พจนานุกรมกีฬา “แบดมินตัน” ที่คุณควรรู้

พจนานุกรมกีฬา “แบดมินตัน” ที่คุณควรรู้
Main Stand

สนับสนุนเนื้อหา

แบดมินตัน ถือเป็นอีกชนิดกีฬาที่คนไทยให้ความนิยมทั้งในการเล่น ที่ขอแค่มีไม้กับลูกขนไก่ก็สามารถเล่นได้ รวมถึงการดู เพราะการเล่นนั้นรวดเร็วเร้าใจ อีกทั้งยังมีนักกีฬาชาวไทยที่มีฝีมือระดับโลก สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติมาอย่างต่อเนื่องถึงปัจจุบัน

แต่บางคำที่ได้ยินทั้งในการเล่นและในการถ่ายทอดสดก็อาจทำให้คุณสงสัย ขณะเดียวกัน บางคำศัพท์ที่คุ้นเคยกันดีอาจจะงงอยู่บ้างว่ามีที่มาจากอะไร? นี่คือพจนานุกรมกีฬาแบดมินตันที่จะช่วยให้คุณเข้าใจ เล่น และดูกีฬานี้ได้สนุกยิ่งขึ้น

Shuttlecock


Photo : www.abc.net.au

เริ่มมาด้วยคำแรก คงเป็นคำที่ทุกคนคุ้นเคยกันดี เพราะ “Shuttlecock” นั้นก็คือ “ลูกขนไก่” ที่ใช้ในการเล่นแบดมินตันนั่นเอง แต่คุณๆ สงสัยกันบ้างหรือไม่ว่า เหตุใดถึงเรียกกันเช่นนี้?

คำตอบนั้นมาจากทั้งลักษณะลูกและการเล่นแบดมินตัน เพราะ “Shuttle” นั้นหมายถึงการเคลื่อนที่ไปมาๆ ของลูกที่ถูกตีโต้มาจากผู้เล่นฝ่ายหนึ่งถึงอีกฝ่าย ส่วน “Cock” สื่อถึงขนที่นำมาใช้ทำลูกที่มีลักษณะใกล้เคียงกับขนของไก่ (แม้ความจริงจะใช้ขนเป็ดหรือขนห่านในการทำก็ตาม)

ซึ่งในภาษาอังกฤษนั้น เราสามารถใช้คำว่า “Bird” หรือ “Birdie” ในการเรียกลูกขนไก่ได้เช่นกัน

Flex


Photo : สมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ

ศัพท์นี้มีความหมายเกี่ยวพันกับไม้แบดมินตันโดยเฉพาะ โดยหมายความว่า “ระดับความแข็ง หรือการโค้งงอของก้านไม้” ซึ่งจะมี 4 รูปแบบหลักๆ เรียงจากไม้อ่อนดัดได้ง่ายไปยังไม้แข็งดัดยากคือ Flex, Medium, Stiff, Extra Stiff 

โดยไม้อ่อนจะเหมาะกับผู้เล่นสายรับ ไม้ปานกลางสามารถเล่นได้ทั้งสายรุกและรับ ส่วนไม้แข็งจะเหมาะกับผู้เล่นสายรุก ยิ่งถ้าเป็นสายตบแล้วล่ะก็ Extra Stiff คือไม้ที่เหมาะกับคุณเป็นอย่างยิ่ง

Alley


Photo : สมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ

ในพจนานุกรม “Alley” นั้นแปลว่า “ตรอก”, “ซอย” หรือ “ทางเดินแคบๆ” แต่สำหรับกีฬาแบดมินตัน คำนี้หมายถึง “พื้นที่ว่างบริเวณด้านข้างและด้านหลังของคอร์ท” โดย “Side Alley” นั้นจะเป็นพื้นที่ที่ขยายให้สำหรับการเล่นประเภทคู่ ซึ่งหากลูกตกในพื้นที่นี้เวลาเล่นประเภทเดี่ยวจะถือว่าเป็นลูกออก ส่วน “Back Alley” คือพื้นที่ระหว่างเส้นหลังสุดและเส้นส่งลูกยาวของการเล่นประเภทคู่

Divorce Area


Photo : สมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ

“Divorce Area” หากจะแปลเป็นไทยให้เข้าใจง่ายก็คือ “จุดเกรงใจ” โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณกลางสนาม เพราะเป็นพื้นที่ซึ่งผู้เล่นประเภทคู่มักจะประสบปัญหาอยู่บ่อยครั้ง บางครั้งไม่เข้าใจว่าตรงนี้ใครควรจะเข้าไปรับลูก แต่ที่หนักกว่าคือ บางครั้งผู้เล่นทั้งคู่ก็เข้าพรวดในจังหวะเดียวกัน จนเป็นเหตุให้ตีโดนไม้ของอีกฝ่ายแทนที่จะเป็นลูกแบดเสียอย่างนั้น ซึ่งสาเหตุที่เรียกกันเช่นนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องที่ว่า พอเกิดจังหวะแบบนี้ทีไร ความสัมพันธ์ของคู่ตีมักจะร้าวฉานขึ้นทันใดทุกทีสิน่า

Side by Side


Photo : สมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ

หลายคนคงคุ้นเคยกับคำนี้จากซีรี่ส์ไทยที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับกีฬาแบดมินตันที่โด่งดังจนมีการซื้อลิขสิทธิ์ไปรีเมคในต่างประเทศ และแน่นอน ชื่อเรื่อง “Side by Side” นั้นเกี่ยวข้องกับกีฬานี้ โดยเฉพาะการเล่นประเภทคู่แบบเต็มๆ เพราะมันคือลักษณะหนึ่งของการยืนตำแหน่ง ที่ผู้เล่นทั้ง 2 คนจะยืนอยู่เคียงข้าง แยกฝั่งซ้ายขวา ส่วนอีกประเภทของการยืนตำแหน่งในประเภทคู่นั้นก็คือ “Front and Back” ที่ตำแหน่งการยืนจะเป็นการยืนคอร์ทหน้า-หลัง ซึ่งโดยมากจะยืนแถวๆ เส้นกลาง

Deception


Photo : www.bettingpro.com

หากเปิดพจนานุกรม คำว่า “Deception” จะหมายถึง “การหลอกลวง” ซึ่งศัพท์ทางแบดมินตันก็มีความหมายในทางเดียวกัน นั่นคือการล่อหลอกคู่ต่อสู้ว่าจะเล่นแบบหนึ่งด้วยสายตาและท่าทาง แต่เปลี่ยนกลับมาเล่นอีกแบบหนึ่งเพียงเสี้ยววินาทีถัดมา

ปีเตอร์ เกด ตำนานนักแบดมินตันชาวเดนมาร์ก คือคนที่ทั้งวงการยกย่องให้เป็นราชาของการเล่นสไตล์นี้ด้วยลูกล่อหลอกที่สุดแสนจะหลากหลาย ขณะที่ยอดนักตบลูกขนไก่ในปัจจุบันที่มีลีลาการล่อหลอกอันยอดเยี่ยมคงหนีไม่พ้น หลิน ตัน หนึ่งในเทพของวงการแบดมินตันชายนั่นเอง

Balk


Photo : สมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ

อันที่จริง คำนี้ดูจะเป็นหนึ่งในสับเซตของคำว่า Deception แต่ที่ต้องแยกออกมาก็เพราะ นี่คือการล่อหลอกที่จะเกิดขึ้นในสถานการณ์หนึ่งโดยเฉพาะ นั่นคือ จังหวะการเสิร์ฟ โดยสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในช่วงก่อนและระหว่างการเสิร์ฟแต่ละลูก นอกจากนี้ยังสามารถใช้คำว่า “Feint” ได้โดยที่ให้ความหมายไม่ต่างกัน

อย่างไรก็ตาม นี่คือลูกล่อหลอกที่ผู้ใช้จะต้องระวังสักเล็กน้อย เพราะหากผู้ตัดสินสังเกตเห็นจะถือว่าเป็นการฟาวล์ทันที จากกฎที่ระบุว่า ผู้เสิร์ฟสามารถตวัดไม้ออกไปทางด้านหน้าได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น

Service


Photo : สมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ

โดยทั่วไปทุกคนจะคุ้นเคยกับ “Service” ในความหมาย “การบริการ” แต่สำหรับวงการกีฬาอย่างแบดมินตันนั้น คำนี้ก็หมายถึง “การเสิร์ฟลูก” เหมือนกับคำว่า “Serve” นั่นเอง ซึ่งในการแข่งขันระดับนานาชาติ เราจะได้ยินทั้งคำว่า Serve และ Service ทั้งคู่สลับกันไป

Cross court


Photo : Badminton Photo

“Cross Court” คือรูปแบบการตีลักษณะที่ฝ่ายตีจะตีแทยงจากฟากคอร์ทหนึ่งไปยังอีกฟากหนึ่ง ซึ่งจะเป็นการบีบให้ฝ่ายรับต้องออกแรงวิ่งไปโต้บอลจนอาจทำให้ตีเสียเองในจังหวะต่อมา เมย์ - รัชนก อินทนนท์ นักตบลูกขนไก่สาวมือ 1 ของไทยและอดีตมือ 1 ของโลก คือหนึ่งคนที่ถนัดการเล่นแบบนี้เป็นอย่างมาก

Drive


Photo : สมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ

ในบริบทปกติ “Drive” คือการขับรถ หรือถ้าเป็นในกีฬากอล์ฟก็จะหมายถึง “การตีลูก” แต่สำหรับกีฬาแบดมินตัน คำนี้ถูกบัญญัติเป็นศัพท์ไทยว่า “ลูกดาด” หมายถึงการตีลูกแบดที่มาในความสูงระดับหัวไหล่ถึงศีรษะ เพื่อให้ลูกพุ่งเฉือนข้ามตาข่ายอย่างรวดเร็วและขนานกับพื้นสนาม ทำให้ฝ่ายรับรับลูกได้ลำบากยิ่งขึ้น ซึ่งบางคนใช้ลูกดาดนี้เป็นอาวุธในการทำแต้มเลยทีเดียว

Drop


Photo : สมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ

สำหรับ “Drop” นั้นก็คือ “ลูกหยอด” ซึ่งลูกจะลอยผ่านตาข่ายมาตกบริเวณด้านหน้าของคอร์ท สามารถตีได้ทั้งหน้ามือและหลังมือรวมถึงทั้งลูกโด่งและลูกที่ตีต่ำกว่าตาข่าย นี่คืออาวุธที่สามารถเปลี่ยนจังหวะเกมได้ในเวลาเพียงเสี้ยววินาทีและอาจทำให้ได้แต้มทันทีหากอีกฝ่ายวิ่งขึ้นมารับไม่ทัน

Lob


Photo : สมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ

“Lob” คือ “ลูกงัด” ที่ใช้สำหรับการรับลูกที่อยู่ในระดับต่ำกว่ามือขึ้นเป็นลูกโด่ง สามารถใช้ได้ทั้งการงัดให้ลูกตกแถวเส้นหลัง หรือใกล้ตาข่าย ลูกนี้ถือเป็นอีกลูกที่สามารถใช้เปลี่ยนจังหวะเกมและพลิกสถานการณ์ให้ตัวเองได้เปรียบในการทำคะแนน

Let


Photo : www.dailymail.co.uk

นี่คือคำที่เรามักจะได้ยินกันทั้งในเวลาเล่นกันเอง หรือบางครั้งก็ได้ยินจากการถ่ายทอดสด โดยมีความหมายคือ “ให้เล่นใหม่อีกครั้ง” โดยจะไม่นับคะแนนจากจังหวะก่อนหน้า ซึ่งมักจะเกิดขึ้นจากการที่ลูกแบดมินตันจากคอร์ทหนึ่งลอยมาลงที่อีกคอร์ทซึ่งกำลังแข่งกันอยู่, ตีลูกไปกระทบเพดาน หรือบางครั้งก็เกิดขึ้นได้หากเสิร์ฟในจังหวะที่ผู้เล่นอีกฝ่ายยังไม่พร้อม

Kill


Photo : สมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ

นี่คือลูกที่แฟนๆ กีฬาตบลูกขนไก่เฝ้ารอ เพราะมันคือการตีลูกด้วยความรวดเร็วและรุนแรงเพื่อทำคะแนน ซึ่งความรวดเร็วและรุนแรงประหนึ่งหมายฆ่าคู่ต่อสู้ให้ตายนี้เอง คือสาเหตุที่ทำให้ลูกดังกล่าวถูกเรียกว่า “ลูกฆ่า” โดยส่วนใหญ่แล้ว ลูกฆ่ามักจะเป็นลูกตบ หรือ “Smash” แต่ลูกดาดก็สามารถใช้เป็นลูกฆ่าได้เช่นกัน

Wood Shot


Photo : www.theadvocate.com.au

หาก Kill หรือลูกฆ่าคือสิ่งที่แฟนๆ อยากเห็น “Wood Shot” นี้คงเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากเจอแน่นอน เพราะมันคือการที่ลูกขนไก่ไม่โดนเอ็นที่ขึ้นหน้าไม้ แต่ไปโดนขอบหรือก้านไม้แทน หรือหากนิยามเป็นศัพท์ไทยๆ ก็ประมาณ “ลูกแป้ก” ซึ่งในอดีต จังหวะดังกล่าวจะถูกผู้ตัดสินขานเป็นลูกฟาวล์อีกด้วย

ส่วนสาเหตุที่เรียกว่า Wood Shot นั้นก็เนื่องมาจาก ในสมัยก่อนไม้แบดมินตันยังทำมาจากไม้ และแม้เทคโนโลยีมีการพัฒนามาใช้วัสดุอื่นอย่าง อลูมิเนียม หรือ คาร์บอน ศัพท์ดังกล่าวก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงมาจนถึงทุกวันนี้

ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!