ดิมาเรีย,รูนี่ย์,เวลเบ็คกับแมตช์ทีมชาติ

ดิมาเรีย,รูนี่ย์,เวลเบ็คกับแมตช์ทีมชาติ
Smm Sport

สนับสนุนเนื้อหา

บทความนี้ไม่มีอะไรมากไปกว่าการที่ผมพยายามอย่างยิ่งยวดในการที่จะดึงเรื่องของเกมสโมสรไปเกี่ยวข้องกับเกมทีมชาติบ้างไม่มากก็น้อย

ในสัปดาห์ของเกมฟุตบอลทีมชาติแบบนี้ แฟนบอลอย่างพวกเราหลายต่อหลายคน อาจรู้สึกไม่ค่อยจะชอบใจกันเท่าไหร่นักนะครับ เพราะความรู้สึกตอนนี้มันเหมือนกับว่าเกมระดับสโมสรในฤดูกาลใหม่นั้นกำลังเข้มข้นถึงใจมากกว่า คล้ายๆ กับว่าถูกขัดจังหวะอารมณ์กันไปนิดนึง

อย่างไรก็ตาม หากจะบอกว่าไม่สำคัญไปเสียทั้งหมด มันก็คงจะไม่ใช่ซะทีเดียวนัก เนื่องจากแฟนๆ ของแต่ละสโมสรก็อยากจะเห็นฟอร์มของแข้งรายใหม่ของตัวเองที่เพิ่งซื้อเข้ามาหลังปิดตลาดซื้อ-ขายในช่วงซัมเมอร์

เชื่อเหลือเกินว่าแฟนๆ ของ แมนฯ ยู คงกำลังชื่นอกชื่นใจกับฟอร์มการเล่นชั้นอ๋องของ อังเคล ดิ มาเรีย ที่ปล่อยของยิง 1 จ่าย 3 ช่วยให้ทัพ "ฟ้า-ขาว" อาร์เจนตินา คว้าชัยเหนือทีมแชมป์โลกรายล่าสุดอย่าง เยอรมัน ไปแบบสะใจวัยโจ๋ 4-2


จ่าย 3 ยิง 1 แบบนี้ทำแฟนผีกระดี๊กระด๊ากับฟอร์ม ดิ มาเรีย

บทบาทของ ดิ มาเรีย ในวันนั้นคือกองหน้ากึ่งปีก ซึ่งดูจะเป็นตำแหน่งที่เจ้าตัวสามารถแสดงศักยภาพของตัวเองออกมาได้เต็มถังมากที่สุด คราวนี้ก็ขึ้นอยู่กับ แมนฯ ยู แล้วว่าจะสามารถดึงจุดเด่นของ ดิ มาเรีย ออกมาใช้ได้มากน้อยขนาดไหน และด้วยความที่ ดิ มาเรีย ฟอร์มโดดเด่นน่าอุ้มชูขนาดนี้ เราจึงได้เห็นแฟนๆ ของ "ปีศาจแดง" ภาวนาให้ เคราโด้ มาร์ติโน่ เทรนเนอร์ของทัพ "อัลบิเชเลสเต้" เปลี่ยนตัวอดีตแข้งของ เรอัล มาดริด ออกสักที เนื่องจากกลัวว่าจะโดนเตะเดี้ยงไปเสียก่อน

เห็นมั้ยครับ....หากใจยังรักในการติดตามเกมระดับสโมสร....แม้กระทั่งสัปดาห์ทีมชาติแบบนี้ เราก็สามารถหาเรื่องมาโยงเป็นประเด็นให้เกิดขึ้นได้

นั่นคือความสุขเล็กๆ น้อยๆ ของทางฝั่ง แมนฯ ยู ส่วนในอีกฝากฝั่ง เราก็ได้เห็นวาระของแฟนๆ อาร์เซน่อล ที่ต้องคอยติดตามสังเกตุการณ์ แดนนี่ เวลเบ็ค ในทัพ "สิงโตคำราม" ทีมชาติอังกฤษ ในนัดที่เชือด นอร์เวย์ 1-0 เป็นพิเศษ ซึ่งนับเป็นสิ่งที่แฟนๆ "เดอะ กันเนอร์ส" เกือบทุกคนไม่เคยคิดเคยฝันมาก่อนว่าจะต้องมานั่งดูลีลาของ "โก๋แดน" อย่างละเอียดแบบนี้

ลงสนามมาในฐานะตัวสำรอง, ทำฮาจับบอลวืดในสัมผัสแรก แต่หลังจากนั้น เราทุกคนก็น่าจะเห็นพ้องต้องกันว่า เวลเบ็ค มีฟอร์มการเล่นที่ดูจะไปวัดไปวาได้ และถึงใครจะหัวเราะกับการเซ็นสัญญาในครั้งนี้ก็ตาม....แต่ถึงกระนั้น เราก็ต้องไม่ลืมว่า อาร์แซน เวนเกอร์ คือบุคลากรชั้นดีในการปั้นดินให้เป็นดาวมานักต่อนัก


แฟนอาร์เซน่อลพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "ทำใจไม่ได้ที่ต้องมาเชียร์เวลเบ็คที่เคยล้อมาตลอด"

แน่นอนว่าในอีกแง่มุมหนึ่ง เวนเกอร์ ก็เคยปั้นแข้งหลายๆ คนไม่เกิดเหมือนกัน อาทิเช่น ชิลด์ กริมองดี , ฟรานซิส เจฟเฟอร์ หรือ นิคลาส เบนท์เนอร์ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่า เวลเบ็ค จะต้องเป็นอีก 1 แข้งที่ล้มเหลวลงไปด้วย เราคงไม่ต้องคาดหวังถึงขั้นให้เขากลายเป็น เธียร์รี่ อองรี คนที่ 2 ของสโมสร แต่หากเราจะหวังให้ เวลเบ็ค กลายเป็นผู้เล่นคนสำคัญที่สร้างประโยชน์ให้ทีม ผมคิดว่านี่น่าจะเป็นสิ่งที่แฟนๆ อาร์เซน่อล สามารถคาดหวังได้ในโลกแห่งความจริง และมันก็ไม่ใช่เรื่องตลกขำขันแต่อย่างใด

ดีเอโก้ ฟอร์ลัน ครั้งหนึ่งก็เคยเป็นตัวตลกของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อนที่จะกลายเป็นสุดยอดกองหน้าที่ดีที่สุดคนหนึ่งของ ลา ลีกา, อังเดร เชฟเชนโก้ เคยยิงระเบิดเถิดเทิงกับ เอซี มิลาน แต่เขากลับกลายเป็นแค่มือปืนกระสุนด้านของ เชลซี, เฟร์นานโด ตอร์เรส คือดาวซัลโวผู้เหี้ยมเกรียมของ ลิเวอร์พูล แต่วันนี้เขาต้องไปเริ่มต้นกอบกู้ชื่อตัวเองกลับมาใหม่ในสังกัด เอซี มิลาน , ติอาโก้ ซิลวา เคยเป็นเพียงแค่กองหลังดาดๆ คนหนึ่งและล้มเหลวสุดๆ ในลีก รัสเซีย แต่เขาก็แปรสถานะตัวเองกลายเป็นแนวรับระดับโลกใน กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เช่นเดียวกับ ฮวน เซบาสเตียน เวรอน ที่สามารถเนรมิตอะไรก็ได้ในลีก "มะกะโรนี" แต่กลับง่อยสุดๆ ในศึก พรีเมียร์ลีก

ไม่มีตรรกกะที่มีเหตุผลใดๆ ทั้งสิ้นในวงการลูกหนัง และ เวลเบ็ค ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้นเกี่ยวกับเรื่องนี้

ขยับมาดูแข้งระดับซีเนียร์ของทีมชาติอังกฤษ อย่าง เวย์น รูนี่ย์ ในเกมล่าสุดกันบ้าง ภายหลังจากที่เพิ่งประเดิมสวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีมแบบถาวรอย่างเป็นทางการในเกมการแข่งขันนัดแรก


ประเดิมปลอกแขนกับประตูถือเป็นเรื่องดีแม้จะเป็นแค่จุดโทษก็ตาม

ตลอดห้วงเวลาหลายปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ปี 2000 กัปตันทัพ "สิงโตคำราม" จะประเดิมสนามในฐานะผู้นำในเกมทีมชาติได้ดีเสมอ ไล่ตั้งแต่ยุคของ เดวิด เบ็คแฮม , จอห์น เทอร์รี่ , ริโอ เฟอร์ดินานด์ เรื่อยมาจนถึง สตีเว่น เจอร์ราร์ด

อย่างไรก็ตาม ภายใต้เบื้องหลังการเก็บชัยชนะของ "หมูรูน" นั้นไม่ได้มีความสวยงามอะไรที่แอบซ่อนอยู่ เพราะนอกเหนือจากที่เราทุกคนได้เห็นทัพ "ผู้ดี" โชว์ฟอร์มเห่ยกับตาแล้ว....รูนี่ย์ ก็เป็นอีก 1 คนที่โชว์ฟอร์มได้น่าละเหี่ยใจเหลือเกิน ถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะเป็นคนซัดจุดโทษให้ทีมคว้าชัยก็ตาม เพราะมันเป็นสิ่งดีๆ เพียงสิ่งเดียวที่เขาทำได้ในวันนั้น

โกล ด็อทคอม สื่อดังแห่งดินแดน "ฟิช แอนด์ ชิพ" ถึงขั้นพาดหัวตัวใหญ่ๆ เมื่อช่วงเช้าของวันพฤหัสเอาไว้ว่า......รูนี่ย์ ไม่ใช่ความหวังของ อังกฤษ เพราะจริงๆ แล้วหลังจากนี้มันจะคือ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ต่างหาก!


ราฮีม สเตอร์ลิ่ง โชว์ฟอร์มโดดเด่นเกินหน้าเกินตาทุกคนในทัพผู้ดี

นี่เพียงแค่ช่วงอุ่นเครื่องทีมชาติเท่านั้น เชื่อเหลือเกินว่าเราน่าจะได้เห็นอะไรดีๆ มากกว่านี้เมื่อเกมรอบคัดเลือกศึก ยูโร 2016 เดินทางมาถึงครับ

ยอดขวัญ

ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!