ไขรหัสจากความสำเร็จ : นักกีฬาจากชาติยังไม่พัฒนา ทำอย่างไรจึงร่ำรวยได้แบบแมนนี่ ปาเกียว?

ไขรหัสจากความสำเร็จ : นักกีฬาจากชาติยังไม่พัฒนา ทำอย่างไรจึงร่ำรวยได้แบบแมนนี่ ปาเกียว?
Main Stand

สนับสนุนเนื้อหา

ทุกขวบปี นิตยสารทางการเงินชื่อดังของโลก อย่าง Forbes จะจัดลำดับ นักกีฬาที่มีรายได้สูงสุด ในแต่ละปี ภาพอันดับที่เราเห็นจนชินตา คือนักกีฬาจากประเทศพัฒนา ยึดอันดับหัวแถว อย่างหนาแน่น ไม่ว่าจะเป็น ไทเกอร์ วูดส์, โรเจอร์ เฟดเดอเรอร์, เลบรอน เจมส์, คริสเตียโน โรนัลโด้ หรือ ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์

กระนั้น มีชายคนหนึ่ง จากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เคยประกาศศักดา คว้าตำแหน่งนักกีฬาที่ร่ำรวย มากที่สุด เป็นอันดับที่ 2 ของโลกมาแล้ว 

ชายคนนั้น คือ แมนนี ปาเกียว ยอดนักชกชาวฟิลิปปินส์ จากเด็กในครอบครัวยากจน เขาก้าวขึ้นสู่ยอดมหาเศรษฐีของวงการมวย เป็นทั้งดาราภาพยนตร์ นักร้อง พรีเซ็นเตอร์หลากหลายสินค้า มีบ้านอยู่ที่ ลอส แอนเจิลลิส, แคลิฟอร์เนีย 

ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่นักกีฬาจากประเทศยังไม่พัฒนา จะก้าวข้ามผ่านกำแพง ความเหลื่อมล้ำในโลกกีฬา สร้างชื่อ สร้างฐานะ ให้กับตัวเอง ยืนเทียบเท่ากับนักกีฬาจากประเทศพัฒนาแล้ว 

Main Stand ชวน สร้อย มั่งมี คอลัมนิสต์สายมวยชื่อดังมาคุยถึงเรื่องราวของ “เดอะ แพ็คแมน” สิ่งใดบ้างที่เราสามารถเรียนรู้จากผู้ชายคนนี้ เพื่อใช้เป็นแบบอย่างกับการเดินบนเส้นทางการเป็นนักกีฬา ให้ประสบความสำเร็จ แบบแมนนี ปาเกียว

ผลงานสิ่งสำคัญ

ขึ้นชื่อว่านักกีฬา ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่า ผลงานในสนามแข่งขัน ที่เป็นจุดเริ่มต้นของ ชื่อเสียง, เงินทอง และมูลค่าในตัวเอง หากนักกีฬาสามารถทำผลงานได้ดี


Photo : www.boxingnewsonline.net

สำหรับแมนนี ปาเกียว ผลงานในการชก เป็นที่ประจักษ์ของแฟนมวยอย่างรวดเร็ว เขาเริ่มต้น 11 ไฟต์แรกด้วยชัยชนะรวดในบ้านเกิด ก่อนจะพบกับความพ่ายแพ้ในครั้งแรก ในไฟต์ที่ 12

ถึงจะไม่ได้ถือครองสถิติไร้พ่าย เหมือนคู่ปรับร่วมยุคอย่าง ฟลอยด์ เมย์เวธเทอร์ แต่หากดูจากผลงานตั้งแต่เริ่มชกในปี 1995 ถึง 2011  ปาเกียวแพ้แค่ 3 ครั้ง และกวาดชัยชนะไปถึง 54 ครั้ง 

ในช่วงยุคทองของ “เดอะ แพคแมน” ระหว่างปี 2006-2011 ปาเกียว เคยถือสถิติไร้พ่าย ติดต่อกันยาวนานถึง 15 ไฟต์ ครองเข็มขัดแชมป์โลกถึง 4 รุ่น ในช่วงเวลานั้น ทั้ง ซุปเปอร์เฟเธอร์เวท (ไม่เกิน 59 กิโลกรัม), ไลท์เวท (ไม่เกิน 61.2 กิโลกรัม), เวลเธอร์เวท (ไม่เกิน 66.7 กิโลกรัม) และซุปเปอร์ เวลเธอร์เวท (ไม่เกิน 69.9 กิโลกรัม)

ด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยม ทำให้ในปี 2012 นิตยสาร Forbes จัดให้ปาเกียว เป็นนักกีฬาที่มีรายได้ เป็นอันดับที่ 2 ของโลก ด้วยจำนวนเงิน 62 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ชนะนักกีฬาระดับแถวหน้า ในวงการอื่นหลายคน ไม่ว่าจะเป็นไทเกอร์ วูดส์ เจ้าของแชมป์ในปี 2011, เลบรอน เจมส์ นักบาสฯ มูลค่าอันดับหนึ่ง รวมไปถึงสองพี่น้องตระกูลแมนนิง อย่างเพย์ตันและอีไล ผู้เล่นที่รับค่าจ้างระดับแถวหน้า ของลีกอเมริกันฟุตบอล NFL

ปาเกียวมักให้สัมภาษณ์ เผยถึงเคล็ดลับ ความสำเร็จบนสังเวียนผ้าใบอยู่เสมอ โดยเขายกเครดิตทั้งหมด ให้กับพรแสวง และการทำงานหนักของตัวเอง

“คุณจำเป็นต้องทำงานหนัก ทุ่มเทให้เต็มที่กับการฝึกซ้อม ให้เหมือนกับว่าคุณไม่เคยทำมาก่อนในชีวิต เพราะทุกครั้งที่พร้อม ผมจะยกระดับตัวเองขึ้นไปอีกขั้น”

“ผมแค่ต้องการ ทำให้เต็มที่ที่สุด ทุ่มเททุกอย่างที่มีบนสังเวียน” ปาเกียวให้สัมภาษณ์กับ BBC


Photo : news.abs-cbn.com

ก่อนจะขึ้นชกในแต่ละไฟต์ ปาเกียวจะเก็บตัวฝึกซ้อม ไประยะเวลา 8 สัปดาห์ ด้วยความเข้มงวด เพื่อสร้างความพร้อมให้กับร่างกาย ให้แน่ใจว่า เขาจะทำผลงานได้ดีที่สุด เมื่อขึ้นสู่สังเวียน

ระเบียบวินัย ในการฝึกซ้อม บวกกับการดูแลร่างกายตัวเองตลอดเวลา ทำให้ปาเกียวยังคงยืนหยัด เป็นนักชกแถวหน้าของวงการ แม้ในวัย 40 ปี และทำให้เขายังคงอยู่ใน นักกีฬา 100 อันดับแรกของโลก ที่มีรายได้สูงสุด ในปี 2019 จากการจัดของนิตยสาร Forbes 

แต่อะไร คือ เคล็ดลับของเขากันแน่? 

กล้าออกโลกกว้าง

ต่อให้ปาเกียว มีความสามารถมากแค่ไหน เขาอาจมาไม่ถึงจุดที่ยืนอยู่ในปัจจุบัน หากขาดความกล้า ที่จะท้าทายตัวเองกับโลกภายนอก 

เจ้าของฉายา “แพ็คแมน” พร้อมเปิดรับทุกโอกาสในชีวิต ที่จะทำให้เขาไปได้ไกลกว่าเดิม ในฐานะนักมวย

Photo : www.cnbc.com

ช่วงเริ่มต้นอาชีพของปาเกียว เขาต้องจากครอบครัวและบ้านเกิด เข้าสู่กรุงมะนิลา เมืองหลวงของประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อโอกาสในการชกมวย 

ทำให้เขาต้องใช้ชีวิตแบบปากกัดตีนถีบ เอาชีวิตรอดในเมืองกรุง นอกจากการเป็นนักมวย เขายังต้องรับงานอื่นไปด้วย ทั้งคนทำความสะอาด, คนสวน ไปจนถึง คนประกอบเวทีมวย

ความยากลำบากในเวลานั้น ทำให้ปาเกียวสร้างชื่อในบ้านเกิด และเปิดโอกาสให้เขา ได้เดินทางไปชกมวยที่ต่างประเทศ ไม่ว่าเขาจะได้รับเชิญ ไปที่ไหน เจอกับคู่ชกเก่งแค่ไหน เขาพร้อมเดินทางไปชก โดยไม่สนว่า จะแพ้หรือชนะ 

“ปาเกียวเป็นคนที่กล้ามากเลยนะ ตอนที่เขาไปต่อยที่อเมริกาครั้งแรก เขาเป็นนักมวยธรรมดาๆเอง” สร้อย มั่งมี ผู้สื่อข่าวมวยในนามปากกา สอดสร้อย สาวสังเวียน ให้ข้อมูลกับ Main Stand 

“หลังจากแพ้ให้เก็บเม็ดเงิน กระทิงแดงยิม เสียแชมป์โลกรุ่นฟลายเวท ของ WBC (ปี 1999) ตอนนั้นปาเกียวโดนมองว่า เป็นนักมวยฝีมือธรรมดา แต่เขากล้าลองเสี่ยง เดินทางไปต่อยที่อเมริกา เป็นแค่คู่เปิดรายการ ได้รับค่าจ้างน้อยมากๆ”

“ปาเกียวเริ่มต้น จากตรงนั้น เขาค่อยๆชกชนะน็อคนักมวยไปเรื่อยๆ จนเริ่มสร้างชื่อให้กับตัวเองในที่สุด แม้แต่ตอนที่เขาเป็นแชมป์โลก เขาก็เลือกที่จะป้องกันแชมป์ในอเมริกา แทนที่จะเป็นฟิลิปปินส์ ทำให้เขาได้รับการยอมรับ จากคนอเมริกาอย่างมาก”

เสน่ห์ของแพ็คแมน

นอกจากผลงานในการแข่งขัน ภาพลักษณ์ของนักกีฬา เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญ ที่ช่วยหาเงินเข้ากระเป๋า ให้กับนักกีฬา 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การดึงดูดสปอนเซอร์ ให้มาจ้างตัวเอง ไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ ขายสินค้า คือช่องทางที่สำคัญ ของการหารายได้ ในยุคที่กีฬา กลายเป็นธุรกิจเต็มตัว แบบทุกวันนี้


Photo : sports.abs-cbn.com

ปาเกียว ถือเป็นนักมวย ที่มีภาพลักษณ์แตกต่าง ไปจากนักมวยระดับโลกชื่อดังส่วนใหญ่ ที่มีภาพลักษณ์ซูเปอร์สตาร์ คุยโม้ โอ้อวดตัวเอง แต่ปาเกียว มีภาพลักษณ์ที่อ่อนน้อมถ่อมตน ติดดิน เป็นกันเองกับแฟนคลับ ไม่ลืมพระคุณผู้อยู่เบื้องหลัง ความสำเร็จของเขา

บ่อยครั้งที่ปาเกียว ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องราวในอดีต ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ปาเกียวแม้ในวันที่เป็นยอดนักมวย เขาไม่เคยลืมรากหญ้าของตัวเอง ความเป็นคนฟิลิปปินส์ ความลำบากต่างๆในชีวิต ที่เขาต้องพบเจอ รวมไปถึงบุคลิก ความเป็นแฟมิลี่แมน ทำให้เขาเป็นที่ชื่นชอบของชาวอเมริกัน 

นอกจากภาพลักษณ์นอกเวที บุคลิกแสนดุดัน บนสังเวียนมวย ที่บุกเข้าใส่คู่ต่อสู้ แบบไม่กลัวเจ็บ ทำให้เขาได้ใจ คอมวยไม่ใช่น้อย โดยเฉพาะแฟนผู้หญิง ที่ชื่นชอบในสไตล์การชกสมชายชาตรี แบบปาเกียว

ขณะเดียวกัน ปาเกียวถือเป็นคนที่สามารถปรับตัว เข้ากับชีวิตต่างประเทศ และวัฒนธรรมใหม่ได้อย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเทศสหรัฐอเมริกา

นิสัยที่ปรับตัวง่ายของปาเกียว ทำให้เขามีเพื่อนนอกวงการมวยหลายคน เช่น ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน หรือ เจอร์รี โจนส์ เจ้าของทีมอเมริกันฟุตบอลชื่อดัง อย่าง ดัลลัส คาวบอย 

ครั้งหนึ่ง เจอร์รี โจนส์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ปาเกียวเป็นนักกีฬา ที่มีออร่าความเป็นคนดังในตัว มากกว่านักกีฬาทั่วไป ทำให้ใครตกหลุมรักเขาได้ไม่ยาก

หากมองในอีกแง่ ที่ทำให้ปาเกียว ได้รับความนิยมอย่างมากที่สหรัฐฯ เพราะเขาคือภาพแทนของคำว่า “อเมริกัน ดรีม” ได้เป็นอย่างดี 


Photo : www.fite.tv

ชายหนุ่มที่มาจากครอบครัวยากจน ในประเทศโลกที่ 2 เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเล มาต่อสู้ตามฝัน และประสบความสำเร็จ อย่างที่ตั้งใจไว้ เรื่องราวชีวิตของปาเกียว เข้ากับคอนเซ็ปต์ทุกอย่าง ของแนวคิดอเมริกัน ดรีม ที่เชื่อว่า ทุกคนสามารถประสบความสำเร็จได้ กับการตามความฝันที่อเมริกา ไม่ว่าจะเป็นใครมาจากไหน

รวมไปถึงภาพลักษณ์ การเป็นบุคคลตัวอย่างของประเทศฟิลิปปินส์ ที่สามารถสร้างชื่อในโลกตะวันตก ท่ามกลางปัญหาวุ่นวายทางการเมืองและสังคม ตามแบบฉบับประเทศยังไม่พัฒนา ปาเกียวคือคนที่ชาวฟิลิปปินส์ มองเป็นแบบอย่าง และเชื่อว่าจะตามรอยได้ แม้อยู่ในพื้นที่ซึ่งยังด้อยโอกาส

บริหารสิ่งที่มี อย่างชาญฉลาด

ภาพลักษณ์ที่ดีรอบด้านของปาเกียว ทำให้เขาสามารถนำไปต่อยอด ด้วยการหาสปอนเซอร์มากมาย เข้ามาสนับสนุนตัวเอง ทั้งแบรนด์เสื้อผ้ากีฬา, ร้านอาหารและเครื่องดื่ม, ไปจนถึงสถาบันการเงินระหว่างประเทศ


Photo : www.foxsports.com

ขณะเดียวกันชีวิตที่น่าสนใจของเขา ทำให้ปาเกียวได้ออกหนังสืออัตชีวประวัติ รวมไปถึงเป็นสารคดีทางโทรทัศน์อยู่หลายครั้ง 

นอกจากนี้ปาเกียว ยังมีโอกาสได้แสดงภาพยนตร์อีกหลายสิบเรื่อง ทั้งในฟิลิปปินส์ และสหรัฐอเมริกา ไปจนถึงเป็นพิธีกรรายการเกมส์โชว์ ออกแผ่นอัลบั้มเพลงของตัวเอง รวมไปถึงพากย์เสียงในวีดีโอเกมส์

รายรับที่เข้ามารอบด้าน ทั้งในฐานะนักมวย งานโฆษณา หรืองานในวงการบันเทิง ทำให้ปาเกียวก้าวขึ้นเป็นคนในวงการมวย ที่มีทรัพย์สินมากเป็นอันดับ 6 ของโลก ตามการจัดของ Forbes ที่จำนวน 190 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 5,859 ล้านบาทไทย)

“ปาเกียวเป็นคนที่เก่งมาก ในการจัดการชีวิตของตัวเอง เขาวางแผนชีวิตตัวเองได้ดี เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขา มีรายได้มหาศาล” สร้อย มั่งมี กล่าวถึงเคล็ดลับ ความสำเร็จของปาเกียว

กีฬามวย อาจถูกมองเป็นกีฬาใช้กำลัง แต่สิ่งที่ส่งให้ปาเกียว ร่ำรวยจนถึงทุกวันนี้ คือ เขาใช้สมองในการวางแผน บริหารชีวิตได้อย่าลงตัว ไม่ว่าจะในฐานะนักการเมือง นักมวย หรือเซเลบริตี คนดังของสังคม 

แท้จริงแล้ว เคล็ดลับความสำเร็จของปาเกียว อาจมาจากเรื่องง่ายๆ คือการศึกษา เดอะ แพ็คแมน ไม่เคยทิ้งเรื่องการเรียน แม้เขาจะต้องเริ่มต้นช้ากว่าคนอื่น นั่นคือจบการศึกษาชั้นมัธยมปลาย ตอนอายุ 29 ปี แต่เขาใช้เวลาหลังจากนั้นไม่นาน คว้าใบปริญญาตรี ในสาขาด้านการบริหารธุรกิจ


Photo : www.wbur.org

รวมไปถึงในปี 2010 ปาเกียวผ่านการอบรม ด้านบริหารจัดการสาธารณะ เพื่อเพิ่มความรู้ให้ตัวเอง และปูทางสู่การเป็นนักการเมืองในเวลาต่อมา 

สิ่งที่ทำให้ผู้ชายคนนี้ ยืนหยัดอยู่ในวงการมวย มากกว่า 20 ปี เป็นสุดยอดนักมวยจากประเทศโลกที่สอง อาจไม่ได้มาจาก เรื่องกำปั้นบนสังเวียน 

แต่มาจากความรู้ ที่อัดแน่นอยู่ในสมองของเขา ก็เป็นได้

เรียนรู้จากปาเกียว

ไม่ใช่นักกีฬา จากประเทศโลกที่สองและสามทุกคน จะประสบความสำเร็จแบบปาเกียว แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นไปไม่ได้ ที่จะเดินตาม 


Photo : www.mirror.co.uk

หากมองความสามารถของนักชกไทย ไม่ได้แตกต่างกับนักชกฟิลิปปินส์มากนัก มีนักชกไทยจำนวนมาก ที่คว้าแชมป์โลก ไม่ต่างจากปาเกียว แต่เหตุใดไม่มีใคร เคยประสบความสำเร็จ กวาดเงินมหาศาลเข้ากระเป๋าแบบแมนนี ปาเกียว

“สิ่งสำคัญ ที่จะสร้างชื่อเสียง สร้างมูลค่าให้กับนักมวย คือการไปชกที่สหรัฐอเมริกา จุดนี้คือข้อแตกต่าง ระหว่างนักชกไทย กับฟิลิปปินส์” สร้อย มั่งมี นักข่าวสายมวย กล่าวเริ่ม

“นักชกฟิลิปปินส์ เขากล้าที่จะไปต่อย ที่ต่างประเทศ ส่วนใหญ่เขาตัดสินใจด้วยตัวเอง บริหารชีวิตตัวเอง เพราะบ้านเขาไม่เหมือนบ้านเรา นักมวยไม่ต้องมีโปรโมเตอร์ อย่างเคสปาเกียว ถ้าเขาอยากไป ก็ไปเลย”

“แต่นักชกไทย ต้องผ่านโปรโมเตอร์ ในเรื่องการตัดสินใจแต่ละด้าน บางครั้งนักชกไทย ไม่ได้ไปต่อยต่างประเทศ เพราะกลัวจะเสียแชมป์ ด้วยปัจจัยต่างๆ ทำให้นักมวยชกแต่ในประเทศ ในสายตาต่างชาติ เขาจะไม่ได้มองนักมวยเก่ง เท่ากับคนที่ไปต่อยในอเมริกา”

เจ้าของนามปากกา สอดสร้อย สาวสังเวียน กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า เรื่องของวัฒนธรรม และภาษา เป็นอีกสิ่งสำคัญ ที่ทำให้นักมวยไทย เสียเปรียบกับการติดต่อสื่อสาร หรือยามเดินทางไปชกต่างประเทศ ในขณะที่ชาวฟิลิปปินส์ พูดภาษาอังกฤษ ได้เป็นส่วนใหญ่ ทำให้การปรับตัวที่สหรัฐฯ ทำได้ดีกว่าคนไทย

อย่างไรก็ตาม สร้อย มั่งมี แสดงความเห็นว่า ในปัจจุบัน มีผู้บริหารรุ่นใหม่ ในวงการมวยหลายคน พยายามผลักดัน ให้นักชกไทย ไปต่อยมวยที่ต่างประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้ ชื่อเสียง เงินทอง เข้าสู่นักชกไทย มากยิ่งขึ้น


Photo : fightland.vice.com

“เหตุผลที่ทำให้ ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น ได้รับการยอมรับ มากกว่านักมวยไทยแชมป์โลกคนอื่น เพราะเขากล้าไปป้องกันแชมป์ ที่สหรัฐฯ”

“แต่ถ้าถามผมว่า สิ่งไหนสำคัญสุด กับการสร้างชื่อเสียง ในฐานะนักมวย ผมให้ความสำคัญกับเรื่องของฝีมือการชก ต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก”

“เพราะสุดท้าย ต่อให้เราผลักดัน นักมวยไทยไปถึงอเมริกา แต่ถ้าโดนต่อย แพ้น็อคกลับมา ก็ไม่มีความหมาย อย่างปาเกียว เขาคงไม่ประสบความสำเร็จ ถึงขนาดนี้ ถ้าเขาไม่ใช่นักมวยที่มีฝีมือ”

ทุกวันนี้ ปาเกียวคือหนึ่งในบุคคล ที่ทรงอิทธิพลที่สุด ในวงการมวย แต่ชื่อเสียงเงินทอง ที่เขาได้รับ ไม่ได้สร้างขึ้น ในช่วงพริบตา แต่ต้องใช้องค์ประกอบหลายด้าน ทั้งฝีมือการชกมวย คุณสมบัติด้านจิตใจ การวางแผนและระเบียบวินัยในชีวิต ไปจนถึงความรู้ด้านการศึกษา เพื่อพัฒนาระบบความคิด

ทั้งหมดได้ใช้เวลา หล่อหลอมรวมกัน ส่งแมนนี ปาเกียว ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในมหาเศรษฐี ของวงการมวย แม้มาจากประเทศเล็กๆ อย่างฟิลิปปินส์

ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!