อังกฤษอุ่นเครื่องชนะสโลวะเกีย4-0รูนีย์เหมา2เบ็คแฮมพังสถิติมัวร์

สิงโตคำราม อังกฤษ ยังฮอตไม่เลิก เปิดเวมบลีย์ไล่ถล่ม สโลวะเกีย 4-0 เวย์น รูนีย์ เหมาคนเดียว 2 ประตู แต่ ฟาบิโอ คาเปลโล สุดเซ็ง เอมิล เฮสกีย์ กับ คาร์ลตัน โคล เจ็บเพิ่มอีก 2 คน ขณะที่ เดวิด เบ็คแฮม พังสถิติ บ็อบบี้ มัวร์ ตามคาด ด้าน กระทิงดุ สเปน ชนะ 5 นัดรวดในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกจากการเฉือน ไก่งวง ตุรกี 1-0 ขณะที่ ตราไก่ ฝรั่งเศส คืนฟอร์มบุกไปชนะ ลิทัวเนีย 1-0 ส่วน อินทรีเหล็ก เยอรมนี, อัซซูรี่ อิตาลี และ กังหันสีส้ม ฮอลแลนด์ มีชัยเหนือคู่แข่งเช่นกัน


ศึกฟุตบอลอุ่นเครื่องที่สนามเวมบลีย์เมื่อวันที่ 28 มีนาคม "สิงโตคำราม" อังกฤษ เปิดบ้านรับการมาเยือนของ สโลวะเกีย โดยเกมนี้ ฟาบิโอ คาเปลโล ยังให้ เอมิล เฮสกีย์ กับ เวย์น รูนีย์ ยืนหัวหอกคู่กัน ขณะที่ สตีเวน เจอร์ราร์ด ถูกจับไปเล่นทางฝั่งซ้าย และ แอรอน เลนนอน ได้โอกาสลงสนามแทนที่ ฌอน ไรท์ ฟิลลิปส์ ที่เจ็บ ทางฝั่งขวา


เริ่มเกมได้แค่ 7 นาที เจ้าถิ่นก็ได้ประตูออกนำเมื่อ สตีเวน เจอร์ราร์ด แตะบอลเข้าเขตโทษและตบกลับมากลางให้ เอมิล เฮสกีย์ วิ่งเข้ายิงเป็น 1-0 แต่เมื่อถึงนาทีที่ 15 เฮสกีย์ ก็ต้องออกจากสนามเนื่องจากมีอาการบาดเจ็บ คาร์ลตัน โคล จึงได้ลงสนามแทน แต่ช่วงครึ่งแรกทั้งสองทีมยังทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้

ครึ่งหลังอังกฤษเล่นได้ผ่อนคลายมากขึ้น นาทีที่ 70 ก็มาได้ประตูที่ 2 เมื่อ เดวิด เบ็คแฮม ที่ลงสนามเป็นตัวสำรองและทำสถิติติดทีมชาติเป็นนัดที่ 109 ทำลายสถิติของ บ็อบบี้ มัวร์ ทำให้เป็นผู้เล่นที่ไม่ใช่ผู้รักษาประตูที่ลงสนามให้ทีมชาติอังกฤษมากที่สุด เปิดบอลให้ รูนีย์ โขกเป็น 2-0 ก่อนที่อีก 12 นาทีต่อมา แฟรงค์ แลมพาร์ด ได้บอลจาก ไมเคิล คาร์ริก หลุดไปยิงเป็น 3-0 และ รูนีย์ มาทำประตูที่ 2 ของตัวเองในนัดนี้ โดยดีดบอลจากการใส่พานของ แลมพาร์ด เข้าไป จบเกม อังกฤษ จึงชนะไปท่วมท้น 4-0

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะได้ชัยชนะอย่างงดงาม แต่ ฟาบิโอ คาเปลโล กุนซือของทีมมีปัญหาให้ต้องกังวลก่อนฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกกับ ยูเครน ในวันพุธหน้า เนื่องจาก เอมิล เฮสกีย์ กับ คาร์ลตัน โคล 2 กองหน้าต่างได้รับบาดเจ็บจากเกมนี้ ทำให้เหลือกองหน้าที่ฟิตเต็มที่เพียงแค่ 2 คน คือ รูนีย์ กับ ปีเตอร์ เคราช์ นอกจากนี้ยังต้องเช็กอาการเจ็บของ ริโอ เฟอร์ดินานด์ กับ ฌอน ไรท์ ฟิลลิปส์ 2 นักเตะที่ไม่ได้ลงเล่นในนัดนี้ด้วย

ส่วนเกมที่ผ่านมากุนซือชาวอิตาเลี่ยนชื่นชมฟอร์มการเล่นของ รูนีย์ ที่ทำคนเดียว 2 ประตู และหากว่าเกมกับ ยูเครน เฮสกีย์ ยังไม่หายเจ็บก็มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะส่ง รูนีย์ เล่นกองหน้าเพียงคนเดียว

"ผมมีความสุขมากกับ เวย์น เขาเล่นได้ดีมาก ทำประตูได้และเป็นส่วนสำคัญมากของพวกเรา รูนีย์ เล่นกองหน้าคนเดียวได้ เขาเป็นเหมือนไพ่โจ๊กเกอร์ เขาเล่นได้ทุกตำแหน่ง มันจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ เวย์น ส่วนที่ผมมีความสุขกับทีมก็คือเรามีการเคลื่อนที่โดยไม่มีบอลได้ดี เราสร้างโอกาสทำประตูได้มากมาย ในครึ่งแรก รูนีย์ กับ สตีเวน เจอร์ราร์ด เคลื่อนที่ได้ดีมากไม่ว่าจะเป็นตอนที่เรารับหรือว่ารุก"

ขณะที่การแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนยุโรป ในกลุ่ม 1 "ฝอยทอง" โปรตุเกส เปิดบ้านพบ "ไวกิ้ง" สวีเดน โดยเกมนี้เจ้าถิ่นใช้ แดนนี เป็นกองหน้าตัวเป้า และมี คริสเตียโน โรนัลโด้ กับ ซิเมา ซาโบรซา เป็นตัวริมเส้น โดยเกมครึ่งแรกแม้ว่าเจ้าถิ่นจะเดินเกมรุกได้มากกว่าแต่จังหวะแดนหน้ายังฝืดเสมอกันอยู่ 0-0 และครึ่งหลัง สวีเดน ก็ยังตั้งรับได้เหนียวแน่น จบเกมจึงเสมอกัน 0-0 ทำให้ทั้งสองทีมมี 6 แต้มเท่ากัน โดยมี เดนมาร์ก กับ ฮังการี เป็นทีมนำมี 7 แต้ม

"อินทรีเหล็ก" เยอรมนี ลงเล่นในกลุ่ม 4 รับการมาเยือนของ ลิกเตนสไตน์ โดยเริ่มเกมได้แค่ 4 นาที เจ้าถิ่นก็ได้ประตูนำก่อนจาก มิชาเอล บัลลัค กองกลางกัปตันทีม ก่อนที่อีก 5 นาทีต่อมา มาร์เซล แยนเซ่น ทำเพิ่มให้เจ้าถิ่นได้อีกประตูจบครึ่งแรก เยอรมนี นำ 2-0 ก่อนที่ครึ่งหลังมาได้เพิ่มอีก 2 ประตู จาก บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ นาทีที่ 48 และ ลูคัส โพโดลสกี้ นาทีที่ 50 ทำให้จบเกม เยอรมนี ชนะไปสบายๆ 2-0 มีเพิ่มเป็น 10 แต้มนำกลุ่มต่อไป

 

"หมีขาว" รัสเซีย ยังตามหลัง เยอรมนี แค่แต้มเดียวเท่าเดิม เมื่อเปิดบ้านเอาชนะ อาเซอร์ไบจาน 2-0 จากประตูของ โรมัน พาฟลิวเชนโก้ นาทีที่ 32 และ คอนสแตนติน ซิริยาคอฟ นาทีที่ 70 จึงมี 9 แต้มจาก 4 นัด

"กระทิงดุ" สเปน แชมป์ยุโรปและจ่าฝูงกลุ่ม 5 ที่ชนะมา 4 นัดรวด พบกับ "ไก่งวง" ตุรกี โดยขนผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามเต็มที่มี เฟอร์นันโด ตอร์เรส ยืนหัวหอกคู่กับ ดาวิด บีญ่า แต่เกมในครึ่งแรกยังประสานงานกันไม่ดีนักเสมอกันอยู่ 0-0 แต่ครึ่งหลังนาทีที่ 60 เคราร์ด ปีเก้ กองหลังดาวรุ่งทำประตูให้เจ้าถิ่นออกนำ 1-0 และเป็นประตูชัยให้ทีมชนะรวด 5 นัด มี 15 แต้ม นำห่างเป็นจ่าฝูง ขณะที่ ตุรกี ยังมี 8 แต้ม เป็นทีมอันดับ 2

ในกลุ่ม 7 "ตราไก่" ฝรั่งเศส ที่เพิ่งมี 4 แต้ม ออกไปเยือน ลิทัวเนีย ที่มีไปแล้ว 9 แต้ม ดังนั้น ฝรั่งเศสจึงต้องการชัยชนะเป็นอย่างมาก ซึ่งตลอดเกมทั้งสองทีมเล่นอย่างสูสี จนนาทีที่ 67 เป็นทีมเยือนที่ได้ประตูชัย เมื่อ โยฮัน กูร์กูฟฟ์ ไหลบอลให้ ฟรองก์ ริเบรี ยิงที่หน้าเขตโทษเข้าไปอย่างสวยงาม ทำให้ชนะไปหวุดหวิด 1-0 มีเพิ่มเป็น 7 แต้ม ขณะที่ทีมนำยังเป็น เซอร์เบีย ที่มีเป็น 12 แต้มหลังจากบุกไปชนะ โรมาเนีย 3-2

"อัซซูรี่" อิตาลี ยังเป็นทีมนำในกลุ่ม 8 เมื่อบุกไปชนะ มอนเตเนโกร 2-0 จาก 2 ลูกจุดโทษของ อันเดรีย ปิร์โล นาทีที่ 11 และ จิอัมเปาโล ปาซซินี นาทีที่ 81 ส่งผลให้มีเพิ่มเป็น 13 แต้ม จาก 5 นัด นำหน้า ไอร์แลนด์ ที่เสมอ บัลแกเรีย 1-1 อยู่ 2 แต้ม

กลุ่ม 9 "กังหันสีส้ม" ฮอลแลนด์ เล่นที่อัมสเตอร์ดัม เอาชนะ "วิสกี้" สกอตแลนด์ ได้แบบไม่ลำบาก 3-0 โดยออกนำ 1-0 จากการโหม่งของ คลาส แยน ฮุนเตลาร์ นาทีที่ 30 จากนั้น โรบิน ฟานเพอร์ซี โขกประตูเพิ่มในช่วงทดเจ็บครึ่งแรกเป็น 2-0 ก่อนที่ เดียร์ค เคาท์ จะมาซัดจุดโทษปิดท้ายให้ทีมคว้า 3 แต้ม มีเพิ่มเป็น 12 แต้ม จากชัยชนะรวด 4 นัด