ตำรวจเอาจริงจับตาเชิ๊ตดำตุกติกเจอโทษแน่

ตำรวจเอาจริงจับตาเชิ๊ตดำตุกติกเจอโทษแน่

พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เอาจริงเตรียมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินในไทยพรีเมียร์ลีก หากทำหน้าที่ไม่เป็นกลางจะพิจารณาโทษทันที ส่วนนักเตะล้มบอลเตรียมพิจารณาโทษอย่างหนัก

    ขณะที่การเปิดตัวทีมตำรวจ เปลี่ยนชื่อใหม่ เป็นสโมสรเพื่อนตำรวจ ประกาศทุ่มงบ 20 ล้านบาท ลั่นปีหน้าต้องขึ้นชั้นไทยลีก ด้านไทยแลนด์ฟุตซอลลีก เจอปัญหาไร้งบหนุน ส่วนฤดูกาลใหม่เปิดสนาม 15 มีนาคม ท่าเรือ เจอ ชลบุรี เอ็นบีที กับทรูวิชั่นส์ ถ่ายทอดสด
 
    ที่โรงแรมเรดิสัน เมื่อวันที่ 10 มีนาคม มีการแถลงข่าวเปิดตัวทีมสโมสรฟุตบอลตำรวจที่ได้ชื่อใหม่ สโมสรเพื่อนตำรวจ สู้ศึกลูกหนังดิวิชั่น 1 โดยมี พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญาชาการตำรวจนครบาน ในฐานะประธานสโมสรตำรวจ เป็นประธานแถลงข่าว พร้อมด้วย นายกมล เอี้ยวศิวิกูล กรรมการผู้จัดการสโมสรฟุตบอลเพื่อนตำรวจ และ พล.ต.ต.ภูมิรา วัฒนปาณี กรรมการบริหาร
 
    พล.ต.ท.วรพงษ์ กล่าวว่า สโมสรฟุตบอลตำรวจ จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลในนามบริษัทสโมสรฟุตบอลโล่ห์เงิน จำกัด (มหาชน) และเปลี่ยนชื่อจากสโมสรฟุตบอลตำรวจ มาเป็นสโมสรเพื่อนตำรวจ เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของเอเอฟซี อีกทั้งได้ทีมงานที่เป็นมืออาชีพเข้ามาร่วมพัฒนาสโมสรเพื่อนตำรวจให้เป็นทีมฟุตบอลแนวหน้าของเมืองไทย

     "สโมสรเตรียมตั้งแฟนคลับ ร่วมพัฒนาทีมฟุตบอลสันติภาพ เพื่อเยาวชน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สำหรับการเตรียมทีมสู้ศึกดิวิชั่น 1 เราได้ตั้งงบประมาณไว้ 20 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าปีหน้าต้องขึ้นไทยพรีเมียร์ลีกให้ได้ และไม่เกิน 3 ปี ต้องติดอันดับ 1 ใน 5 ของทีมหัวตารางให้ได้"

     ขณะที่ พล.ต.ต.ภูมิรา กล่าวว่า สโมสรมีการเตรียมทีมมาแล้วร่วม 2 เดือน โดยมี พ.ต.ต.ชัยยง ขำเปี่ยม เป็นผู้ฝึกสอน ซึ่งจะใช้สนามกีฬาคลองจั่นเป็นสนามเหย้า เนื่องจากสนามบุณยะจินดา ปิดซ่อม 9 เดือน นอกจากนี้ยังขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งประเทศ และถ้าเป็นไปได้ให้นำครอบครัวมาร่วมเชียร์ เพื่อเป็นการสร้างฐานสมาชิกแฟนบอลสโมสรเพื่อนตำรวจอย่างถาวร
   
     นอกจากนี้ พล.ต.ท.วรพงษ์ ในฐานะประธานฝ่ายป้องกันและปราบปรามประพฤติมิชอบฟุตบอลไทย (ปปบ.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการควบคุมกำกับดูแลและเฝ้าระวังพฤติกรรมบุคคลต่างๆ ที่จะเป็นบ่อนทำลายวงการฟุตบอลไทย ว่า ตอนนี้ได้รับการร้องเรียนจากสโมสรฟุตบอลมาเยอะมากเกี่ยวกับความไม่เป็นธรรมของผู้ตัดสินที่ไปทำหน้าที่ในสนามต่างๆ ดังนั้นเพื่อความเป็นธรรมไม่เฉพาะนักฟุตบอลเท่านั้นที่จะต้องดูแลและเฝ้าระวัง ในส่วนของผู้ตัดสินก็จะถูกจับตามองด้วยเช่นกัน ต่อจากนี้จะมีการถ่ายวิดีโอทุกสนาม หากพบว่าส่อไปในทางมิชอบต้องมีการลงโทษอย่างหนัก