12 ผู้เล่นตัวจริงของปีศาจแดง

12 ผู้เล่นตัวจริงของปีศาจแดง
Smm Sport

สนับสนุนเนื้อหา

หลังจากมุมสกู๊ปของบรรดาคอลัมนิสต์ Sport GuRu มีแต่เรื่องราวของ "ปีศาจแดง" มาตั้งแต่วันจันทร์ (1 ก.ย.) วันนี้ผมเลยจะขอพูดถึง....

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน (ฮ่าๆ) เพราะไม่พูดก็ไม่ได้จริงๆ หลังจากพวกเขาทำตัวเป็น ณเดชน์ คูกิมิยะ, มาริโอ เมาเร่อ และ บอย ปกรณ์ (ลัม) รวมกัน ในช่วงวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะ
 
ก่อนจะเริ่มเนื้อหาหลัก ขอเกริ่นยาวๆ ถึงการขายนักเตะออกไปก่อนนะครัชช
 
อย่างที่ทราบกันดีว่าปัจจุบัน "ปีศาจแดง" มีผู้เล่นที่ผู้คนเรียกกันว่าเป็น "ขยะเปียก" ลงสนามอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น จอห์นนี่ อีแวนส์, แอชลี่ย์ ยัง, อันโตนิโอ วาเลนเซีย, ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์ อะไรเทือกๆ นี้ลงสนามมาตลอดตั้งแต่เปิดฤดูกาล ด้วยเหตุที่นักเตะหน้าใหม่ 3 รายอย่าง ลุค ชอว์, อันเดร เอร์เรร่า และ มาร์กอส โรโฮ ต่างมีเหตุอาเพศกันหมด....
 
ทุกๆ ท่านเคยได้กลิ่นขยะเปียกใช่ไหมครับ มันจะส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณรอบๆ ซึ่งถ้าเอามาเปรียบเทียบกับ แมนฯ ยูไนเต็ด นักเตะที่ถูกใครต่อใครมองว่าเป็น "ขยะเปียก" มันได้ส่งกลิ่นมาถึงบรรดาผู้เล่นที่ถูกยกย่องว่าเป็นอาหารอันโอชะ อย่างเช่น เวย์น รูนี่ย์, โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ และ ฆวน มาต้า ทำนองนี้
 
คือพูดง่ายๆ ว่า นอกจากเล่นห่วยแล้ว ยังทำให้คนอื่นอ่อนตามตัวเองด้วยว่างั้น!!
 
ทำให้เมื่อวันที่ 1 กันยายน ช่วงบ่ายๆ ตามเวลาประเทศอังกฤษ ทัพ "ปีศาจแดง" จัดการสอยผู้เล่นเพิ่มเติมเข้ามาอีก 2 ราย นั่นก็คือ ดาลี่ย์ บลินด์ และ ราดาเมล ฟัลเกา ก่อนที่ตอนกลางคืนจะปล่อยนักเตะที่ทำผลงานได้ไม่ดี และดูเหมือนไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมของ หลุยส์ ฟาน กัล อย่าง แดนนี่ เวลเบ็ค ไปให้กับ อาร์เซน่อล เพื่อลดปริมาณ
 
หลังจากนั้นวันรุ่งขึ้น ขอทำการโกงความตาย ยื่นเรื่องไปยัง พรีเมียร์ลีก ยืดระยะเวลาซื้อขายออกไป เลยทำให้ขยะเปียกชิ้นแรกอย่าง ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์ ถูกเคลื่อนย้ายไปปล่อยกลิ่นเหม็นที่อื่น

6 แข้งใหม่ของทัพอสูรแดงประจำซัมเมอร์นี้

มาถึงตรงนี้ หลายท่านอาจสงสัยว่าทำไมถึงด่าแรงจัง และคงสงสัยอีกว่าถ้างั้นทำไมผมถึงไม่นับ เวลเบ็ค อยู่ในกลุ่มขยะเปียกด้วย ซึ่งผมจะแจงเป็นข้อๆ เลยนะครับ อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวแบบไม่คำนึงเหตุและผลลัพธ์เท่าที่ควร ห้ามลอกเลียนแบบ และห้ามวิจารณ์เสียๆ หายๆ
 
1. เวลเบ็ค แม้จะฮา แต่ก็ดูวูบวาบในการเล่นเกมรุก ทุกครั้งที่เปลี่ยนตัวลงมา
2. เวลเบ็ค ไม่เคยทำให้จังหวะเกมของ "ปีศาจแดง" ช้าลง แม้จะทำเสียไปเลยในหลายๆ ครั้ง
3. เวลเบ็ค ไม่ทำอะไรซ้ำแล้วซ้ำเล่า อย่างเช่นการจ่ายบอลที่ผิดพลาด ก็ยังจะจ่าย แ_ง อยู่อย่างนั้น เหมือนกับที่ ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์ ทำ
4. เวลเบ็ค ไม่เคยโยนบอลอัดคู่แข่ง หรือเล่นได้แค่เท้าเดียว อย่างที่ อันโตนิโอ วาเลนเซีย ใช้เป็นท่าไม้ตาย
5. เวลเบ็ค ไม่เคยพุ่งล้มโง่ๆ จนทำให้ถูกใบเหลือง พร้อมเสียงด่าจากทั่วทุกสารทิศ
6. เวลเบ็ค เชื่อฟังรุ่นพี่อย่าง เวย์น รูนี่ย์, โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ เสมอๆ แม้จะทำไม่ได้อย่างที่ลูกพี่กำชับมาก็ตาม
7. เวลเบ็ค เป็นคนขยัน แม้จะค่อนข้างไร้ประโยชน์
และข้อ 8. ซึ่งเป็นข้อสุดท้าย เวลเบ็ค ย้ายไป อาร์เซน่อล!!
 
ใช่ครับ เขาย้ายไป อาร์เซน่อล คู่แข่งแย่งแชมป์ของ เชลซี, แมนฯ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล ได้ไงอ่ะ? แถมค่าตัวตั้ง 16 ล้านปอนด์ (ประมาณ 880 ล้านบาท) ทั้งๆ ที่มีแต่คนด่า มีแต่คนล้อ ว่า "เทพ" อย่างนั้น "เทพ" อย่างนี้....
 
ผมไม่ได้เข้าไปสนิทชิดเชื้อ เลยไม่รู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว "เทพคุ้กกี้รัน" เก่งจริงหรือไม่ เลยมองง่ายๆ ว่า "ถ้ามันไม่เก่งจริง อาร์เซน่อล จะซื้อเหรอฟะ??"

แม้จะเป็นตัวฮา แต่ยอมรับว่าเสียดายเหมือนกัน กับเด็กปั้นรายนี้

ยอมรับว่าเสียดายไม่น้อย กับการจากไปของ เวลเบ็ค เพราะผมไม่เคยเห็นภาพ "โก๋แดน" ใส่เสื้อทีมอื่นๆ เลย เช่นเดียวกับการที่ผมไม่เคยเห็นภาพ ราดาเมล ฟัลเกา ใส่เสื้อ แมนฯ ยูไนเต็ด เช่นกัน...
 
ฉะนั้นคนไม่อยู่ พูดไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา เรามาเข้าประเด็นหลัก ว่าไปถึงนักเตะที่มีอยู่กันดีกว่า!!!
 
จากการเข้ามาของ ฟัลเกา ถือว่าเป็นเรื่องดีของ แมนฯ ยูไนเต็ด แต่ถ้าจะถามว่าเป็นคนที่ใช่แล้วหรือไม่ หลายคนคงตอบว่า (อาจารย์) ยัง!
 
เพราะที่มันห่วยอยู่ทุกวันนี้คือกองหลังและกองกลาง ที่มันหลวมจนเสียประตู และปั้นเกมไม่เป็นจนกองหน้าหมดประโยชน์ต่างหาก
 
ซึ่งในมุมมองของผม (ดูปากณัชชานะคะ...."ของผม") การดีล ฟัลเกา เข้ารังครั้งนี้ คนต้นคิด อาจจะไม่ใช่ หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือของทีม แต่ทว่าเป็นความคิดของ "พี่เอ็ด" รองประธานสุดเก่งของเรานั่นเอง แต่จะบอกว่า เอ็ด วู้ดวาร์ด มันทำอะไรไม่คิดก็คงไม่ใช่ เพราะอย่างน้อย จะจ่ายเงินเป็นถุงเป็นถัง คงต้องคิดดีแล้วว่าดึงมาทำอะไรได้บ้าง
 
ก่อนหน้านี้ มีการวิจารณ์กันเป็นวงกว้างว่าแผน 3-5-2 ของ ฟาน กัล มันใช้กับทีมนี้ไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นด้วยเซ้นส์บอลของนักเตะไม่ถึง, ไม่เข้ากับ ลีกแดนผู้ดี ที่บอลมักจะขึ้น-ลงเร็ว หรือจะอะไรก็แล้วแต่ คือมันใช้ไม่ได้ ก็หมายความว่าใช้ไม่ได้อยู่วันยังค่ำ ซึ่งอาจมีความเป็นไปได้ว่า "พี่เอ็ด" จะมองเห็นเหมือนกันกับบรรดาคนนอกที่มองเข้ามา เลยวางแผนบีบ ฟาน กัล ให้กลับมาเล่นระบบที่เหมาะกับทีมดีกว่า เพราะรู้ว่าตาลุงวัย 62 ปีรายนี้ หัวดื้อเหลือเกิน

"ฟัลเกา" จะเข้ามาช่วยกอบกู้วิกฤติของ "ฟาน กัล" ได้หรือไม่?

หลังจากสอย ดิ มาเรีย ที่เป็นปีกธรรมชาติเข้าทีม "พี่เอ็ด" คงคิดว่าจะทำให้ "พี่หลุยส์" จัดระบบอื่น แต่ไม่เลย... ในเมื่อ ดิ มาเรีย ยังไม่เป็นผล เอากองหน้าเข้ามา ให้มันรู้แล้วรู้แรดไป
 
จึงได้ส่ง ฟัลเกา มาเป็น "ตัวป่วน" ระบบ 3-5-2 เรียกง่ายๆ ว่า "ดูซิ! มีนักเตะเท่านี้ ยังจะยัด 3-5-2 ลงได้ก็ให้มันรู้ไป!"
 
แน่นอนว่า กฎเหล็กตอนนี้คือ ฟัลเกา ต้องเป็นตัวจริง ตามด้วย รูนี่ย์ และ ฟาน เพอร์ซี่ ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้น 1 ใน 3 คนนี้ ต้องถอยลงไปเป็น เพลย์เมกเกอร์ และถ้าเป็นอย่างนั้น ฆวน มาต้า จะไปไหน? หรือจะเอาไปเล่น วิงแบ็ก ก็คงไม่ไหว แล้วไหนจะมี ดาลี่ย์ บลินด์ เข้ามาอีก ถ้าจะเอา มาต้า ออก แล้ว ดิ มาเรีย จะไปเล่นวิงแบ็กไหวเหรอ? ปวดหัวมั๊ยล่ะ "พี่หลุยส์" หึหึ
 
แน่นอนว่าสื่อหลายสำนักได้จัดแจงผู้เล่น 11 คนในหลายๆ ระบบให้ ฟาน กัล เอาไปใช้โดยไม่ต้องคิดแล้ว เหลือแค่สไตล์การเล่นที่ต้องเลือกเองเท่านั้น ซึ่งถ้าจะเอากองหลัง 3 ตัวแบบที่เจ้าตัวชอบ ไล่จาก 3-4-1-2 มี ฟิล โจนส์, จอห์นนี่ อีแวนส์ และ มาร์กอส โรโฮ เป็นแผงหลัง กองกลาง 4 ตัวเป็น อันโตนิโอ วาเลนเซีย หรือ ลุค ชอว์ และ อังเคล ดิ มาเรีย ในตำแหน่งวิงแบ็กซ้ายขวา คู่กลางใช้ บลินด์ และ อันเดร เอร์เรร่า หน้าต่ำเป็น รูนี่ย์ หน้าเป้า ฟัลเกา กับ "อาร์วีพี" ซึ่งคนที่โดนถอดออก จะเป็น มาต้า ถ้าเป็นงั้น ผมว่ามีแฟนบอลส่วนหนึ่งไม่พอใจแน่ โดยเฉพาะผม!!
 
มากันที่ 3-4-3 กันบ้าง 3 เซ็นเตอร์ยังเหมือนเดิม คราวนี้ตัดปีกออกไป กองกลางใช้ บลินด์ เป็นตัวรับ มี 3 ตัวรุกเป็น ดิ มาเรีย, เอร์เรร่า และ มาต้า หน้า 3 ตัวเหมือนเดิม ซึ่งคนที่จะโดนดรอป ก็เป็น ลุค ชอว์ คำถามตามมาคือ แล้วพี่จะซื้อมาทำติ่งอะไรครับ 30 ล้านปอนด์??

อะไรๆ มันก็ไม่ค่อยลงตัวสำหรับกองหลัง 3 คน ทั้งแบบใหม่แบบเก่า

เห็นได้ชัดว่ามันยังไม่ค่อยลงตัวเท่าไหร่ มาลองดู 3-5-2 คิดกันแบบทีมชาติเนเธอร์แลนด์ แบบที่ ฟาน กัล เคยใช้เมื่อฟุตบอลโลก มอง ดิ มาเรีย ให้เป็น อาร์เยน ร็อบเบน เวอร์ชั่น "ปีศาจแดง" ยืนคู่กับ ฟัลเกา กองหลังปรับจาก อีแวนส์ เป็น บลินด์ กองกลาง 5 ตัวส่ง วาเลนเซีย, มาต้า, เอร์เรร่า, รูนี่ย์, ชอว์ ซึ่งปัญหาก็จะเกิดอีก ข้อแรกคือ "อาร์วีพี" จะโดนดรอป ข้อสอง ตัวรับไปไหน??
 
คราวนี้ เราลองมาดูการเล่นหลัง 4 ตัวกันบ้าง หากยกแผน 4-2-3-1 ที่บรมกุนซือ เดวิด มอยส์ ใช้เมื่อฤดูกาลก่อน ด้วยตัวนักเตะที่มีอยู่ จะได้กองหลังเป็น วาเลนเซีย, โจนส์, โรโฮ และ ชอว์ เป๊ะเวอร์!!!
 
กองกลาง 2 ตัวใช้ เอร์เรร่า กับ บลินด์ ตัวรุก 3 คนเป็น "อาร์วีพี", รูนี่ย์ และ ดิ มาเรีย หน้าเป้า ฟัลเกา โดยมี มาต้า เป็นตัวสอดแทรก พระเจ้า อะไรจะเหมาะเจาะเช่นนี้!!!!!

4-2-3-1 ดูจะเวิร์ค แต่ก็ต้องมีนักเตะบางรายหลุดเป็นสำรอง

คราวนี้มาลองดู 4-4-2 กองหลังเหมือนเดิม กองกลางใช้ ดิ มาเรีย, เอร์เรร่า, บลินด์, รูนี่ย์ หน้าคู่ส่ง ฟัลเกา, โรบิน แล้ว มาต้ารอเปลี่ยนเหมือนเดิม ก็ดูจะลงตัวไม่น้อย

4-4-2 แบบป๋าเคยใช้ ลองดูๆ ก็โออยู่นา.... แต่ปัญหาแข้งโดนดรอปก็ยังเป็นอยู่

อย่างที่เห็นภาพกันไปครับ การซื้อ ฟัลเกา เข้ามา สามารถช่วยบีบให้ ฟาน กัล ปรับเปลี่ยนแผนการเล่นได้อยู่ไม่น้อย เพราะการมีบลินด์ เข้ามาเสียบเป็นกองกลางแล้ว ยังเอากองหน้ามาบีบให้กองกลางเหลือพื้นที่ไว้ให้ รูนี่ย์ ถูกดันลงมา ซึ่งผมบอกตรงๆ โคตรปวดหัวครับ เจอแบบนี้ เป็นผมไม่รู้จะทำอย่างไรจริงๆ ขอลาออกดีกว่า ฮ่าๆๆ
 
การซื้อผู้เล่นหนนี้ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ดูเหมือนจะดีนะครับ แต่สุดท้ายแล้วปัญหาตามมา คือมันล้นเกินไป ซึ่งไม่ว่าจะแผนไหนๆ จะมีผู้เล่นหนึ่งคนที่กลายเป็นแข้งเบอร์ 12 หรือตัวสอดแทรกทันที สื่อบางรายถึงขั้นบอกว่าเป็นการช้อปที่ล้มเหลวเลยทีเดียว เพราะมองกันว่ามันเป็นการซื้อแข้งที่ไม่ลงตัว ไม่ว่าจะเป็นการเติมไม่ถูกจุด หรือจะเป็นการซื้อแข้งฝั่งซ้ายเข้ามาถึง 3 คนในช่วงเวลาเดียวกัน
 
แต่ไม่มีใครสามารถสรุปอะไรได้ทั้งนั้นครับ เพราะยังไม่ได้เตะ ยังไม่ได้มีการลงเล่นอย่างแท้จริงกับทีมชุดนี้ ฉะนั้น "แฟนผี" อดใจรอกันสักหน่อยครับ ดูฟุตบอลทีมชาติกันให้สนุก และภาวนาอย่าให้มีใครบาดเจ็บเพิ่มในช่วงนี้ไปก่อน แล้วค่อยว่ากันใหม่กับเกมนัดต่อไปที่จะพบ ควีนสปาร์ค เรนเจอร์ส วันที่ 13 ก.ย.
 
แต่ระหว่างที่พิมไป เอ๊ะ! มาคิดดูอีกที ถ้า ฟาน กัล ส่งผู้เล่นชุดเดิม ไม่สนว่าต้องเอา ฟัลเกา หรือแข้งที่ซื้อใหม่ ลงสนามล่ะ จะเกิดอะไรขึ้น??
 
บรรลัยจักรเหมือนเดิมล่ะครับงานนี้.....

P.D.

ป.ล.ขอบคุณภาพจาก Daily Mail และ Facebook fanpage Manchester United โดยคุณ Siradj Dos Santos Aviro