ขวัญใจคอ FM ลีกล่าง : ชีวิตจริงของ 'บิลลี่ ชาร์ป' ผู้ที่ยิงประตู หลังจากเสียลูกชายแค่ 2 วัน

ขวัญใจคอ FM ลีกล่าง : ชีวิตจริงของ 'บิลลี่ ชาร์ป' ผู้ที่ยิงประตู หลังจากเสียลูกชายแค่ 2 วัน
Main Stand

สนับสนุนเนื้อหา

เมสซี่เล่นคู่กับโรนัลโด้, สร้างทีมรวมดาราโลก,โกงเงินซื้อนักเตะที่ดีที่สุดทั้ง 11 ตำแหน่ง นี่คือสิ่งที่คอเกม Football Manager ภาคต่างๆหลายๆคนมักจะตื่นเต้นที่ได้เล่นทีมใหญ่ๆทุ่มเงินซื้อนักเตะดังๆมาร่วมทีม เพราะเกมนี้คือจินตนาการที่เราสามารถสร้างมันขึ้นมาได้ 

อย่างไรก็ตามเกมๆนี้สะท้อนอะไรบางอย่างถึงนิสัยของคนได้ เพราะจะมีคอเกมบางประเภทที่ไม่ชอบเล่นทีมใหญ่แต่กลับฝักใฝ่หาทีมเล็กๆในลีกล่างเพื่อปั้นทีมขึ้นมาใหม่ราวกับว่าเราเป็นผู้เขียนเรื่องราวหน้าประวัติศาสตร์ของสโมสรขึ้นมาเอง...  และถ้าหากคุณคือคอเกมประเภทนั้นเรามั่นใจได้เลยว่าไม่มีทางที่คุณจะไม่รู้จัก "บิลลี่ ชาร์ป" กองหน้าสายลีกล่างที่การันตีประตูให้คุณได้อย่างคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์

วันนี้เราจะไปรู้จัก บิลลี่ ชาร์ป ตัวจริงเสียงจริงที่ไม่ใช่เพียงค่าพลังในเกมเท่านั้น และถ้าคุณได้รู้ว่าชีวิตของเขาสู้ขนาดไหน และคุณอาจจะกลายเป็นแฟนคลับของเขาในโลกแห่งความจริงเลยก็ได้ 

เจ้าเด็กอ้วนแห่งเชฟฟิลด์

หลังจาก เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด สามารถเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี บิลลี่ ชาร์ป หัวหอกกัปตันทีมโดนแฟนบอลกระโดดลงมาในสนามและโยนเขาขึ้นฟ้า ทุกคนตะโกนพร้อมกันแบบไม่ได้นัดหมาย "แกทำได้เเล้วโว้ยบิลลี่" นี่คือเสียงในคลิปของวันที่ทัพดาบคู่ฉลองการันตีอันดับ 2 ของศึกแชมเปี้ยนชิพ 2018-19 ที่ผ่านมา


photo : BBC

มนต์สเน่ห์ของทีมฟุตบอลทีมเล็กๆคือ นักเตะกับแฟนบอลจะใกล้ชิดกันมากเหมือนกับเป็นครอบครัวเดียวกัน นักเตะไม่ใช่สตาร์ที่จะมาเดินเเอ็กและหลบๆซ่อนปล่อยให้แฟนๆเห็นตัวเพียงแต่ในภาพถ่ายเท่านั้น ที่ เชฟฯ ยูไนเต็ด หากแฟนบอลรักนักเตะคนใดแล้วพวกเขารักหมดหัวใจ ซึ่ง บิลลี่ ชาร์ป ที่ผู้คนเรียกเขาว่า "เจ้าเด็กอ้วนแห่งเชฟฟิลด์" คือหนึ่งในนั้น...

ส่วนเหตุผลง่ายนิดเดียวเพราะเขาคือคนเชฟฟิลด์โดยกำเนิด เป็นแฟนพันธุ์แท้ของ เชฟฯ ยูไนเต็ด และเติบโตมากับระบบเยาวชนของ ยูไนเต็ด ตั้งแต่ยังอยู่ลีกวันเลยทีเดียว

ย้อนกลับไปในปี 1993 เด็กชายบิลลี่ ในวัยแค่ 7 ขวบ ถูกคุณพ่อพาเข้าไปชมเกมที่ บรามอล เลน สังเวียนเหย้าของ ยูไนเต็ด เป็นประจำ เขาเล่าว่ามี 2-3 เกมที่จำได้ฝังใจเเบบเล่าได้เป็นฉากๆนั่นคือเกมที่ เชฟฯ ยูไนเต็ด ชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด ในลีกสูงสุด นอกจากนี้ยังมีเกมที่ เชฟฟิลด์ ดาร์บี้ ที่เจอกับ เชฟฯ เว้นส์เดย์ น่าเสียดายที่ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายแพ้และปล่อยให้คู่แข่งร่วมเมืองเข้าไปชิงถ้วย เอฟเอ คัพ กับ อาร์เซน่อล  ทว่าความพ่ายแพ้นั้นคือการจุดไฟในตัวของ บิลลี่ ชาร์ป ที่อยากจะลงไปสร้างชัยชนะให้กับสโมสรแห่งนี้ด้วยตัวของเขาเอง

"ผมจำได้แม่นเลย เราชนะ แมนฯ ยไนเต็ด ได้ 2-3 ครั้งและเกมสำคัญที่สุดเมื่อเราเจอกับ เว้นส์เดย์ ในเอฟเอ คัพ รอบตัดเชือก เราเป็นฝ่ายแพ้ไป" เขาเล่าถึงความหลัง "ผมตกหลุมรัก เชฟฯ ยูไนเต็ด ตั้งแต่วันนั้น และผมอยากจะเล่นให้กับพวกเขา"


photo : talksport

อย่างไรก็ตามความจริงไม่ง่ายนัก สำหรับฟุตบอลอาชีพแล้วหากนักฟุตบอลคนไหนไม่ดีจริงก็ยากที่จะเบียด 11 ตัวจริงได้ ชาร์ป นั้นได้ขึ้นชุดใหญ่ในปี 2004 แต่ก็ได้เล่นแค่ 2 เกมเท่านั้น และตอนอายุ 17 ปี เขาถูกขายให้กับสคันธอร์ป ด้วยราคา แค่ 100,000 ปอนด์ในปี 2005  ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เขาหาตัวเองเจอจนได้ ฤดูกาลแรก ชาร์ป ยิงไป 24 ลูก ขณะที่ปีต่อมาเขายิงไปอีก 32 ลูก เป็นดาวซัลโวของลีกวัน นั่นทำให้ เชฟฯ ยูไนเต็ด ที่กำลังขาดเเคลนผู้เล่นแนวรุกตัดสินใจซื้อเขากลับมาร่วมทีมด้วยค่าตัวถึง 2 ล้านปอนด์ เลยทีเดียว

จากนั้น ชาร์ป เข้าๆออกๆ จนเหมือนว่าจะไม่ได้มีวาสนาร่วมกับ เชฟฯ ยูไนเต็ด เพราะเขายิงไม่ค่อยได้ แต่เมื่อถูกขายหรือปล่อยยืมไปให้ทีมอื่น ชาร์ป มักจะยิงแหลกไม่ว่ากับ ดอนคาสเตอร์ (86 นัด 41 ประตู) รวมถึงเซาธ์แฮมป์ตัน (18นัด10 ลูก)  แต่ถึงอย่างนั้น ไม่ว่าเมื่อไรก็ตามที่เขากำลังตกอับ, ได้ลงเล่นน้อย หรือไม่มีความสุขกับทีมบอร์ดบริหารของ “ดาบคู่” ก็ยื่นข้อเสนอดึงตัวเขากลับมาตลอด มีถึง 3 ครั้งที่ ชาร์ป ย้ายออกจากทีม และถูกซื้อกลับเข้ามาใหม่  และหนที่ 3 นี้เองที่ เขาสามารถนำทีมเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ เขายังกลายเป็นนักเตะอังกฤษที่ยิงประตูในลีกได้มากถึง 220 ลูก มากกว่า เวย์น รูนี่ย์, เจอร์เมน เดโฟ, ริคกี้ แลมเบิร์ต เป็นรองเพียง อลัน เชียเรอร์ คนเดียวเท่านั้น 

นักสู้ตัวจริง

จริงๆแล้วเรื่องค่าพลังการยิงระเบิดในเกม FM หรือชีวิตจริงๆในสนามของ ชาร์ป ไม่ใช่เรื่องที่พีกที่สุด เพราะมันมีเรื่องที่ต้องยอมรับหัวจิตหัวใจของเขายิ่งกว่านั้น 

สมัยที่เขาเล่นอยู่กับ ดอนคาสเตอร์ ชาร์ป ในวัย 25 ปี พบข่าวดีที่สุดในชีวิต เพราะภรรยาของเขาได้ตั้งท้องลูกชายคนแรก และมีกำหนดคลอดในวันที่ 27 ตุลาคม ดังนั้นเขารู้สึกว่าตัวเองมีแรงขับมากขึ้น อยากเป็นนักฟุตบอลที่เก่งกว่าเดิม ได้เล่นทีมใหญ่ๆ และมีเงินมาเลี้ยงดูครอบครัวให้อบอุ่น ซึ่งตอนนั้นเขาเป็นนักเตะสำรองของสำรองให้เซาธ์แฮมป์ตัน และถูกปล่อยยืมตัวแบบไม่มีตัวตนมากนัก  ดังนั้นการเริ่มสร้างชื่ออีกครั้งกับ ดอนคาสเตอร์ คือสิ่งที่ต้องเริ่มทำเป็นอย่างแรก

1 วันหลังจากำหนดคลอดมาถึง ลูอี้ ลูกชายของเขาลืมตามาดูโลกแล้วพร้อมๆกับความหวังที่จะได้เริ่มสร้างชีวิตครอบครัว แต่เเล้วเกิดข่าวที่ไม่ดีนัก เพราะ ลูอี้ เกิดมาพร้อมกับโรค Gastroschisis ซึ่งเป็นภาวะที่มีความพิการแต่กำเนิดของทารกชนิดหนึ่ง โดยทารกจะมีลำไส้อยู่นอกช่องท้อง เพราะผนังหน้าท้องใกล้กับสะดือแยกเป็นช่องโหว่ ซึ่งมักจะอยู่ทางด้านขวาของสะดือ ซึ่งจัดเป็นภาวะที่ทารกจะต้องได้รับการผ่าตัดเพื่อแก้ไขภาวะนี้โดยทันทีหลังคลอด  ซึ่งหมอพยายามรักษาแบบสุดฝีมือแต่สุดท้าย ลูอี้ ก็มีอายุได้ไม่ถึง 2 วัน เขาเสียชีวิตหลังจากการผ่าตัดไป

Photo : Irish Mirror

"เราตรวจเจอโรคนี้ก่อนคลอดได้ 6 สัปดาห์ แต่หลังจากที่เขาคลอดและการผ่าตัด 3 ชั่วโมง ลูอี้ ต่อสู้อย่างเต็มที่เเล้ว วันนั้นเขาหยุดหายใจถึง 10 ครั้งและตัวของเขาซีดเป็นสีม่วง แล้วเขาก็หายใจเฮือกสุดท้าย มันคือแรงหายใจที่ทำให้โลกสั่นไหว และเหมือนกับเขาจะบอกเราว่าหมดเวลาของเขาเเล้ว" ชาร์ป จำรายละเอียดในวันนั้นได้เป็นอย่างดี

ปี 2011 เป็นหมือนปีวิปโยคของวงการฟุตบอลอังกฤษ เพราะมีเหตุการณ์ที่ แกรี่ สปีด ตำนานทีมชาติเวลส์ฆ่าตัวตาย หลังจากนั้น ฟาบริซ มูอัมบา กองกลางของ โบลตัน ก็เกิดหัวใจวายระหว่างการเเข่งขัน แต่ ชาร์ป แสดงออกถึงคาแร็คเตอร์ที่แข็งแกร่ง เพราะหลังจากการตายของ ลูอี้ นั้น ดอนคาสเตอร์ มีเกมต้องพบกับ มิดเดิลสโบรห์ แม้ว่าทางสโมสรจะให้โอกาสเขาพักรักษาสภาพจิตใจและส่งนักจิตบำบัดเพื่อมาดูแลเป็นพิเศษ แต่เขาปฎิเสธและเลือกที่จะลงสนามเเข่งหลังจากที่ลูกของตัวเองตายไปเมื่อ 72 ชั่วโมงก่อนหน้านี้ 

"ผมสะดุ้งตื่นขึ้นกลางดึกบ่อยๆ และถามตัวเองว่าทำไม ลูอี้ ไม่อยู่กับเรา และผมไม่อยากจะออกไปฝึกซ้อมเลย แต่ผมก็ต้องเตือนตัวเองว่า ผมนั้นโชคดีแค่ไหนที่ได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพ ผมเชื่อนะว่าถ้าเขายังอยู่ และคลานไปมาในบ้าน ลูอี้ ต้องอยากให้ผมทำอาชีพตัวเองให้ดีที่สุดแน่ๆ ดังนั้นผมเลยต้องเลือกที่จะกลับไปทุ่มเทในการซ้อม เเละเลือกลงสนาม ผมทำไปเพราะเขาคนเดียว แม้เขาจะไม่อยู่เเล้วก็ตาม"

เมื่อตัดสินใจเช่นนั้น ชาร์ป ก็ได้ออกสตาร์ทเป็นจริงและเมื่อเกมเริ่มเพียง 14 นาที ชาร์ป ยิงประตูสุดสวยด้วยเท้าซ้าย เขาวิ่งไปที่มุมธงและถลกเสื้อขึ้นมาให้เห็นข้อความด้านในที่เขาตั้งใจเขียนไว้ว่า  "ประตูนี่สำหรับหนูนะลูกชายพ่อ" นั่นคือการฉลองประตูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา

Photo : thesportsman.com

"ผมไม่รู้จะพูดอย่างไรกับประตูนี้" โทนี่ โมเบรย์ กุนซือของ “เดอะ โบโร่” กล่าวหลังจากทีมของเขาแพ้ด้วยประตูของ บิลลี่ ชาร์ป "ผมว่ามันเป็นลูกยิงจากสวรรค์" เขาอธิบายไว้สั้นๆแค่นี้

จะเรียกได้ว่ามันเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตของเขาก็ว่าได้ การตายของ ลูอี้ มีผลต่อการใช้ชีวิตของเขาในช่วงแรก โดยเฉพาะภรรยาของเขาที่ยากจะทำใจได้ เเม้เวลาจะผ่านไปเป็นปีก็ตาม

"ผมรู้ว่าภรรยาของผมนับวันนับคืนตลอดตั้งแต่วันที่ ลูอี้ จากเราไป แต่มันก็เป็นสิ่งที่ทำได้ใจได้ยากจริงๆนั่น แม้ช่วงเวลาหนึ่งคุณอาจจะไม่ทันได้คิดถึง แต่เมื่อหันมาดูรูปภาพของเขาแล้วมันก็จะเกิดความคิดเข้ามาในหัวทันทีว่า “ทำไมเขาไม่อยู่กับเราตรงนี้นะ” มันยากกับเราจริงๆที่เราฉลองวันเกิดครบรอบ 1 ปีให้กับเขา แต่หลังจากนั้น 2 วัน มันกลับเป็นวันครบรอบวันที่เขาจากไป"

ไปต่อ...

หลังจากเกิดเหตุการณ์กระทบจิตใจ ดูเหมือนว่า บิลลี่ ชาร์ป จะไม่ได้มีสถิติการยิงประตูที่ดีเหมือนดังเดิมเท่าไหร่นัก เขามีโอกาสได้ย้ายไปเล่นกับ เซาธ์แฮมป์ตัน แต่เมื่อขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกเเล้วก็แทบไม่ได้โอกาสลงเล่น ก่อนจะโดนปล่อยยืมไปกับ เร้ดดิ้ง และ ดอนคาสเตอร์ ก่อนจะถูกขายให้กับ ลีดส์ ในปี 2014 ด้วยค่าตัว 600,000 ปอนด์ ทว่าสุดท้ายไม่มีที่ไหนที่เป็นเหมือนบ้านของเขามากไปกว่า เชฟฯ ยูไนเต็ด อีกเเล้ว ลีดส์ ใช้งานเขาได้ปีเดียว ก็ส่งเขากลับบ้านด้วยผลงานที่ไม่น่าประทับใจนัก

เมื่อกลับบ้านทุกอย่างก็ดีขึ้น บิลลี่ ชาร์ป ได้กลับมาสู่บรรยากาศเก่าๆ และชีวิตของเขากลับมาเข้าที่เข้าทาง เขาได้ลูกชายคนที่สองที่ชื่อว่าลีโอ จากนั้นในปี 2015 ก็ได้ลูกชายคนที่ 3 ชื่อว่า ไมโล โธมัส และเหนือสิ่งอื่นใดคือ "เจ้าเด็กอ้วนเเห่งเชฟฟิลด์" คนนี้กลับมาในฐานะมือปืนที่คมกริบต่างกับช่วงแรกๆที่เขาอยู่กับทีมแบบเป็นคนละคน

ก่อนหน้านี้ที่เขาเล่นให้กับทีมดาบคู่ไม่มีปีไหนยิงได้ถึง 10 ประตูเลยแม้แต่ครั้งเดียว ทว่าการกลับบ้านหนที่ 3 เขาเริ่มตั้งต้นกับทีมใหม่ตั้งแต่ลีกวัน ก่อนยิงประจาย ผ่านไป 4 ฤดูกาลนับตั้งแต่การเริ่มใหม่ ชาร์ป ซัดไปแล้ว 89 ลูก จากการลงเล่นทั้งหมด 164 นัด   

บททดสอบต่อไปสำหรับเขาคือ พรีเมียร์ลีก ตอนนี้ ชาร์ป อายุ 33 ปีเเล้ว เขาอาจไม่ได้รวดเร็วเหมือนเก่า แต่กองหน้าแบบเขานั้นสปีดไม่จำเป็น หน้าที่เดียวคือทำประตู แม้จะเป็นช่วงปลายอาชีพค้าแข้ง แต่พรีเมียร์ลีกทำให้เขากระชุ่มกระชวยอีกครั้ง

"ผมอยากจะลองท้าทายตัวเองดู ผมจะให้เวลาตัวเองสัก 10 เกม  ผมว่าไม่เกินนี้หรอก ผมมั่นใจว่าผมจะยิงประตูได้แน่  ผมท้าทายตัวเองตลอดนับตั้งแต่กลับมาอยู่กับ เชฟฯ ยูไนเต็ด หนนี้ ผมเชื่อว่าผมยังเล่นได้อีก 3-4 ปี หลายคนอาจจะเรียกผมว่าเสือเฒ่าเพราะอายุ 33 ปีแล้ว แต่ผมสุขภาพดีและเเข็งแกร่งที่สุดในชีวิตค้าแข้งที่เคยผ่านมา"  บิลลี่ ชาร์ป กล่าวทิ้งท้าย