"เอเอฟซี วิมเบิลดัน vs เอ็มเค ดอนส์" : รอยแตกจากทีมเดียวกันสู่คู่แค้นที่ลีกต้องห้ามปราม

"เอเอฟซี วิมเบิลดัน vs เอ็มเค ดอนส์" : รอยแตกจากทีมเดียวกันสู่คู่แค้นที่ลีกต้องห้ามปราม
Main Stand

สนับสนุนเนื้อหา

ฟุตบอลก่อกำเนิดในประเทศอังกฤษแบบจริงๆ จังๆ มาเป็นร้อยๆ ปี คนอังกฤษบ้าฟุตบอลเข้าเส้น และเมื่อคุณรักมากจนถึงขั้นบ้าฟุตบอลแล้วคุณจะมองข้ามเรื่องของความสำเร็จไปเลย ต่อให้ทีมที่คุณเชียร์จะห่วยแตกเลวร้ายแค่ไหนสุดท้ายแล้วความผูกพันที่ฝังลึกและเป็นส่วนหนึ่งของท้องถิ่นก็ทำให้คนอังกฤษพร้อมจะติดตาม "ทีมของพวกเขา" เสมอ

และความผูกพันนั้นเองที่ทำให้แต่ละสโมสรจะต้องดูแลและบริหารทีมให้ดี เพราะหากพวกเขาเกิดทำอะไรที่ไม่เห็นหัวแฟนบอลขึ้นมารับรองว่า กระแสจะตีกลับและแฟนๆ ที่เคยรักจะไม่นิ่งเฉยแน่นอน

 

สิ่งที่ทำให้แฟนๆ ไม่พอใจนั้นมีหลายสิ่งหลายอย่างทั้งผลงานในสนามที่ย่ำแย่และการซื้อขายนักเตะที่ไม่ถูกใจ ทว่าเรื่องเหล่านี้นั้นถือว่าเป็นเรื่องจิ๊บๆ หากเทียบกับสิ่งที่บอร์ดบริหารของทีม วิมเบิลดัน ทำ นั่นคือการ "จะย้ายทีมไปอยู่อีกเมืองหนึ่ง" จนกลายเป็นเรื่องราวความแค้นของ 2 สโมสรอย่าง มิลตัน คีย์น ดอนส์ กับ เอเอฟซี วิมเบิลดัน 

ทำไมถึงย้าย เหตุใดจึงทรยศแฟน และทำไมจึงต้องแค้นจนสมาคมต้องเข้ามาห้ามปราม ติดตามทั้งหมดได้ที่นี่

มิลตัน คีย์น 

มิลตัน คีย์น นั้นเป็นเมืองที่เกิดใหม่ที่สร้างขึ้นมาเพื่อรองรับความหนาแน่นของประชากรในกรุง ลอนดอน ในช่วงยุค '60 ซึ่งหลังจาก่อตั้งและได้รับการยอมรับให้การเป็นเมืองจากรัฐบาลอังกฤษในปี 1967 ที่นี่ก็กลายเป็นย่านชุมชนใหญ่ที่มีคนอพยพมาตั้งต้นกันถึง 250,000 คน ซึ่งความหนาแน่นนี้เองทำให้หลายสิ่งหลายอย่างเจริญขึ้นอย่างรวดเร็ว 

 1

อย่างไรก็ตามเพราะพวกเขาคือคนอังกฤษ แม้สิ่งปลูกสร้าง ถนนหนทาง และการคมนาคม จะดีแค่ไหนแต่ มิลตีน คีย์น จะเป็นเมืองที่สมบูรณ์แบบไม่ได้เลยหากพวกเขาขาดทีมฟุตบอลประจำเมืองไป ... ชุมชนนี้ไม่มีสโมสรฟุตบอลไหนอยู่ใกล้ๆ เลย พวกเขาอยากหาทีมเชียร์และพร้อมที่ดูฟุตบอลอาชีพมากจนขนาดที่ว่า มีการวางผังเมืองเผื่อไว้สำหรับสนามฟุตบอลของทีมประจำเมืองอีกด้วย

ความพร้อมของเมือง และจำนวนประชากรที่มีจำนวนมากจนสามารถทำให้มีแฟนบอลกลุ่มใหญ่ได้ ทำให้ตระกูล กิลสเท่น ที่เป็นเจ้าของของทีมทางตะวันออกเฉียงใต้ของลอนดอนอย่าง ชาร์ลตัน มาตั้งแต่ปี 1932 เกิดไอเดียอยากจะนำทีมของพวกเขาย้ายเมืองมาที่ มิลตัน คีย์น และแน่นอนว่าเรื่องนี้แฟนบอลของ ชาร์ลตัน ไม่มีทางยอมได้  

 2

สำหรับฟุตบอลอังกฤษแล้วการเอาสโมสรย้ายไปอยู่เมืองอื่นนั้นเป็นเรื่องที่ถือว่าทรยศแฟนๆ เป็นอย่างมาก เพราะแฟนๆ นั้นผูกพันกับสโมสรยิ่งกว่าอะไร พวกเขามองว่าสโมสรไม่ใช่สินค้า แต่คือสถานที่ที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น และเป็นศูนย์รวมความเชื่อของทุกคนในชุมชนนั้นๆ นั่นจึงทำไอเดียย้ายทีมของ ชาร์ลตัน ต้องพังลงไปเพราะ แฟนๆ ต่อต้านอย่างหนักจนตระกูลกิลสเท่นต้องออกแถลงการขอโทษแฟนบอลกันเลยทีเดียว

ชาวเมือง มิลตีน คีย์น จึงต้องรอต่อไปว่าจะมีทีมฟุตบอลอาชีพให้เชียร์กันหรือไม่ พวกเขาต้องหาสักสโมสรที่กำลังอับจนหนทางเรื่องสนามแข่งขัน หรืออะไรก็ตามแต่เพื่อเขามาเติมเต็มเมืองนี้ให้สมบูรณ์ ...

ห่างไปอีก 90 กิโลเมตร 

ห่างจาก มิลตีน คีย์น ไกลออกไปประมาณ 90 กิโลเมตร มีทีมฟุตบอลเล็กๆ ทีมหนึ่งชื่อว่า วิมเบิลดัน ทีมจากตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงลอนดอน แม้จะเป็นทีมเล็กแต่พวกเขาก็มีประวัติยาวนาน ก่อตั้งสโมสรมาตั้งแต่ปี 1889 และใช้สนาม พล็อก เลน เป็นสังเวียนเหย้า ซึ่งในช่วงยุค '80 เป็นต้นมา ทีมที่มีฉายาว่า "เดอะ ดอนส์" ทีมนี้ก็ได้เลื่อนชั้นสู่ดิวิชั่น 1 หรือลีกสูงสุดของประเทศอังกฤษในเวลานั้น 

 3

ปัญหาของ วิมเบิลดัน ไม่ได้อยู่ที่ฟอร์มการเล่น แต่คือแนวคิดของเหล่าผู้บริหารต่างหาก เจ้าของเดิมที่ได้ใจแฟนบอลชื่อว่า รอน โนอาเดส เขาซื้อทีม วิมเบิลดัน มาด้วยราคาเพียง 2700 ปอนด์ในปี 1976 ซึ่งตัวของ โนอาเดส นั้นเห็นความเปลี่ยนแปลงของทีมมาตลอด เพราะมีแฟนบอลมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่สนาม พล็อก เลน ก็ดูคับแคบลงไปในเวลาเดียวกัน ครั้นจะขยายสนามก็มีข้อจำกัดเรื่องการถูกต่อต้านจากสภาเมืองอีกต่างหาก 

เรื่องนี้ก็ได้ยินไปถึงหูของกลุ่ม มิลตัน คีย์น ซิตี้ และพวกเขาพร้อมจะยื่นชิ้นปลามันให้กับเสือลำบากอย่าง โนอาเดส ... สนามที่เดินทางสะดวก ใหญ่โต และมีความจุคนดูกว่า 30,000 คน ได้ยินแบบนี้เป็นใครก็ต้องใจสั่นกันบ้างเป็นธรรมดา 

"พวกเขา (MK) มีความกระตือรือร้นมากๆ ที่จะได้ทีมฟุตบอลที่เล่นในลีกไปอยู่ที่นั่น เราจะได้รับสิทธิพิเศษมากมายหากเข้าร่วมกับพวกเขา" โนอาเดส กล่าว

จิตใจของ โนเอาเดส เอนเอียงสุดๆ เขาคิดถึงการโยกทีมที่เขาผูกพันมากว่าทศวรรษไปอยู่ที่ใหม่ ที่ห่างไกลออกไป 90 กิโลเมตร แต่สุดท้ายเขาเลือกที่จะไม่ทำ เพราะพิจารณาดูแล้วว่าต่อให้ย้ายไปจริงๆ ฐานแฟนบอลจะไม่ต่างจากที่เดิมมากนัก ดังนั้นการตัดสินใจอยู่ที่เดิมเป็นอะไรที่คุ้มและไม่เปลืองตัวกว่าแน่นอน ข้อเสนอดังกล่าวก็ถูกพับไปขณะที่ตัวของ โนอาเดส ก็ประกาศขายสโมสรให้กับ แซม ฮัมมัม ในปี 1981 

แซม ฮัมมัม สร้างทีมให้มีชื่อเสียงด้วยการพาทีมขึ้นมาเล่นลีกสูงสุด เขามองว่าความจุของ พล็อก เลน ที่จุได้เฉียดๆ หมื่นคนนั้นยังน้อยไป และอยากจะปรับปรุงขยายสนามใหม่ให้จุได้ราวๆ 20,000 คน ซึ่งปัญหามันเกิดขึ้นจากตรงนั้นเลย เพราะ ณ ช่วงเวลาดังกล่าวคาบเกี่ยวกับเหตุการณ์ โศกนาฏกรรมที่ฮิลล์โบโร ทางเอฟเอ บังคับให้ทุกทีมต้องติดเก้าอี้นั่งในทุกๆ โซนเพื่อป้องกันไม่ให้คนเข้าไปเกินความจุของสนามและอาจเกิดเหตุไม่คาดฝันได้ ซึ่งเรื่องที่ ฮัมมัม ยื่นไปให้สภาเมืองเพื่อขอขยายนั้นโดนปฎิเสธ เขาจึงต้องแก้ปัญหาด้วยเฉพาะหน้าที่ทำให้แฟนๆ ไม่พอใจ

วิมเบิลดัน ต้องเช่าสนาม เซลเฮิร์สท์ พาร์ค ของ คริสตัล พาเลซ เพื่อใช้งานร่วมกัน ซึ่งเจ้าของ พาเลซ ในเวลานั้นคือ โนอาเดส อดีตเจ้าของของ วิมเบิลดัน นั่นแหละ มันจึงทำให้ทุกอย่างง่ายดายมากในการเจรจาย้ายสนาม  

 4

ตัวของ ฮัมมัม พยายามเป็นอย่างมากที่จะวิเคราะห์ และมองหาลู่ทางการขยายหรือย้ายสนามที่เป็นของตัวเอง เพราะตั้งแต่พวกเขาย้ายมาใช้ เซลเฮิร์สท์ พาร์ค แฟนบอลก็เริ่มหายไปทีละเล็กทีละน้อย เขามองหาพื้นที่อื่นที่ไม่ไกลจากลอนดอนซึ่งก็ไม่สำเร็จ ครั้นจะย้ายทีมไปอยู่ที่นอกประเทศอย่าง เวลส์, ไอร์แลนด์ และ สก็อตแลนด์ ทางสมาคมอังกฤษก็ยังไม่อนุญาตอีกต่างหาก ความปวดหัวนี้ทำให้ ฮัมมัม ตัดสินใจขายสโมสรให้กับกลุ่มทุนจาก นอร์เวย์ ในปี 1997 และถูกซื้อต่ออีกครั้งจาก ชาร์ลส์ ค็อปเปล ในช่วงต้นปี 2001 

ซึ่งในช่วงที่ ค็อปเปล เป็นเจ้าของสโมสรนั้น เรื่องการย้ายทีมจากที่ตั้งเดิมไปยัง มิลตัน คีย์น ก็ถูกนำมาถกกันใหม่อีกครั้ง ค็อปเปล ได้พบกับตัวแทนจากฝั่ง มิลตัน คีย์น อย่าง พีท วิงเคิลแมน ... 2 คนนี้คุยภาษาเดียวกัน และหลังจากนั้น 1 ปีทุกอย่างก็เรียบร้อย วิมเบิลดัน จะย้ายไปอยู่ที่ มิลตัน คีย์น และจะนำชื่อของทั้ง 2 แห่งมาผสมกันเป็น มิลตัน คีย์น ดอนส์ (มาจากฉายา เดอะ ดอนส์) แต่สำหรับแฟนบอล วิมเบิลดัน นี่คือการฆ่ากันชัดๆ

ความพ่ายแพ้ของแฟนบอล

อันที่จริง กระแสต่อต้านเรื่องนี้รุนแรงมากตั้งแต่มีการประกาศแผนในเดือนสิงหาคม 2001 จนถึงกับต้องขึ้นโรงขึ้นศาลกันเลยทีเดียว แรกเริ่มเดิมทีนั้นสมาคมฟุตบอลลีกของอังกฤษเห็นด้วยกับฝั่งแฟนบอลว่าการย้ายถิ่นฐานของทีมฟุตบอลคือหายนะ และไม่ควรเกิดขึ้นในฟุตบอลอังกฤษ ทุกฝ่ายพยายามต้านไม่ให้การย้ายนี้สำเร็จ ทว่าเมื่อขึ้นศาลคณะอนุญาโตตุลาการก็ชี้ขาดว่าการย้ายสนามที่ห่างออกไป 90 กิโลเมตรและเปลี่ยนชื่อทีมนั้นคือสิ่งที่สามารถทำได้

 5

"ย้ายไป มิลตัน คีย์น มันดีจะตาย ทำไมเราถึงไม่ควรย้ายล่ะ?" ค็อปเปล เล่าถึงมุมมองของตนบ้าง 

"ผมเข้ามาซื้อทีม วิมเบิลดัน และเห็นปัญหามากมายที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่ตกชั้นจากพรีเมียร์ลีก ผมต้องใช้เวลามากมายกับการกำจัดปัญหาเหล่านี้ การเช่าสนาม เซลเฮิร์สท์ เป็นรังเหย้าทำให้เราสูญเสียรายรับมากกว่า 10 ล้านปอนด์ ครั้นจะย้ายกลับไปที่ โบโร่ ออฟ เมอร์ตัน ก็มีปัญหาเรื่องการขยายพื้นที่เพื่อสร้างสนามอีก"

จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ ฝั่งแฟนบอล วิมเบิลดัน ไม่พร้อมจะรับฟังอีกต่อไป การต่อสู้ในชั้นศาลทำให้แฟนบอลได้รับความพ่ายแพ้ แต่พวกเขาก็มองหาชัยชนะอื่น นั่นคือการสร้าง "เรียล ดอนส์" หรือสโมสร วิมเบิลดัน จริงๆ เพื่อมาล้ม เอ็มเค ดอนส์ ให้ได้ 

 6

ไซม่อน วีลเลอร์ ประธานสมาคมแฟนบอลของ วิมเบิลดัน ตัดสินใจประกาศว่าแฟนบอลกลุ่มใหญ่จะขอเป็นฝ่ายตรงกันข้ามกับ เอ็มเค ดอนส์ และเรียกทีมๆ นั้นว่า "แฟรนไชส์ คลับ" ซึ่งเป็นการประชดประชันถึงการทำทีมเพื่อหวังแต่ด้านธุรกิจไม่สนใจแฟนบอล และไหนๆ จะต่อต้านแล้วก็ต้องเอาให้ถึงที่สุด กลุ่มแฟนบอลที่กล่าวมาจึงลงขันสร้างทีมฟุตบอลใหม่ที่ชื่อ เอเอฟซี วิมเบิลดัน ขึ้นมาแทบจะทันควันเมื่อการย้ายเมืองของ เอ็มเค ดอนส์ ได้รับการอนุมัติในปี 2002

 7

"พวกเขามีแฟนๆ ที่จัดตั้งกันขึ้นมาใหม่ พวกเขาขโมยฟุตบอลไปจากวิมเบิลดัน และนั่นเป็นอะไรที่น่าอับอายที่สุด เอ็มเค ดอนส์ กำลังจะได้ไปเล่นในเดอะ แชมเปี้ยนชิพ พวกเขาจะได้สนามใหม่ และเล่นในลีกมี่ห่างกับเรา 8 ดิวิชั่น (เนื่องจากการตั้งทีมใหม่เพื่อส่งแข่งขัน จะต้องไปเริ่มในลีกอันดับ 10 ของประเทศเสียก่อน) ทุกอย่างใส่จานรอพวกเขาแล้ว" คริส เวสต์ ผู้ถือตั๋วปีของ วิมเบิลดัน กล่าวอย่างหัวเสีย 

ทีม เอเอฟซี วิมเบิลดัน ขับเคลื่อนด้วยพลังศรัทธาของแฟนบอล พวกเขาไต่ระดับขึ้นมาเรื่อยๆ ทีละขั้นทีละขั้นและสุดท้าย เอเอฟซี วิมเบิลดัน ก็ไล่ตาม เอ็มเค ดอนส์ ทัน พวกเขาเข้ามาอยู่ในลีกเดียวกัน (ลีก วัน) ในปี 2016 และแน่นอนว่าเมื่อไล่ตามทันแล้ว มันก็เป็นการแสดงให้เห็นแบบกลายๆ ว่า "ของจริงอยู่ที่นี่" 

ผีไม่เผาเงาไม่เหยียบ 

แฟนของ เอเอฟซี วิมเบิลดัน เดินหน้าประกาศศักดาเหนือแฟน เอ็มเค ดอนส์ ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรด้วยเนื่องจากเป็นแฟนบอลที่เข้ามาเชียร์ใหม่ แต่ก็โดนเหมารวมเรียกว่าพวกขี้ขโมยทั้งหมด และความโกรธแค้นของ เอเอฟซี วิมเบิลดัน ไม่ได้จบแค่คำพูดในฐานะแฟนบอล เพราะแม้แต่สโมสรก็เอากับเขาด้วย

 8

14 มีนาคม 2017 ที่ เชอร์รี่ เร้ด เร็คคอร์ดส์ สเตเดี้ยม (หรือ คิงส์มีโดว์) เอเอฟซี วิมเบิลดัน ลงสนามเปิดบ้านพบกับทีมเยือนอย่าง เอ็มเค ดอนส์ ในเกมลีกวัน ซึ่งแม้ทั้งคู่จะเคยเจอกันมาแล้วหลายครั้งก่อนหน้า แต่นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ทีมซึ่งยกตัวเองว่า "เดอะ ดอนส์ ที่แท้จริง" ได้เป็นทีมเหย้า

และเพื่อแสดงออกถึงสิ่งนั้น วิมเบิลดันจึงจงใจที่จะตัดชื่อ "ดอนส์" ออกจากชื่อทีม เอ็มเค ดอนส์ เหลือแค่เพียง "เอ็มเค" เท่านั้นที่ปรากฎในสกอร์บอร์ด แต่ที่แสบสันต์ที่สุด คงเป็นสิ่งที่ปรากฎในหนังสือโปรแกรม เพราะพวกเขาไม่ใส่ชื่อทีมคู่แข่งในวันนั้นบนหน้าปกเลยแม้แต่พยางค์เดียว ไม่เพียงเท่านั้น อีก 6 เดือนต่อมาที่พวกเขาเจอกันอีกครั้งในฤดูกาลถัดมา วิมเบิลดันก็ยังทำเช่นเดิม

เรื่องดังกล่าวทำให้ EFL หรือสมาคมฟุตบอลลีกแห่งประเทศอังกฤษ ต้องออกมาห้ามทัพอย่างอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรเลยทีเดียว โดย EFL ประกาศเมื่อปี 2018 ให้ เอเอฟซี วิมเบิลดัน ปฎิบัติกับ เอ็มเค ดอนส์ เหมือนทีมอื่นๆ ที่ต้องแข่งขันด้วย ซึ่งทาง เอเอฟซี วิมเบิลดัน ก็รับปาก 

"หลังจากมีการหารือและตกกันแล้วทาง เอเอฟซี วิมเบิลดัน จะทำตามเงื่อนไขที่ลีกกำหนดและจะดำเนินการต่อไป สิ่งเหล่านี้รวมถึงการใช้ชื่อของ เอ็มเค ดอนส์ บนเว็บไซต์, ตั๋วเข้าชม, แมตช์โปรแกรม, ทีมชีท และสกอร์บอร์ดด้วย พวกเขาจะปฎิบัติกับ เอ็มเค ดอนส์ เหมือนกับทีมอื่นๆ ที่มาเยือนที่ เชอร์รี่ เร้ด เร็คคอร์ดส์" แถลงการณ์จาก EFL เผยความ

 9

อย่างไรก็ตามในส่วนของแฟนบอลนั้นคือสิ่งที่ห้ามปรามยากที่สุด เพราะคนส่วนใหญ่มักเกลียดแล้วเกลียดเลย และในวันที่ทีมทั้งสองมีศักดิ์เท่ากันแล้ว แฟนๆ ของ เอเอฟซี วิมเบิลดัน ก็ มักจะมีคำพูดเหยียดหยามดูถูก เอ็มเค ดอนส์ เป็นประจำ แม้จะได้รับการเตือนจาก EFL ทุกครั้งเมื่อสองทีมนี้เจอกัน โดยเฉพาะที่บ้านของ เอเอฟซี วิมเบิลดัน แล้วก็ตาม

"พวกเราไล่ตามทัน เอ็มเค ดอนส์ ด้วยเวลาที่รวดเร็วมาก มันแสดงให้เห็นถึงอะไรรู้ไหม? ทีมที่ขับเคลื่อนด้วยพลังท้องถิ่นเนี่ยมีแรงขับมากมายขนาดไหน วิงเคิลแมน เองก็ได้โอกาสนั้นแล้วแต่ก็ไม่ยอมทำแบบเรา เขาเลือกที่จะขโมยและทำลายทุกอย่างทิ้ง"

มองมุมไหน? 

ในแง่ของฟุตบอลนั้นกลุ่มคนใส่สูทดูเป็นผู้ร้ายเสมอ พวกเขามักจะพูดเรื่องของเงินๆ ทองๆ มากกว่าพูดเรื่องความรักในโลกฟุตบอล และนั่นคือภาพลักษณ์ที่แฟนบอลของ เอเอฟซี วิมเบิลดัน มองไปที่ พีท วิงเคิลแมน กลุ่มนายทุนจาก เอ็มเค ดอนส์ และเมื่อพวกเขามองแบบนั้นแล้ว ก็ไม่มีทางที่จะพยายามพลิกมองมุมอื่นได้

 10

แต่ความจริงก็คือความจริง บนโลกแห่งทุนนิยม คำว่ารักอย่างเดียวนั้นกินไม่ได้ สิ่งที่ วิงเคิลแมน ทำนั้นมีเหตุผลที่ซ่อนอยู่ 

เลียม โอไบรอัน แฟนพันธ์แท้ของ เอ็มเค ดอนส์ ที่ถือตั๋วปีและทำหน้าที่เขียนบล็อกเรื่องๆ ต่างของทีมตั้งแต่วันที่ก่อตั้งสโมสร เชื่อว่าแฟนบอลของ เอเอฟซี วิมเบิลดัน แค่หาที่ระบายเท่านั้นเอง และ วิงเคิลแมน ก็เป็นเป้าที่เล่นงานง่ายที่สุด ทั้งๆ ที่ความจริง วิมเบิลดัน ในตอนนั้น (ก่อนย้ายเมืองปี 2002) เหมือนซากศพที่รอวันเผา

"ความจริงคือ วิมเบิลดัน นั้นจะล่มสลายเองอยู่แล้ว พวกเขาไม่มีสนามเหย้า แฟนๆ เริ่มหงุดหงิดเกี่ยวกับการจัดการและฟอร์มในสนาม หนำซ้ำยังต้องมาเล่นในบ้านของ คริสตัล พาเลซ ด้วย" โอไบรอัน กล่าวกับสื่อใหญ่อย่าง BBC

"ดังนั้น พีท วิงเคิลแมน ได้ให้ข้อเสนอและแนะนำให้พวกเขาย้ายมาที่ มิลตัน คีย์น และมีหลายคนที่เห็นด้วยกับเขา ที่นี่เป็นสถานที่ที่เหมาะสมที่จะย้ายสโมสร เรามีวิสัยทัศน์ที่ก้าวหน้าและมองไปถึงการสร้างสนามกีฬาใหม่ประจำเมืองด้วย"  

 11

สิ่งที่ โอไบรอัน สัมพันธ์กับที่อดีตเจ้าของ วิมเบิลดัน อย่าง ค็อปเปล ว่า มันคือเรื่องของความอยู่รอด พวกเขากำลังจะจมน้ำ และมีคนโยนห่วงยางมาให้ และมีทางเลือก 2 อย่าง 1. คือคว้าไว้และเริ่มต้นชีวิตใหม่ หรือ 2.ปล่อยมันไปและจมน้ำตายอย่างมีเกียรติ 

นี่คือเรื่องของมุมมองระหว่างผู้บริหารและแฟนบอลที่มองกันไปคนละทาง ดังนั้นเรื่องการย้าย วิมเบิลดัน ไปอยู่ มิลตัน คีย์น นั้นจึงเป็นหัวข้อถกเถียงที่ยังมีอยู่จนถึงทุกวันนี้ หลายคนยังแค้นฝังหุ่น แต่ก็มีแฟนบอลอีกบางส่วนที่สามารถมองโลกผ่านความจริงและอยู่กับปัจจุบันมากกว่าที่จะโกรธแค้นกันไปแบบไม่จบสิ้น 

"ตอนมีเรื่องย้ายทีมผมอายุ 12 ปี ตัวของผมนั้นให้ความสนใจและชอบนักเตะในทีมมาก ต่อให้พวกเขาจะย้ายไปทีม มิลตัน คีย์น ผมก็ยังตามไป แบบบไม่ได้คิดอะไร" ดอม เดมซิค แฟนบอลของวิมเบิลดันเดิมที่กลายมาเป็นแฟนของ เอ็มเค ดอนส์ กล่าว

"ตอนนี้ผมโตขึ้นแล้ว ผมมองย้อนกลับไปผมเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องความสำคัญของท้องถิ่นกับสโมสรฟุตบอลมากขึ้น ผมยังคิดเลยว่าถ้าทีมของเราเกิดย้ายทีมในตอนนี้ ผมคงทำให้ผมสะอึกไปเหมือนกัน"

"แต่ความจริงที่ผมรู้คือสโมสรวิมเบิลดันในเวลานั้นกำลังล้มเหลวทั้งในสนามและเรื่องการเงิน พวกเขากำลังเข้าใกล้การโดนยุบทีมแล้ว และ มิลตัน คีย์น ก็มอบโอกาสให้ ซึ่งตอนนั้นผมก็ไม่ได้คิดว่า มิลตัน คีย์น คือ วิมเบิลดัน มันไม่ใช่ทีมเดียวกันอยู่แล้ว... มันไม่ต่างอะไรจากที่ผมมองว่า เอเอฟซี วิมเบิลดัน ไม่ใช่ วิมเบิลดัน ทีมเดิม"

 12

ในฤดูกาล 2019-20 ที่จะถึงนี้ทั้ง เอเอฟซี วิมเบิลดัน และ เอ็มเค ดอนส์ ยังอยู่ในลีกเดียวกัน (ลีก วัน) ถึงตรงนี้เราจะมาดูกันว่าการที่ EFL ลงมาไกล่เกลี่ยจะทำให้การแข่งขันของทั้งสองทีมเกิดขึ้นแบบมืออาชีพได้หรือไม่ พวกเขาแค่ต้องการให้เป็นการแข่งกันระหว่าง เอ็มเค ดอนส์ กับ เอเอฟซี วิมเบิลดัน ไม่ใช่การพบกันของ วิมเบิลดันเก่า กับ วิมเบิลดันใหม่ที่ขโมยมา อะไรแบบนั้น เพราะสโมสรวิมเบิลดันนั้นได้จบไปตั้งแต่ถูกควบคุมกิจการและเปลี่ยนชื่อทีมเป็น เอ็มเค ดอนส์ ในปี 2004 แล้ว

ส่วนเรื่องความแค้นนอกสนามนั้นหากจะให้เปลี่ยนมาญาติดีกันในเร็วๆ นี้คงเป็นไปได้ยาก เพราะเมื่อคนเราได้ปักใจเชื่อสิ่งใดไปแล้ว มันยากที่จะกลับมาทบทวนเรื่องเดิมเพื่อหาข้อผิดพลาดของตัวเอง 

ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!