บทสรุป "5 ประเด็น" หลังลิเวอร์พูลทัวร์แดนมะกันพรีซีซั่นก่อนเปิดฤดูกาล 2019-20

บทสรุป "5 ประเด็น" หลังลิเวอร์พูลทัวร์แดนมะกันพรีซีซั่นก่อนเปิดฤดูกาล 2019-20
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

ผลงานของการทัวร์สหรัฐอเมริกาของ สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล แห่งศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นั้นจัดได้ว่าเข้าขั้น 'แย่' เลยทีเดียว เมื่อพวกเขาลงเล่นในดินแดนบ้านเกิดของเจ้าของทีมอย่าง จอห์น ดับเบิ้ลยู เฮนรี และ ทอม วอร์เนอร์ แต่กลับไม่สามารถโชว์ฟอร์มให้เป็นหน้าเป็นตาแก่มหาเศรษฐีทั้งสองได้

ผลการแข่งขันที่ออกมานั้นลูกทีมของ คล็อปป์ โดน ดอร์ทมุนด์ เผาเครื่องไปก่อน 3-2 ตามด้วยโดนย้ำแค้นจาก เซบียา คู่ชิงฟุตบอล ยูโรป้า เมื่อปี 2016 ด้วยสกอร์ 2-1 แถมนักเตะดาวรุ่งอย่าง ลารูชี ยังมาได้รับบาดเจ็บจากการเข้าบอลแบบป่าเถื่อนอีกด้วย

ปิดท้ายกับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ก็โดนฤทธิ์เดชของ บรูโน แฟร์นันเดส นักเตะที่เคยตกเป็นเป้าหมายของทีมอยู่ช่วงหนึ่งโชว์เหนือยิง 1 จ่าย 1 เสมอกันไป 2-2

สรุปแล้วการมาเล่นที่เมืองลุงแซมนั้นพวกเขาไม่สามารถเอาชนะใครได้เลย พกเอาผลการแข่งขัน เสมอ 1 แพ้ 2 บินกลับ แอนฟิลด์ ไปเรียบร้อย

คำถามที่ตามมาก็คือ คล็อปป์ ได้อะไรจากฟอร์มอันกระท่อนกระแท่นทั้ง 3 เกมนี้

เพื่อมิให้เป็นการเสียเวลา เราจะมาสรุปกันเลยว่าสิ่งที่นายใหญ่วัย 52 ปีได้พบเห็นจากลูกทีมของเขาในการลงสนามที่ผ่านมานั้นมีอะไรให้ได้ขบคิดกันบ้าง

1. ความมั่นใจอันเต็มเปี่ยมของไอ้หนู บรูวสเตอร์

1 

ริอาน บรูวสเตอร์ เป็นคนหนึ่งที่ได้รับคำชมจากการลงเล่นในเกมพรีซีซันตั้งแต่นัดแรกที่ถล่ม ทรานเมียร์ จนถึงเกมสุดท้ายในดินแดนแห่งอิสรภาพ

ดาวยิงวัย 19 ปีเปิดตัวช่วงซัมเมอร์ได้อย่างสวยงามด้วยการซัดไป 3 ประตูในเกมอุ่นเครื่องกับทีมจากลีกรองอย่าง ทรานเมียร์ และ แบรดฟอร์ด และการทัวร์อเมริกาหนนี้เขาได้ลงสนามทั้งหมด 88 นาทีจาก 3 เกม

ช็อตเด็ดส่วนตัวของ บรูวสเตอร์ อยู่ที่การแสดงความหาญกล้าเดินไปขอพี่ใหญ่อย่าง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ซัดลูกโทษในเกมกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และโชว์สเต็ปจนได้รับคำชมอย่างมากในเกมกับ เซบียา แม้จะได้ลงเล่นในครึ่งหลังและทำประตูไม่ได้ก็ตาม

ยังไม่นับเรื่องนอกสนามที่ได้อัดรายการทำกิจกรรมสนุก ๆ ร่วมกับรุ่นใหญ่อย่าง อเล็กซ์ อ๊อกซ์เหลด-แชมเบอร์เลน, เวอร์จิล ฟาน ไดค์ และ โจ โกเมซ

สิ่งเหล่านี้ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับกองหน้าดาวรุ่งของ หงส์แดง หลังจากที่ต้องใช้เวลาส่วนใหญ่เมื่อซีซันที่แล้วในห้องพยาบาลเนื่องจากอาการบาดเจ็บรุนแรงและเพิ่งจะได้กลับมาในช่วงท้ายฤดูกาลก่อน

เจ้าตัวดูมีอนาคตไม่น้อยและถ้า คล็อปป์ ฟูมฟักดี ๆ ก็ไม่แน่ว่าเราอาจจะได้เห็นศูนย์หน้าตีนระเบิดคนใหม่ในฤดูกาลหน้าก็เป็นได้

2. วิลสัน และ เคนท์ ยังไม่ใช่คำตอบในแนวรุก

 2

การขาดหายไปของแนวรุกระดับพระกาฬอย่าง ซาดิโอ มาเน, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์  รวมทั้งการได้รับบาดเจ็บของ เซอร์ดาน ชากีรี จึงเป็นโอกาสของ แฮร์รี วิลสัน และ ไรอัน เคนท์ 2 กองหน้าดาวรุ่งที่เมื่อฤดูกาลที่แล้วถูกยืมตัวไปเล่นให้กับ ดาร์บี้ เคาท์ตี้ และ กลาสโกว เรนเจอร์ และโชว์ฟอร์มได้ดี จนมีหลายคนเชียร์ให้ คล็อปป์ ดันขึ้นทีมชุดใหญ่ในซีซันหน้าเสียที

อย่างไรก็ตามแม้จะโดดเด่นกับต้นสังกัดในซีซันก่อน แต่จากฟอร์มการเล่นทั้ง 3 เกมที่ผ่านมาต้องยอมรับว่ากับ ลิเวอร์พูล นั้นศักยภาพของทั้งคู่ยังคงไม่ถึงขีดที่สโมสรต้องการ โดยเฉพาะหากต้องลงเล่นในเกมที่เอาเป็นเอาตายในฤดูกาลหน้า

วิลสัน นั้นอาจจะมีอายุและประสบการณ์ที่มากกว่า เคนท์ ในการลงสนามในช่วงพรีซีซัน แต่ทั้งคู่ก็ยังไม่สามารถเป็นความหวังอันเรืองรองของเหล่าเดอะค็อปในการลุ้นแชมป์ได้อยู่ดี

นั่นจึงเป็นคำตอบที่ว่าทำไม คล็อปป์ จึงจับเอา จินี ไวจ์นัลดุม ขึ้นมาเล่นกองหน้าคู่กับ ดิว็อค โอรีกิ ในเกมที่พบกับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน

จริงอยู่ว่าทั้งคู่ไม่ได้ฟอร์มขี้ริ้วขี้เหร่อะไร แต่ถ้า ลิเวอร์พูล จะเน้นเอาจริงเองจังกับเกมรุกมากกว่านี้ พวกเขาจำเป็นต้องเสริมนักเตะระดับสตาร์ในช่วงซัมเมอร์ซึ่งมีศักภาพพอที่จะหมุนเวียนในตำแหน่งแดนหน้าหากคนใดคนหนึ่งใน 3 กองหน้าตัวจริงเกิดเดี้ยงขึ้นมา

และคงต้องให้เวลากับ วิลสัน และ เคนท์ อีกซักระยะ

3. อนาคตของ ซิมง มินโญเลต์

 3

เกือบจะดีอยู่แล้วสำหรับ มินนี หรือ ซิมง มินโญเลต์ ถ้าไม่เจอลูกยิงของ บรูโน แฟร์นันเดส จนทำเอาเสียคนตั้งแต่ต้นเกมที่เสมอกับ สปอร์ติ้ง

มินโญเลต์ ก็ยังคงเป็นคนเดิมที่แฟน ๆ ไม่ได้ไว้วางใจซักเท่าไหร่ หลังจากที่เจ้าตัวแสดงความผิดพลาดออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้ว่าจะยังคงเซฟเป็นพัลวัน แต่สำหรับตำแหน่งนายทวารแล้วการทำพลาดเพียงครั้งเดียวมันอาจจะหมายถึงการเสียประตูเลยก็เป็นได้

ในการทัวร์อเมริกาครั้งนี้ มินนี ได้รับความไว้วางใจให้ลงสนามทั้ง 3 เกมและได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง 2 เกมคือในการพบกับ ดอร์ทมุนด์ และ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ซึ่งสถิติที่ออกมาก็คือ หงส์แดง เสียไปถึง 7 ประตู คือพูดง่าย ๆ ว่าโดนยิงเกมละ 2 ลูก

เรื่องนี้จะไปโทษนายทวารวัย 31 ปีก็ไม่ได้ แต่ถ้ามองในภาพรวมแล้วก็น่าคิดว่าถ้า อลิสซอน เกิดเดี้ยงขึ้นมาเรากล้าฝากความหวังไว้กับ มินนี จริงหรือ

4. ลัลลานา กลับมาเป็นคนเดิม

 4

ในคราวแรกน่าจะเป็นนิมิตหมายอันดีกับแฟนบอลเมื่อได้เห็น อดัม ลัลลานา ปีกวัย 31 ปีกลับมาโชว์ฟอร์มในตำแหน่งใหม่ได้อย่างน่าชื่นชมในเกมเปิดพรีซีซัน 2 นัดแรกที่อังกฤษจนหลายคนยกเห็นว่านี่อาจจะเป็น 'อาวุธลับ' ของ คล็อปป์ ในฤดูกาลหน้าก็ได้

แต่กลายเป็นว่าพอมาเยือนถิ่นลุงแซม ลัลลานา ก็กลายเป็นคนเดิม เริ่มจากการได้รับบาดเจ็บจนทำให้ต้องพลาดโอกาสลงสนามใน 2 เกมแรกและได้ลงเล่นเพียง 14 นาทีในเกมกับ สปอร์ติ้ง ในตำแหน่งริมเส้นที่ถนัดแต่ก็ไม่สามารถสร้างความแตกต่างได้

แม้จะโชว์ฟอร์มได้ดีในตำแหน่งมิดฟิลด์เชิงลึกหรือตัวโฮลดิ้งบอลในเกมกับ ทรานเมียร์ และ แบรดฟอร์ด แต่กับตำแหน่งเดิมของตัวเองอย่างตัวทำเกมริมเส้นนั้นดูเหมือนว่าอดีตดาวเตะ เซาแธมป์ตัน จะไม่ได้มีโอกาสกลับมาแจ้งเกิดซักเท่าไหร่นัก

ต้องยอมรับกันว่าด้วยวัยที่เข้าเลข 3 และการที่มีอาการบาดเจ็บตามรบกวน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับโอกาสในการโชว์ความฟิตและฝีเท้าในช่วงพรีซีซันแบบนี้ มันจึงดูเป็นเรื่องยากที่จะได้เห็น ลัลลานา กลับมามีลุ้นในทีมชุดใหญ่อีกครั้ง และอาจกล่าวได้ว่าวันเวลาของเขากับ ลิเวอร์พูล กำลังถูกนับถอยหลังเข้าไปทุกที

5. ขอเวลาอีกไม่นาน

 5

คล็อปป์ หอบลูกทีม 28 คนบินข้ามฟ้าไปทัวร์แดนมะกันโดยขาดนักเตะที่เป็นกำลังสำคัญอย่าง มาเน, ฟีร์มีโน และ ซาลาห์, นาบี เกอิต้า, เซอร์ดาน ชากีรี และ อลิสซอน ซึ่งทั้งหมดนี้มีทั้งเพิ่งได้พักเบรคจากการรับใช้ทีมชาติและมีปัญหาอาการบาดเจ็บ

ยังไม่นับการเข้ามารายงานตัวหลังเพื่อน ๆ ของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, อเล็กซ์ อ๊อกซ์เหลด-แชมเบอร์เลน, แอนดี้ โรเบิร์ตสัน, จีนี ไวจ์นัลดุม และ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ ซึ่งแน่นอนว่านักเตะเหล่านี้กำลังอยู่ในช่วงเรียกความฟิต

ดังนั้นด้วยตัวผู้เล่นที่มีซึ่งหมายถึงนักเตะกำลังสำรองและพวกดาวรุ่งไร้ประสบการณ์บวกกับบรรดาสตาร์ที่ยังไม่ฟิตเต็มร้อย จึงทำให้ทีมของนายใหญ่เยอรมันดูกระท่อนกระแท่นเหลือเกินกับการอุ่นเครื่อง 3 นัดในอเมริกา

ดังนั้นสถิติที่ออกมามันเลยดูย่ำแย่โดยเฉพาะในเกมรับที่พวกเขาเสีย 7 ประตูจาก 3 เกมเลยเกิดคำถามว่า คล็อปป์ จำเป็นต้องเสริมตัวผู้เล่นหน้าใหม่ในช่วงที่เหลือของตลาดซื้อขายนี้หรือไม่

คำตอบคือ พวกเขาไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกและลงไปจับจ่ายใช้สอยในตลาดตอนนี้ เพราะตัวนักเตะที่มีนั้นถือว่าค่อนข้างโอเค แต่สิ่งที่ต้องทำก็คือการเรียกความฟิตของบรรดานักเตะกำลังหลักและการตบแต่งทีมให้เข้ารูปเข้ารอยในช่วงเวลาที่เหลือนี้ให้ได้

หลังจากที่จัดตัวผู้เล่นที่คิดว่าแข็งแกร่งที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในเกมกับ สปอร์ติ้ง ก็เป็นที่คาดว่า คล็อปป์ จะใช้นักเตะชุดเดิมในการลงสนามพบกับ นาโปลี ซึ่งสิ่งที่เขาต้องทำก็คือการสร้างจังหวะเกมให้กลับมาเหมือนเดิมก่อนที่นักเตะตัวหลักที่เหลือจะกลับมาลงฝึกซ้อมกับเพื่อน ๆ ในอีกไม่กี่อาทิตย์ข้างหน้า

โดยภาพรวมแล้วแม้ว่าผลการแข่งขันที่ออกมาจะไม่เป็นใจและอาจสร้างความกังวลให้กับเดอะค็อปบ้าง แต่ในช่วงเวลาที่เหลือก็น่าจะเพียงพอให้พวกเขาปรับจูนอะไรให้เข้าที่เข้าทางได้ทันก่อนจะลงสนามในเกม คอมมูนิตี้ชิลด์ ที่จะพบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในต้นเดือนสิงหาคมนี้

และหวังว่าคงจะพร้อมสมบูรณ์ในการลุ้นแชมป์อย่างเต็มตัวในซีซันใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้ด้วย

ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!