โจ้ สืบศักดิ์ อำลาตะกร้อหลังจบซีเกมส์ลาว

โจ้ สืบศักดิ์ อำลาตะกร้อหลังจบซีเกมส์ลาว

โจ้-สืบศักดิ์ ผันสืบ จอมเสิร์ฟหลังเท้าบันลือโลกแย้มจบศึกซีเกมส์ที่ลาวปลายปีนี้จะหันหลังให้ทีมชาติ เนื่องจากอายุและหน้าที่การงานที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติมากขึ้น รวมทั้งต้องการเปิดทางให้รุ่นน้องขึ้นมาแทน

หลังจากรับใช้ทีมชาติไทยในกีฬาเซปักตะกร้อมาอย่างยาวนานถึง 14 ปีเต็ม "เจ้าโจ้" สืบศักดิ์ ผันสืบ เจ้าของฉายา จอมเสิร์ฟหลังเท้าบันลือโลก ซึ่งแน่นอนว่าในการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 25 ที่ประเทศลาวเป็นเจ้าภาพปลายปีนี้ ชื่อของ สืบศักดิ์ ยังคงเป็นขุมพลกำลังหลักให้ทีมชาติไทยอย่างไม่ต้องสงสัย แต่เนื่องจากเวลานี้ "เจ้าโจ้" ได้เลื่อนขั้นจากตำรวจชั้นประทวนมาเป็นชั้นสัญญาบัตรเรียบร้อยแล้ว ส่งผลให้ตำแหน่งหน้าที่การงานเพิ่มมากขึ้น

ล่าสุด สืบศักดิ์ เปิดเผยอนาคตของตัวเองในการเป็นนักกีฬาเซปักตะกร้อว่า ทุกวันนี้แม้อายุจะมากขึ้นแต่ก็ยังดูแลรักษาสุขภาพตัวเองดี หมั่นออกกำลังกายเล่นฟิตเนสอยู่เสมอ ส่วนการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ที่ลาวปลายปีนี้ ส่วนตัวยังคงมุ่งมั่นที่จะเล่นอย่างเต็มที่เพื่อต้องการ 2 เหรียญทองจากประเภททีมชุดและทีมเดี่ยวมาเป็นของขวัญปีใหม่ให้พี่น้องชาวไทย แม้จะต้องขับเคี่ยวกับคู่แข่งสำคัญอย่าง "เสือเหลือง" มาเลเซีย หรือพม่า ก็ตาม

อย่างไรก็ตาม การแข่งขันซีเกมส์ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายของตัวเองแล้ว เพราะเล่นครั้งแรกมาตั้งแต่ซีเกมส์ ครั้งที่ 18 ที่ จ.เชียงใหม่ จนมาถึงซีเกมส์หนนี้เป็นสมัยที่ 7 แล้ว ถือว่าทำสถิติสูงสุดกว่ารุ่นพี่คนอื่นๆ ซึ่งพอใจแล้ว จากนั้นจะเปิดทางให้รุ่นน้องดาวรุ่งไฟแรง อย่าง ชิษณุพงศ์ สีหอม และ เรืองศักดิ์ ระวิโรจน์ เข้ามาโชว์ฝีเท้าแทนบ้าง เพราะนักกีฬาทั้งสองคนนี้มีแววอนาคตไกล หากรักษามาตรฐานการเล่นของตัวเองให้ดี ตั้งใจทุ่มเทให้การฟิตซ้อม ไม่เหลวไหลใจแตกไปก่อนรับรองอนาคตรุ่งโรจน์แน่

เจ้าของฉายาจอมเสิร์ฟลังเท้าบันลือโลก ยังกล่าวอีกว่า หลังการรับใช้ชาติแล้วเวลานี้ยังไม่เบนเข็มไปเป็นโค้ชเหมือนนักกีฬาคนอื่นๆ เพราะยังมีงานข้าราชการตำรวจต้องดูแลรับผิดชอบ แต่หากมีเวลาและโอกาสก็จะถ่ายทอดวิชาความรู้ให้แก่รุ่นน้องๆ ที่สนใจ เพราะรับใช้ชาติมายาวนานกว่า 10 ปี น่าจะมีเคล็ดลับดีๆ ถ่ายทอดให้แก่ผู้สนใจได้

"ผมตอบได้เลยว่าการแข่งขันซีเกมส์ครั้งนี้จะเป็นการรับใช้ชาติครั้ง สุดท้ายของผม เพราะเวลานี้อายุผมมากขึ้น น่าจะเปิดโอกาสให้รุ่นน้องคนอื่นๆ ขึ้นมาทดแทนบ้าง เนื่องจากรุ่นน้องหลายคน อย่าง ชิษณุพงศ์ สีหอม หรือ เรืองศักดิ์ ระวิโรจน์ กำลังดีวันดีคืน หากได้รับการพัฒนาอย่างถูกวิธีน่าจะเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติไทยได้ ส่วนตัวผมหากเลิกทีมชาติก็คงยังไม่ไปเป็นโค้ช คงจะทุ่มเทเวลาให้งานประจำที่หน้าที่การงานเริ่มมากขึ้น แต่หากมีเวลาหรือมีใครอยากได้เทคนิคก็พร้อมที่จะถ่ายทอดวิชาความรู้ให้เต็มที่" สืบศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย