"เควิน เกษวิหาร" : ผู้เล่น NFL ชาวไทยและตำนานแห่ง "ซินซิเนติ เบงกอลส์"

"เควิน เกษวิหาร" : ผู้เล่น NFL ชาวไทยและตำนานแห่ง "ซินซิเนติ เบงกอลส์"
Main Stand

สนับสนุนเนื้อหา

"อเมริกัน ฟุตบอล" คือกีฬาที่ไกลตัวคนไทยในระดับหนึ่ง ต้นเหตุเพราะมันเกิดขึ้นในแดนไกล และมีลีกอาชีพซึ่งเป็นที่รู้จักเพียงลีกเดียวในโลกเท่านั้น

กีฬาชนิดนี้คือความภูมิใจและสะท้อนรสนิยมของชาวอเมริกันอย่างที่สุด ฉลาด,รวดเร็ว,ไหวพริบ และสำคัญที่สุดคือร่างกายที่แข็งแกร่ง คือ 4 สิ่งที่เป็นส่วนประกอบในกีฬาชนิดนี้ ซึ่งจากคุณสมบัติที่กล่าวมานั้นดูเหมือนว่าจะไม่ใช่กีฬาที่เหมาะกับชาวไทยมากมายนัก

 

อย่างไรก็ตาม เคยมีคนไทย 1 คนที่เข้าไปเป็นผู้เล่น อเมริกันฟุตบอล ระดับ NFL มาแล้วและตัวของเขานั้นยังไม่ใช่แค่ส่วนหนึ่งของทีม แต่เป็นตัวสำคัญและเป็นขวัญใจแฟนๆทั้งเมืองอีกด้วย … เรื่องราวของชายไทยลูกครึ่ง ศรีสะเกษ - อเมริกัน กับกีฬาคนชนคนเป็นเช่นไรติดตามได้ที่นี่

คนไทยในต่างแดน

ชีวิตคนไทยในต่างแดนโดยเฉพาะประเทศเจริญแล้วอย่าง สหรัฐอเมริกา ถูกมองว่าเป็นชีวิตที่น่าอิจฉา ได้เจอกับสังคมที่อิสระและเปิดกว้าง แถมยังมีวัฒนธรรมทั่วโลกของผู้คนในเมืองให้ได้เรียนรู้อีกด้วย อย่างไรก็ตามความจริงแล้วโลกนี้ล้วนมีสองด้าน คนไทยในอเมริกาส่วนใหญ่นั้นมีชีวิตที่ต้องสู้ไม่ต่างกับคนที่ได้อยู่บ้านเกิดเลย หนำซ้ำจะสู้หนักกว่าด้วยซ้ำไป คนไทยในอเมริกาขึ้นชื่อเรื่องความขยัน,อดทน และ เป็นคนที่ประหยัดอดออมเป็นอย่างมาก

 1

ในฐานะของคนที่ไม่เคยไปอเมริกาและไม่เคยมีประสบการณ์ในการสัมผัสด้วยตัวเอง อเมริกาในสายตาที่เคยดูผ่านหนังฮอลลีวู้ดทำให้เราวาดภาพว่าที่แห่งนี้คือดินแดนที่ผู้คนเคารพซึ่งกันและกัน ไม่มีการเหยียดเชื้อชาติหรือสีผิว มีมารยาท เคารพในกฏหมาย ชีวิตมีความปลอดภัย เวลาเกิดเหตุด่วนเหตุร้ายเจ้าหน้าที่จะเข้ามาจัดการดูแลทันทีเหมือนในหนัง แต่แท้จริงแล้วหากได้ตามอ่านบล็อก, บทความ รวมถึงข่าวสารที่ปรากฎจากหลายๆ แห่งจะรู้ว่าไม่มีที่ไหนในโลกที่เพอร์เฟ็กต์เลย และอเมริกาเองก็เช่นกัน โดยเฉพาะเมืองใหญ่อย่าง ลอส แอนเจลิส

แอลเอ คือเมืองใหญ่ที่มีประชากรหนาแน่น ที่แห่งนี้มีเสียงไซเรนดังขึ้นวันละหลายๆรอบ มีปัญหาอาชญากรรมเกิดขึ้นเหมือนกับทุกที่แถมยังมีปัญหาเรื่องเหล่า โฮมเลส หรือ คนไร้บ้าน ที่มีจำนวนไม่น้อย ดังนั้นจึงมี่สถานที่อย่าง Venice beach ที่เป็นศูนย์รวมคนไร้บ้านจากทั่วทุกสารทิศที่มาต่อคิวหรือจับจองที่หลับที่นอนกันจนเต็มพื้นที่ไปหมด

แต่ถึงอย่างนั้น อเมริกา ก็เป็นเหมือนความฝันในการเปลี่ยนแปลงชีวิตของหลายๆคน เหล่าผู้อพยพเข้าไปหวังจะแจ้งเกิดและหนีความยากจนในบ้านเกิดของตัวเอง เรื่องเล่าของวีรบุรุษทั้งหลายดึงดูดให้พวกเขาเข้าไปแสวงโชค จนเกิดคำศัพท์ที่เรียกกันว่า "อเมริกันดรีม" ที่เป็นคำที่เอาไว้พูดถึงผู้ที่ประสบความสำเร็จที่เริ่มต้นจาก 0 นั่นเอง

ปี 1969 มงคล เกษวิหาร หนุ่มชาวไทยจากจังหวัดศรีสะเกษ เดินทางเข้ามาล่าฝันแบบอเมริกันดรีมและพร้อมสู้เพื่อชีวิตที่ดีกว่า เขาจบ ม.6 ย้ายมาอยู่ใน ลอส แอนเจลิส เพื่อทำงานเก็บเงินเหมือนกับนักล่าฝัน จากทั่วโลกที่มาในดินแดนแห่งนี้ จนกระทั่งได้พบรักและแต่งงานกับสาวชาวอเมริกันที่ชื่อว่า เรน่า จนที่สุดแล้วทั้งคู่ก็มีลูกชายด้วยกัน 2 คน คนแรกคือ เควิน และ คนที่สองชื่อ แม็ตต์ 

 2

เควิน พี่คนโตเกิดในปี 1976  เขาเป็นเด็กที่ตัวใหญ่และเป็นนักกีฬามาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว โดยเริ่มจากการเล่น แฟล็กฟุตบอล (อเมริกันฟุตบอลสำหรับเด็ก) ตั้งแต่อายุ 7 ขวบเลยทีเดียว แต่ ณ ช่วงเวลาดังกล่าวนั้นเขาก็ยันเป็นนักกีฬาชนิดอื่นๆด้วย ก่อนจะได้ฝึกหัดเล่นอเมริกันฟุตบอลจริงๆตอนที่เรียนอยู่เกรด 9 ซึ่งเจ้าตัวก็ทำออกมาได้ดีมาก

"ผมเล่นแฟล็กฟุตบอลมาตั้งแต่ 7 ขวบและกว่าจะได้เล่นอเมริกันฟุตบอลจริงก็ช่วงตอนเรียนเกรด 9 เกรด 10 โน่นแหละครับ ตอนแรกผมเล่นกีฬาหลายอย่าง แต่พอมาฝึกฟุตบอล (ชื่อที่คนอเมริกันเรียกกีฬา อเมริกันฟุตบอล) เต็มตัวผมรู้สึกว่ามันช่วยผมได้มากกว่า ผมพอใจกับความสามารถตัวเองตอนเด็กๆนะ ผมได้รับการฝึกเรื่องความแข็งแรงและความเร็วระดับพื้นฐานในช่วงระดับมัธยม และฟุตบอลกับผมมันก็เริ่มจากจุดนั้นแหละ" 

ใจสู้อย่างไทย แข็งแกร่งอย่างอเมริกัน

การเป็นตัวชูโรงของโรงเรียนทำให้ เควิน ได้เข้าไปศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยกับ Augustana College ในรัฐเซาธ์ ดาโกต้า ในช่วงเวลานี้ เควิน โดนเปลี่ยนตำแหน่งให้มาเล่นในตำแหน่ง เซฟตี้ จากที่เคยเล่นเป็น ปีกนอกกับกองหลัง ที่ต้องอาศัยลูกบู๊และความดุดัน ซึ่งนอกจากจะไม่ถึงกับต้องปรับตัวอะไรมาก เพราะถือเป็นหนึ่งในตำแหน่งที่เคยเล่นมาก่อนแล้ว ดูเหมือนนี่จะเป็นอะไรที่เข้ากับตัวเขาอย่างแรงเลยทีเดียว

 3

อย่างไรก็ตามแม้จะตัวใหญ่สำหรับคนไทย (สูง 185 เซนติเมตร) แต่ในเกมคนชนคน เควิน มักจะถูกดูแคลนจากเหล่ายักษ์ปักหลั่นอยู่เสมอ นอกจากนี้อย่างที่ได้กล่าวไว้ในข้างต้น อเมริกา ไม่ได้สวยงามไปเสียหมดเพราะการเป็นลูกครึ่งไทยทำให้ เควิน เคยโดนเหยียดเชื้อชาติเป็นประจำ แต่เขารู้ดีว่ามีแต่ความเก่งกาจเท่านั้นที่จะอุดปากคำพูดแย่ๆเหล่านี้ได้

"เรื่องพวกนี้มันก็แค่เรื่องงี่เง่าสำหรับผมนะ แต่ถึงอย่างนั้นหลีกเลี่ยงมันไม่ได้ ถามว่ามันเป็นเกี่ยวกับผมไหม? แน่นอนใช่เลย แต่ถ้าถามผมจะยืนขึ้นและโอดโอยว่าตัวเองโดนเลือกปฎิบัติหรือเปล่า ผมบอกได้เลยว่าผมจะไม่เอามันไปคิดเยอะแยะอะไรขนาดนั้น แต่....การแข่งขันกับเด็กชาวแอฟริกัน-อเมริกัน คือสิ่งที่ผมเรียนรู้มาตลอด แต่ผมไม่เคยกลัวเลยแม้แต่น้อย" เควิน กล่าวกับ Sports Illustrated

 4

เควิน กลายเป็นขวัญใจของแฟนๆ โดยเฉพาะเหตุการณ์ในปี 1996 ที่ต้องเจอกับทีมของมหาวิทยาลัย นอร์ธเทิร์น โคโลราโด้ ในเกมนั้นสภาพอากาศย่ำแย่ถึงขีดสุด สนามหญ้าถูกธรรมชาติเปลี่ยนจนกลายเป็นเหมือนลานสเก็ตด้วยพายุน้ำแข็ง จนแทบจะใช้แข่งไม่ได้ ฝ่ายจัดต้องการจะยกเลิกเกมนี้ไปก่อน แต่ในเกมนั้นสำคัญมากเพราะเป็นการหาผู้ชนะที่จะได้เข้าไปแข่งชิงแชมป์ประจำฤดูกาลของ นอร์ธ เซลทรัล คอนเฟอเรนซ์ จึงทำให้แฟนๆกระหายที่จะได้ดูเกมต่อไป แม้ว่าอากาศจะหนาวเหน็บมากแค่ไหนก็ตาม

เควิน นำเพื่อนของเขาลงสู่สนาม ฮาเวิร์ด วู้ด ฟิลด์ และพร้อมแข่งขันในเกมที่เขายืนยันว่าหนาวที่สุดในชีวิต ก่อนจะจบลงด้วยชัยชนะที่หอมหวาน และแมตช์นั้นถูกกล่าวขานเป็นตำนานของมหาวิทยาลัยมาจนถึงทุกวันนี้... "ไอซ์ โบวล์" คือชื่อของตำนานบทนั้นที่มีเควิน เป็นส่วนสำคัญด้วย

"ตอนแรกเราส่งคนมาสลายน้ำแข็ง แต่พวกเขาทำไม่ได้ดังนั้นมันก็ต้องเลยตามเลย" เควิน เล่าถึงเหตุการณ์ดังกล่าว

"ทุกๆครั้งที่ผมเข้าแท็คเกิลต้องรีบลุกขึ้นมาถูน้ำแข็งออกจากแขน-ขาให้หมด มันเป็นเกมที่หนาวเย็นที่สุดเท่าที่เคยเจอมา แต่อีกมุมหนึ่งมันก็คือเกมที่สนุกที่สุดในชีวิต มากกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก"

เควิน เป็นตัวแทนของทีม ไวกิ้งส์ ตลอดทั้งปีการศึกษา เขาเป็นผู้เล่นตัวหลักของทีมและติดทีมรวมดาราประจำภูมิภาคอย่าง All-North Centra และ Daktronics All-America นอกจากนี้ยังได้แข่งขันใน Cactus Bowl (ศึกอเมริกันฟุตบอลระดับมหาวิทยาลัยฟุตบอล ที่เล่นในรัฐแอริโซนาตั้งแต่ปี 1989 เป็นต้นมา) อีกด้วย  ทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลที่ทำให้เขาถูกทางมหาวิทยาลัยบันทึกให้เป็นบุคคลทรงคุณค่าหรือ Hall Of Fame

อเมริกันฟุตบอลไม่ใช่แค่กีฬาสำหรับพวกแอฟริกัน-อเมริกัน

"ถ้ามีใครบอกว่าคนดำคือสุดยอดนักกีฬาโดยไร้ข้อแม้ ผมขอถามกลับหน่อยว่าทำไมทุกทีมใน NFL ต้องเสียเงินมากมายเพื่อจ้างทีมสเก๊าท์หาผู้เล่นเข้าทีมล่ะ? ไม่งั้นทำไมพวกเขาไปที่ชุมชนคนผิวสีแล้วเอาเด็กแถวนั้นมาลงแเข่งทั้งหมดก็สามารถชนะทุกเกมแล้วสิ..." ดร.แฮร์รี่ เอ็ดเวิร์ด นักสังคมวิทยาและนักกิจกรรมทางสิทธิพลเมืองชาวอเมริกันว่าเอาไว้เช่นนั้น และมันค่อนข้างตรงกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับ เควิน เพราะมันแสดงให้เห็นว่าความมุ่งมั่นตั้งแต่วัยเด็กสามารถเปลี่ยนใครก็ตามให้พร้อมสำหรับการเป็นนักอเมริกันฟุตบอลได้เหมือนกับเขา

 5

หลังจากเรียนจบปริญญาตรีจากคณะคณิตศาสตร์และฟิสิกส์ เควิน ได้เข้าสู่วันที่ผู้เล่นอเมริกันฟุตบอลรอคอย นั่นคือดราฟต์เดย์ในปี 1998 แต่อะไรหลายอย่างทำให้อดีตสตาร์ของ ไวกิ้งส์ ถูกมองข้าม ในฤดูกาล 1998 ไม่มีทีมไหนดราฟต์ตัวเขาเข้าสู่ทีมเลย ดังนั้นเขาจึงต้องย้ายไปเซ็นสัญญากับทีมใน AFL (Arena Football League - ลีกอเมริกันฟุตบอลที่แข่งในร่ม) กับทีม ไอโอว่า แบรนสตรอมเมอร์ส

แม้หลายทีมจะมองข้ามและไม่ให้โอกาสเขาด้วยหลากหลายสาเหตุไม่ว่าจะด้วยเรื่องเชื้อชาติ หรือ สัญญาก็ตาม แต่ เควิน ก้มหน้าก้มตาเล่นให้กับ ไอโอว่า ต่อไป และมันไม่ได้ทำให้ใจเขาฝ่อเลยแม้แต่น้อย เพียงปีเดียว เควิน กลายเป็นกำลังสำคัญของ ไอโอว่า และได้รับรางวัล รุกกี้ ออฟ เดอะ เยียร์ ไปครองทันที  ก่อนที่จะสานต่อความสำเร็จในปี 2000 ด้วยการถูกเสนอเข้าสู่ทีมออลสตาร์ของลีก ในฐานะ "โคตรผู้เล่นทีมรับ (Defensive Specialist)” ส่วนเหตุผลที่ถูกเลือกนั้นง่ายนิดเดียว สถิติบ่งบอกทุกอย่างแล้ว เควิน นั้นทำสถิติแท็คเกิลมากกว่า 100 ครั้งในฤดูกาลเดียว (107 ครั้ง) และกลายเป็นสถิติตลอดกาลอันดับ 3 ของ AFL อีกด้วย นอกจากนี้เขายังทำในสิ่งสำคัญที่สุดสิ่งหนึ่งในการแข่งขันอเมริกันฟุตบอลนั่นคือการ อินเตอร์เซ็ปท์ (ตัดบอลจากคู่แข่ง) ที่ทำได้ถึง 10 ครั้ง

มีไม่มากนักหรอกที่ผู้เล่นทีมรับจะสูงแค่ 185 และหนัก 91 กิโลกรัมแบบเขา แต่กลับมีสถิติที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ในตำแหน่งเซฟตี้ ที่ต้องทำหน้าที่หลายอย่างทั้งการอ่านเกม,เก็บลูกโด่ง และเข้าแท็คเกิลในการบุกของคู่แข่งจากภาคพื้นดิน  นั่นจึงทำให้เขากลับสู่เวทีดราฟต์อีกครั้งในอีก 3 ปีต่อมา แม้หนนี้เขาจะยังเป็นผู้เล่นที่ไม่ถูกดราฟต์ แต่ก็มีทีมที่เห็นแววอย่าง กรีนเบย์ แพ็คเกอร์ส ซึ่งเลือกเขาเข้าสู่ทีมในภายหลัง ทว่าหลังจากนั้น 4 สัปดาห์เขาก็ถูกปล่อยตัว ก่อนย้ายไปอยู่กับ ซินซิเนติ เบงกอลส์ แม้จะดูเป็นการย้ายทีมแบบงงๆภายในระยะเวลาที่รวดเร็ว แต่ช่วงเวลากับ เบงกอลส์ คือช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมที่สุดของเขาเลยทีเดียว

การมาแบบไม่ได้เป็นความคาดหวัง ทำให้เขาทำได้ดีเกินคาด เควิน ลงเล่น NFL ให้กับ เบงกอลส์ ถึง 87 เกม ระหว่างปี 2001-06 ทำไปถึง 363 แท็คเกิล, อินเตอร์เซ็ปท์ 15 ครั้ง , ปัดบอลตกพื้นอีก 28 ครั้ง และ เก็บบอลจากการฟัมเบิล หรือทำลูกหลุดมือ ได้ 4 ครั้ง โดยเฉพาะในปี 2006 ที่ถือว่าเป็นปีที่ดีที่สุดในอาชีพการเล่นของเขา เพราะถึงแม้จะได้ลงแค่ 14 เกม แต่ เควิน กลับมีสถิติ 6 อินเตอร์เซ็ปท์ และ แซค (รวบควอเตอร์แบ็ค ขณะครองบอล) 4 ครั้ง แม้จะไม่ได้แชมป์หรือมีเกียรติยศติดไม้ติดมือ แต่สำหรับทีมอย่าง เบงกอลส์ ที่ถือว่าเป็นทีมระดับกลางๆ ค่อนไปทางล่างของลีก การมีผู้เล่นอย่าง เควิน ถือว่าเป็นดีลที่ยอดเยี่ยมของพวกเขาแล้ว

นอกจากนี้ แฟนๆของ เบงกอลส์ ยังชื่นชอบและคลั่งไคล้ในตัวของ เควิน ไม่น้อยเลยทีเดียว เขาถูกขนานนามว่าผู้เล่นอันเดอร์เรต (ดังน้อยกว่าฝีมือ) แห่ง NFL ยุคนั้น และยังเป็น 1 ใน 5 ผู้เล่นตำแหน่งเซฟตี้ที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของทีม “เสือลายพาดกลอน” นอกจากนี้ด้วยหน้าตาที่หล่อเหลาเอาเรื่องทำให้มีแฟนฟุตบอลสาวๆเปรียบเทียบเขากับ คีอานู รีฟส์ ดาราภาพยนตร์ที่ดังระเบิดจากเรื่อง Speed, ไตรภาค The Matrix และ John Wick ไตรภาค เลยทีเดียว

การพัฒนาขึ้นในทุกๆปีทำให้ เควิน เริ่มไปเข้าตาทีมใหญ่ที่มีลุ้นแชมป์อย่าง นิวออร์ลีนส์ เซนต์ส แม้ทาง เบงกอลส์ พยายามจะรั้งเอาไว้ให้เขาอยู่กับทีมต่อแต่ เซนส์ ยื่นข้อเสนอให้เขาในราคาที่ไม่เปิดเผยแต่คาดว่า "เป็นตัวเลขที่งามมาก" สื่ออย่าง Yahoo Sports สืบทราบมาว่า เควิน ได้รับค่าเหนื่อยจากเซนต์สราว 10 ล้านเหรียญ โดยเป็นโบนัสจากการเซ็นสัญญา 3.25 ล้านเหรียญฯ ส่วนที่เหลือคือค่าเหนื่อย เฉลี่ยต่อปีจะได้เงินถึงปีละ 2.5 ล้านเหรียญฯ เลยทีเดียว

 6

"เควิน เป็นการเสริมทัพที่ดีเหมาะกับตำแหน่งเซฟตี้ของเรามากๆ นอกจากผลงานในสนามของเขาจะยอดเยี่ยมแล้ว เขายังสามารถเป็นผู้นำในห้องแต่งตัวของรุ่นน้องในทีมได้  เขาเป็นผู้เล่นที่แข็งแกร่งและรักษาผลงานได้ต่อเนื่องมาหลายปี เป็นผู้นำในห้องแต่งตัวของเราได้สบายๆ เขาคือผู้เล่นประเภทที่เรามองหาเพื่อทำให้เกมรับของเราแข็งแกร่งยิ่งกว่าที่เคย" มิกกี้ ลูมิส ผู้จัดการทั่วไปของ เซนต์ส กล่าวในวันที่ได้ตัว เควิน มาร่วมทีมในปี 2007

ทว่าเมื่อได้รับโอกาสลงสนาม แต่ฟอร์มการเล่นของเควินกลับไม่ท็อปฟอร์มเหมือนเก่า ทำให้จากสัญญา 4 ปีที่เคยเซ็นไว้ เขาเล่นให้กับทีมได้เพียง 2 ปี ก็โดนปล่อยออกจากทีมในฤดูกาล 2009 และสิ่งที่น่าเสียดายที่สุดคือในฤดูกาลนั้นเอง ดรูว์ บรีส์ และผองเพื่อนทีมเซนต์ส เดินหน้าเข้าไปคว้าแชมป์ซูเปอร์โบวล์ หนแรกของแฟรนไชส์ได้สำเร็จ .... หากเควินอยู่ในทีมชุดนั้นเขาจะเป็นคนไทยในประวัติศาสตร์ตลอดกาลที่ไปถึงถ้วยใหญ่อย่างซูเปอร์โบวล์แน่นอน

ตำนานแห่ง ซินซิเนติ

ช่วงเวลาหลังจากนั้นของเควิน ถือเป็นขาลงเต็มตัว เพราะมีอาการบาดเจ็บที่มือจนต้องเข้าผ่าตัดในปี 2009 ที่อยู่กับ แคโรไลน่า แพนเตอร์ส ก่อนจะประกาศเลิกเล่นในเวลาต่อมาโดยมี เทนเนสซี่ ไททันส์ เป็นต้นสังกัดสุดท้าย

แต่แม้จะเล่นให้กับหลากหลายทีม สำหรับเขาแล้วไม่มีช่วงเวลาไหนที่น่าจดจำกับ 6 ปีที่ ซินซิเนติ เมื่อชื่อของ เควิน เกษวิหาร เป็นชื่อที่คุ้นปากคุ้นหูของผู้เคนที่นั่นยิ่งกว่าที่เมืองไทยเสียอีก

 7

"มันเป็น 6 ปีที่ดีที่สุดในชีวิตของผมเลย จริงๆตอนนั้นผมอยากจะกลับไปที่นั่นนะ เราพยายามแล้วแต่มันไม่เกิดขึ้น ตอนนั้นมันมีหลายปัจจัยให้ต้องคิดเยอะเลยทีเดียว" เควิน เล่าถึงวันที่ทิ้ง ซินซิเนติ ไปหาทีมที่ใหญ่กว่าอย่าง เซนต์ส  "ตอนนั้นทั้งสองทีมมีโอกาสดีที่จะคว้าซูเปอร์โบวล์ได้สักครั้ง แต่กับ NFL คุณคาดเดาอะไรไม่ได้หรอก"

"ผมขอบคุณ ซินซิเนติ ที่ให้โอกาสกับผม ผมเติบโตขึ้นมากับโค้ช กับผู้เล่น และเมืองแห่งนี้ ที่นี่มีแต่คนนิสัยดีเต็มไปหมด มันมีเหตุผลที่ผมไม่ควรจะย้ายทีม แต่ที่สุดแล้วชีวิตคนเราก็ต้องเลือกทำในสิ่งที่ต้องทำนั่นแหละ ผมคงเป็นไอ้พวกขี้โกหกหากบอกว่าการย้ายทีมครั้งนั้นไม่มีเหตุผลส่วนตัว มันเป็นเรื่องเล็กที่เกิดขึ้นในใจ เหมือนกับคุณบอกว่าเงินไม่ใช่เรื่องใหญ่ในชีวิต"

ทุกคนมีจิตวิญญาณของนักผจญภัยซ่อนอยู่ในตัวเสมอ เควิน เองเลือกที่จะออกไปเจอสิ่งใหม่ๆและภารกิจที่ยิ่งใหญ่กว่า แม้ไม่สำเร็จในบั้นปลายแต่สุดท้ายก็รู้ได้ว่าอย่างน้อยก็ได้พยายามทำมันอย่างเต็มที่  และเมื่อมาถึงตอนจบคำตอบที่อยู่ในใจก็ปรากฎขึ้นกับเขาเองอย่างชัดเจน เพราะเมื่อถูกถามว่าช่วงเวลาไหนที่ดีที่สุดในชีวิต เขาตอบได้เต็มปากว่าการร่วมหัวจมท้ายกับทีมไร้แต้มต่ออย่าง เบงกอลส์ ที่ทุกคนร่วมกันสู้จนสามารถคว้าแชมป์กลุ่ม AFC เหนือได้ในปี 2005

"การคว้าแชมป์กลุ่มในตอนนั้นคือช่วงเวลาที่ดีที่สุด ผมอยู่ที่นั่นและสิ่งต่างๆ วิ่งผ่านเราไปอย่างรวดเร็ว เราเล่นกันเป็นทีมและสุดท้ายเราชนะมันได้ นี่คือความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้วเท่าที่ผมจะนึกออก"

สิ่งที่น่าชื่นชมในความเป็นยิ่งกว่าผู้เล่นและสโมสรคือ ในวันที่ เควิน อยากจะย้ายออก ทาง เบงกอลส์ เข้าใจเรื่องทุกอย่างอย่างง่ายได้ พวกเขาเข้าใจในความกระหายความสำเร็จ และให้เกียรติ เควิน ถึงนาทีสุดท้ายจนกระทั่งได้เซ็นสัญญากับ เซนต์ส และพร้อมจะต้อนรับเสมอหากเขาอยากจะกลับมา

"เควิน ให้ความเคารพกับโค้ช มาร์วิน ลูอิส เป็นอย่างมาก ขณะที่คนอื่นๆในทีมก็ให้ความเคารพเขาทั้งในและนอกสนาม เบงกอลส์ ซื่อสัตย์กับเราตลอดทั้งกระบวนการย้ายทีมครั้งนั้น เควิน มีช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมกับทีมถึง 6 ปี ผมมั่นใจว่าเขาจะไม่มีวันลืมบุญคุณจากสิ่งที่ได้รับจากแฟนๆของ ซินซิเนติ แน่นอน" บรูซ โทรลเลอร์ เอเย่นต์ของเควินยืนยันถึงสปิริตและความสัมพันธ์ของทั้งสองฝั่งที่ยิ่งกว่านายจ้าง-ลูกจ้าง

 8

ในแง่ของความสำเร็จมันอาจจะน่าเสียดายหาก เควิน อยู่กับ นิวออร์ลีนส์ เซนต์ส อีกสักปีเพื่ออยู่ในทีมชุดแชมป์ซูเปอร์โบวล์ แต่ในฐานะคนๆ หนึ่ง บางทีสิ่งที่น่าเสียดายกว่าคือ หากเขาร่วมหัวจมท้ายกับ เบงกอลส์ ต่อไป ในที่ที่ทุกๆคนรัก, ให้เกียรติ และสนับสนุนอย่างเต็มที่ เขาอาจจะกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ถูกยกย่องมากกว่านี้ และอาจมีการรีไทร์เบอร์เสื้อเพื่อเป็นเกียรติก็เป็นได้

ปัจจุบัน เควิน เกษวิหาร ในวัย 42 ปี ย้ายไปใช้ชีวิตในเมือง Maple Grove รัฐมินนิโซต้า โดยเป็นผู้ฝึกสอนกีฬา บอกเล่าสั่งสอนสิ่งต่างๆ ที่เขาเรียนรู้มาเพื่อให้เด็กๆ รับรู้ว่าการเล่นอเมริกันฟุตบอลแบบมืออาชีพนั้นแท้จริงเเล้วเป็นอย่างไร และครั้งหนึ่งเขายังเคยเดินทางมายังเมืองไทยในฐานะแอมบาสเดอร์ของ NFL เพื่อมาสอนเด็กไทยเล่นแฟล็กฟุตบอลอีกด้วย

"เมื่อใครสักคนพยายามวิ่งเข้าใส่ในจังหวะสแน็ปลูก เมื่อนั้นคุณจะรู้ว่าใครจะเป็นคนที่เข้ามาช่วยป้องกันคุณได้" ปรัชญาของ โค้ชเควิน ก็เหมือนกับตอนที่เขาเล่นอยู่ นั่นคือจงเชื่อมั่นในเพื่อนร่วมทีมให้มากที่สุด เมื่อนั้นคุณจะไม่มีวันล้มลงง่ายๆแน่นอน