเอง โดยยอดกุนซือปีศาจแดงเผยถึงเรื่องนี้ว่า

 4

"การแต่งงานเนี่ยช่วยนักฟุตบอลได้นะ เพราะมันทำให้ชีวิตของพวกเขาเป็นหลักแหล่งไม่เลื่อนลอย ไม่ต้องไปคิดถึงเรื่องเพศตรงข้ามให้มากสมอง ยิ่งมีลูกแล้วก็ยิ่งทำให้สมาธิของคุณจดจ่อกับไม่กี่สิ่ง ครอบครัวกับฟุตบอลแค่นั้น อีกเรื่องสำคัญคือ คุณจะรู้ด้วยว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน ก็อยู่กับครอบครัวไง! ผมว่าเรื่องนี้จะช่วยให้ชีวิตของนักฟุตบอลมีความมั่นคงยิ่งขึ้น"

ซึ่งเรื่องนี้ เฟอร์กี้ได้กล่าวถึงกรณีของ เวย์น รูนี่ย์ เมื่อปี 2009 โดยเจ้าตัวเชื่อว่า การแต่งงานกับ คอลลีน ที่คบหาดูใจตั้งแต่สมัยวัยรุ่น จะทำให้เจ้าตัวมีสมาธิกับเกมในสนามยิ่งขึ้น ซึ่งเมื่อดูจากผลงานหลังจากนั้นของเขาก็คงไม่เป็นที่ปฏิเสธ เมื่อรูนี่ย์ประสบความสำเร็จกับทีมปีศาจแดงอย่างสูงตลอดระยะเวลา 13 ปีกับสโมสร คว้าแชมป์ทุกรายการที่เคยลงแข่งให้ต้นสังกัด และทำสถิติดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของ แมนฯ ยูไนเต็ด 253 ประตู

เมื่อป๋าไม่ปลื้มสะใภ้

แนวคิดของเฟอร์กูสันที่อยากให้ลูกทีมตกลงปลงใจรีบหาคู่ชีวิตมาอยู่เคียงข้าง ดูจะส่งผลดีกับฟอร์มการเล่นของ แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่ไม่น้อย เมื่อทีมปีศาจแดงประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในสนามแข่งขันตลอดระยะเวลากว่า 26 ปีของการคุมทีม กับการคว้าได้ทุกแชมป์ที่สโมสรเคยลงแข่งขัน

 5

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าการเลือกคู่ครองของนักเตะในทีมจะถูกใจกุนซือที่ลูกทีมหลายคนเรียกเขาว่า "คุณพ่อคนที่สอง" ไปเสียหมด อย่างน้อยๆ ก็มีอยู่หนึ่งคนที่ทำให้ป๋านั้นกริ้วสุดขีด ... เดวิด เบ็คแฮม

แม้เบ็คแฮมนั้นจะไม่ได้เป็นนักเตะที่มีทักษะสูงส่ง แต่ความขยัน พร้อมที่จะรับฟังคำสอนของโค้ชและนำไปปฏิบัติตาม รวมถึงฝึกฝนตัวเองอยู่เสมอ ก็ได้ทำให้เจ้าตัวมีพัฒนาการฝีเท้าที่ดีขึ้น จนแม้แต่เฟอร์กี้เองยังยอมรับว่า ศักยภาพของเขาดีพอที่จะเป็นนักเตะระดับสุดยอดของโลกได้

ยกเว้นแต่เพียง มันมีปัญหาเล็กๆ ที่ใหญ่ยิ่งซ่อนอยู่

"ปัญหาใหญ่สำหรับผมในกรณีของ เดวิด เบ็คแฮม น่ะหรือ ... การที่เขาตกหลุมรักวิคตอเรีย (อดีตสมาชิกวง Spice Girls เกิร์ลกรุ๊ประดับท็อปของโลก) นั่นแหละเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง" ยอดบอสของ แมนฯ ยูไนเต็ด เผยถึงเรื่องนี้ในหนังสืออัตตชีวประวัติ Alex Ferguson: My Autobiography

ถ้อยคำดังกล่าวถือเป็นการตอกย้ำรอยร้าวที่มีมาอย่างยาวนานของยอดกุนซือกับอดีตขุนศึกคู่ใจ ซึ่งเฟอร์กี้เคยย้ำถึงก่อนหน้านี้ตั้งแต่ปี 2007 ว่า "เบ็คแฮมไม่เคยเป็นปัญหาสำหรับผมเลยจนกระทั่งแต่งงาน สมัยก่อนเขามาซ้อมกับโค้ชทีมเยาวชนและเป็นเด็กหนุ่มที่วิเศษมาก ทว่าการแต่งงานที่ทำให้เขาเข้าสู่โลกมายา ทำให้เขาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เขามองฟุตบอลเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ในชีวิตเท่านั้น ตัวตนของเขา การสร้างชื่อเสียงเป็นคนดังของเขา กลายเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด"

 6

จากคำพูดดังกล่าว เราคงไม่ต้องอธิบายความบาดหมางที่เกิดขึ้นระหว่างเจ้านายและลูกศิษย์คนนี้ เพราะที่สุดแล้ว ทุกอย่างก็จบด้วยการย้ายทีมของเบ็คแฮมในปี 2003 จากเหตุการณ์ "สตั๊ดบิน" ที่ทำให้เขามีแผลแตกที่คิ้วซ้าย ทว่าหลังจากผ่านประสบการณ์ชีวิตมามากมาย ที่สุดแล้วเขาก็เข้าใจในสิ่งที่เฟอร์กี้สั่งสอนอย่างลึกซึ้ง ซึ่งจะว่าไปแล้ว แม้การเลือกคู่ครองของเบ็คแฮมจะเป็นสิ่งที่อดีตเจ้านายไม่ปลื้ม แต่ก็เป็นหนึ่งในส่วนสำคัญที่ทำให้เขาไม่ออกนอกลู่นอกทาง จนประสบความสำเร็จทั้งระหว่างและหลังอาชีพนักฟุตบอลมาจนถึงทุกวันนี้

"ที่สุดแล้ว ผู้จัดการทีมทุกคนก็ต้องการสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทีม, สโมสร และทุกๆ คน นั่นแหละครับ" เบ็คแฮมทิ้งท้าย

ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!