รูนีย์ กับพลังแห่ง “ปลอกแขน” กัปตันทีม

รูนีย์ กับพลังแห่ง “ปลอกแขน” กัปตันทีม

อีกครั้งแล้วนะครับที่เหมือน หลุยส์ ฟาน ฮัล มี “เวทมนตร์” สามารถเสกชัยชนะได้ราวมีปาฏิหาริย์ โดยล่าสุดพาทีมชนะบาเลนเซีย 2-1 ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ

เกมนี้เป็นแมตช์ในบ้าน โอลด์ แทรฟฟอร์ด เกมแรกของกุนซือดัตช์หลังเข้ารับตำแหน่ง หลังได้ประเดิมแชมป์ อินเตอร์เนชั่นแนล แชมเปี้ยนส์ คัพ 2014 ที่สหรัฐอเมริกา ไปแล้ว

เรียกได้ว่า ประเดิมการคุมทีมด้วยแชมป์ และเริ่มต้นในบ้านได้สวยด้วย “ชัยชนะ” ในสไตล์ที่เป็น “แมนฯยูไนเต็ด” ยุครุ่งเรืองจริงๆครับ

นั่นคือ ชนะโดยนักเตะที่โลกลืม มารูยาน เฟลไลนี่ ยิงประตูได้ในช่วง 90+ ซึ่งถือเป็นจังหวะเวลาที่เรียกว่า “Fergie’s Time”

ปัจจุบัน รูนี่ย์ กลายเป็นแข้งตัวเก๋าของทีมปีศาจแดงเต็มตัวไปแล้ว

หรือเวลาปฏิบัติการพิเศษของทัพปิศาจแดงในยุคท่านเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่มักจะทำสกอร์ได้ในช่วงท้ายเกม

แต่สิ่งนี้หายไปสนิทใน 10 เดือนที่ผ่านมากับ เดวิด มอยส์ ที่กลายเป็นว่า แมนฯยูไนเต็ด เสียประตูเยอะมากในกรอบเวลา “Fergie’s Time”

อย่างไรก็ดีครับ การจะพูดถึง “ผลงาน” ยูไนเต็ด ชั่วโมงนี้คงพูดลำบาก เพราะชนะเอา ๆ ราวกับไม่รู้ว่าจะแพ้นัดแรกเมื่อไหร่? แม้เกมล่าสุดกับไอ้ค้างคาวจากสเปน กุนซือ LVG จะยอมรับว่าเป็นแมตช์ที่ “เล่นแย่” ที่สุดสำหรับเค้าก็ตาม

ดังนั้นประเด็นล่าสุดจากแคมป์ปิศาจแดงเห็นจะเป็น การแต่งตั้ง เวย์น รูนีย์ เป็นกัปตันทีม “ตัวจริง” ของสโมสรอย่างเป็นทางการ

หลังกุนซือวัย 63 ปีได้ “มอนิเตอร์” รูนีย์ และลูกทีมทุกคนมาเป็นเวลาประมาณ 1 เดือนเต็มพอดิบพอดี และได้ทดลองผู้เล่นหลายคน อาทิ ดาร์เรน เฟลตเชอร์, คริส สมอลลิ่ง สวมปลอกแขนบ้างแล้ว

ทว่า สุดท้าย รูนีย์ คือ คนที่ฟาน ฮัล มั่นใจว่าจะมอบหัวใจ และวิญญาณเข้าทำหน้าที่กัปตันทีมหลังได้แสดงให้เห็นถึง “ทัศนคติ” และความเป็นมืออาชีพผ่านการฝึกซ้อมที่ผ่านมา

รูนีย์เองที่ยิงจุดโทษพลาดในแมตช์นี้กล่าวว่า มันเป็นเกียรติประวัติสำหรับตัวเค้า และครอบครัวที่ได้รับตำแหน่งกัปตันทีมสโมสรที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้

ครับ ด้วยวัย 28 ปี รูนีย์ไม่ใช่นักเตะจูเนียร์ในทีมอีกต่อไปแล้ว ไม่นับประสบการณ์โชกโชนทั้งระดับชาติ และสโมสร

การเข้ารับตำแหน่งต่อจาก “ตำนาน” อย่าง เอริค คันโตน่า (1996 - 199797), รอย คีน (1997-2005), แกรี่ เนวิลล์ (2005-2011) และเนมันย่า วีดิช (2011-2014)

LVG เชื่อมั่นในตัวหอกร่างอวบให้เป็นผู้นำทีม

คือ อีก “ไฮไลต์” ในอาชีพค้าแข้งของรูนีย์ที่จำเป็นนะครับว่าต้องมี “จุดเปลี่ยน” มากระตุ้น หรือช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้รูนีย์รักษามาตรฐาน หรือพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

ผมเองมองไกลยิ่งกว่านั้นด้วยซ้ำ เพราะหลังจาก สตีวี เจอร์ราร์ด เปิดหมวกอำลาทีมชาติสิงโตคำราม

บุคคลที่เป็น “แคนดิเดท” เหมาะสมที่สุดสำหรับปลอกแขนกัปตันทีมชาติอังกฤษก็ไม่มีใคร “โดดเด่น” และเหมาะสมเท่ากับ เวยน์ รูนีย์ เช่นกัน

ผมเชื่อว่า การประกาศของ ฟาน ฮัล ครั้งนี้จะยิ่งทำให้ รอย ฮอดจ์สัน “มั่นใจ” ในการเลือก เวย์น รูนีย์ เป็นกัปตันทีมคุมทัพลุยแคมเปญ “ยูโร 2016”

มองแบบนี้แล้ว ฤดูกาล 2014/15 น่าจะกลับมาเป็น “ปีทอง” ของ เวย์น รูนีย์ อีกครั้ง

เชื่อผมนะครับ พลังแห่ง “ปลอกแขน” กัปตันทีม จะเปลี่ยนเจ้าหมู รูนีย์ ได้เยอะอย่างที่ไม่มีใครคาดถึงเลยทีเดียว

ไข่มุกดำ

ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!