คุยผ่านตำนานบาเยิร์น "เคลาส์ ออเกนธาเลอร์" : อนาคตลูกหนังไทย กับพันธกิจของ อลิอันซ์ อยุธยา

คุยผ่านตำนานบาเยิร์น "เคลาส์ ออเกนธาเลอร์" : อนาคตลูกหนังไทย กับพันธกิจของ อลิอันซ์ อยุธยา
Main Stand

สนับสนุนเนื้อหา

การไปค้าแข้งในทวีปยุโรป ดินแดนศูนย์กลางอารยธรรมลูกหนัง คือหนึ่งในความฝันของนักเตะ และเป็นสิ่งที่แฟนฟุตบอลจากทั่วทุกมุมโลกอยากเห็น

แต่หากว่ากันตามจริง การที่นักเตะจากต่างทวีปสักคนจะไปค้าแข้งในยุโรปนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากมาตรฐานนั้นต่างกันอยู่ไม่น้อย และหากจำเพาะเจาะจงลงไปถึงระดับเยาวชน การที่เด็กๆ จะได้สัมผัสกับหลักสูตรการเรียนรู้ของทีมฟุตบอลระดับโลกนั้น ดูจะเป็นเรื่องที่ไกลเกินฝันยิ่งกว่า

 

ด้วยเหตุดังกล่าว บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) บริษัทประกันชีวิตระดับโลก จึงได้ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์สำคัญอย่าง บาเยิร์น มิวนิค จัดโครงการ เอฟซี บาเยิร์น ยูธ คัพ (FC Bayern Youth Cup) เพื่อให้เยาวชนจากทั่วทุกมุมโลกได้มีโอกาสเรียนรู้ศาสตร์ลูกหนังของทีมเสือใต้ รวมถึงได้สัมผัสประสบการณ์ลงเตะใน อลิอันซ์ อารีน่า สังเวียนแข่งระดับโลก

 1

ทีมงาน Main Stand ได้รับเกียรติพูดคุยกับ เคลาส์ ออเกนธาเลอร์ นักฟุตบอลระดับตำนานของทีมชาติเยอรมัน ชุดแชมป์โลก 1990 และ บาเยิร์น มิวนิค ซึ่งเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ ของโครงการ เอฟซี บาเยิร์น ยูธ คัพ และคลุกคลีอยู่กับเยาวชนไทย ตลอดหลายปีที่ผ่านมา

ในมุมมองของแชมป์โลกอย่างเขา เด็กไทยเก่งแค่ไหน? เหตุใดแข้งไทยถึงยังไม่สามารถไปสร้างชื่อที่ยุโรปได้? ต้องทำอย่างไร นักเตะไทยถึงจะก้าวไปค้าแข้งที่ประเทศเยอรมัน? และ อลิอันซ์ ในฐานะผู้สนับสนุนของ บาเยิร์น มิวนิค อย่างเป็นทางการ จะมีส่วนช่วยสานฝันให้เป็นจริงได้อย่างไร? นี่คือสิ่งที่เราจะหาคำตอบจากชายผู้นี้

เมื่อเด็กไทย ไปไม่สุดทาง

“ประเทศไทยมีนักเตะเยาวชนที่มีทักษะยอดเยี่ยมมากมาย โดยเฉพาะในตำแหน่งกองหน้า และกองกลาง พวกเขามีเทคนิคที่ยอดเยี่ยมมาก ดีกว่าที่เกาหลีใต้หรือจีนเสียด้วยซ้ำ” เคลาส์ ออเกนธาเลอร์ เริ่มกล่าวกับ Main Stand

 2

“ผมเห็นความเป็นไปได้ ที่จะได้เห็นนักเตะเยาวชนไทย ไปค้าแข้งที่เยอรมันในอนาคต หากมีการพัฒนานักเตะเยาวชนที่ถูกต้อง เพราะพวกเขามีศักยภาพอยู่แล้ว”

“ยกตัวอย่างเช่นญี่ปุ่น พวกเขาสามารถพัฒนาคุณภาพนักเตะ จนมีนักเตะฝีเท้าดีหลายคน จนย้ายไปเล่นที่เยอรมัน”

จากคำกล่าวของอดีตแชมป์โลกวัย 61 ปี ดูเหมือนว่าประเทศไทยจะมีขุมทรัพย์ล้ำค่าในโลกฟุตบอล อยู่ในมือ อย่างไรก็ตาม หากมองถึงความสำเร็จของทีมชาติไทยและนักเตะพันธ์ุช้างศึก กลับไม่ประสบความสำเร็จ อย่างที่หลายคนคาดหวัง หากมองถึงทักษะที่ยอดเยี่ยมของแข้งไทย สมัยเป็นแข้งเยาวชน

“ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เด็กไทย พัฒนาสู้เยาวชนชาติในยุโรปไม่ได้ คือเรื่องของความพร้อมต่างๆ อุปกรณ์เครื่องมือในการพัฒนาผู้เล่น ตลอดจนคุณภาพของสนามซ้อม หรือแม้กระทั่งวิธีการสอนของโค้ชเยาวชน” ออเกนธาเลอร์ กล่าวถึงเหตุผลที่ทำให้ เด็กไทยไม่สามารถพัฒนา ก้าวขึ้นเป็นยอดนักเตะแบบที่ควรจะเป็น

 3

“และโอกาสของเด็กไทย ในการเข้าสู่การพัฒนาสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพก็ถือเป็นอีกเรื่องสำคัญ อคาเดมีฟุตบอลของเยาวชนในประเทศไทยยังมีน้อย ทำให้เด็กต้องแข่งขันกันมาก เพราะโอกาสมีอย่างจำกัด พร้อมกับทำให้เด็กที่เข้าสู่วงการฟุตบอลไทยก็มีจำนวนน้อยตามไปด้วย”

“อย่างที่ผมพูดแหละว่า เด็กไทยมีศักยภาพมาก เพราะจากที่ผมเห็น หลายคนมีทักษะที่ยอดเยี่ยม รูปร่างสูงใหญ่ และสามารถเล่นเป็นทีมได้เอง โดยที่โค้ชไม่ต้องสั่งด้วยซ้ำ หากได้รับการฝึกฝนที่ดี ผมเชื่อว่าพวกเขาพัฒนาฝีเท้าของตัวเองขึ้นได้อีก”

ประตูสู่โอกาส

สิ่งที่ เคลาส์ ออเกนธาเลอร์ เอ่ยไปข้างต้น ถือเป็นการย้ำถึงความสำคัญในเรื่องของ “โอกาส” เพราะหากสามารถเข้าถึงโอกาส ก็สามารถเข้าถึงการพัฒนาทักษะ, ทัศนคติ และสิ่งอื่นๆ เพื่อให้พร้อมสำหรับการเป็นนักฟุตบอลอาชีพได้

 4

อลิอันซ์ อยุธยา เองก็ถือเป็นหน่วยงานที่เล็งเห็นในความสำคัญของการพัฒนานักเตะเยาวชน พวกเขาจึงได้ร่วมมือกับทาง บาเยิร์น มิวนิค และอีกหลายพันธมิตร ในการจัดโครงการ เอฟซี บาเยิร์น ยูธ คัพ ขึ้นในประเทศไทย

เมื่อพูดถึงโครงการนี้ หลายคนมักจะคิดถึงการคัดเลือกแข้งรุ่นเยาว์ฝีเท้าดีจากหลายประเทศทั่วทุกมุมโลก เป็นตัวแทนของประเทศในการแข่งขันฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ หาแชมป์ในรายการ เอฟซี บาเยิร์น ยูธ คัพ เวิลด์ ไฟนอล (FC Bayern Youth Cup World Final) ที่ประเทศเยอรมัน ซึ่งเด็กไทยประสบความสำเร็จ เคยไปคว้าแชมป์มาแล้วถึง 2 ครั้ง

ทว่าในความคิดของ เคลาส์ ออเกนธาเลอร์ ตำนานวงการฟุตบอลเยอรมัน มองว่าชัยชนะในการแข่งขันครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องที่ควรจะใส่ใจเป็นอันดับแรก เพราะเป้าหมายที่แท้จริงซึ่ง บาเยิร์น มิวนิค รวมถึงพันธมิตรสำคัญอย่าง อลิอันซ์ อยุธยา จัดโครงการนี้ ไม่ใช่เรื่องของการค้นหาว่า เยาวชนของประเทศใดมีวิชาลูกหนังที่เก่งที่สุดแต่อย่างใด

 5

“สิ่งสำคัญที่สุดของการจัดโครงการ เอฟซี บาเยิร์น ยูธ คัพ คือการพัฒนานักเตะเยาวชน ให้นักเตะจากต่างประเทศ มีโอกาสได้เรียนรู้จากฝึกสอนจากสโมสรบาเยิร์น มิวนิค”

“หัวใจสำคัญของการพัฒนาเยาวชน คือต้องทำให้เด็กได้เรียนรู้ทักษะและประสบการณ์ให้มากที่สุด ให้พวกเขาสนุกกับการเล่นฟุตบอลตามวัย นี่เป็นเรื่องสำคัญมาก”

“ส่วนเรื่องผลการแข่งขัน การเป็นแชมป์ในวัยเด็ก หรือการพ่ายแพ้ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องให้ความสำคัญมากนัก กับการพัฒนานักเตะที่อายุเพียงแค่ 14-15 ปี”

“แต่แน่นอน ผมคิดว่าเด็กไทยมีโอกาสที่จะป้องกันแชมป์ได้อีกครั้ง”

 6

เคลาส์ ออเกนธาเลอร์ กล่าวต่อว่า จุดประสงค์ที่โครงการ “เอฟซี บาเยิร์น ยูธ คัพ” เกิดขึ้นในประเทศไทยตลอดหลายปีที่ผ่านมานั้น เป็นความตั้งใจของ บาเยิร์น มิวนิค รวมถึงพันธมิตรอย่าง อลิอันซ์ อยุธยา เพื่อช่วยเหลือในการพัฒนาเยาวชนไทย ให้มีโอกาสได้รับการฝึกสอนและเรียนรู้วิชาฟุตบอลตามมาตรฐานสากล

ซึ่งที่ผ่านมา ผลผลิตจากโครงการนี้หลายคน ก็ได้เติบโตสู่การเป็นนักเตะอาชีพของสโมสรในไทยลีก ตลอดจนก้าวขึ้นติดทีมชาติไทยในชุดเยาวชนแล้ว ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ เอกนิษฐ์ ปัญญา ที่ปัจจุบันเป็นกำลังสำคัญของทั้ง เชียงใหม่ เอฟซี และติดทีมชาติไทยชุด U-23 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“ผมดีใจที่มีโครงการนี้เกิดขึ้น เพราะเป็นการร่วมมือกันที่ดีระหว่างวงการฟุตบอลสองประเทศ ไทยและเยอรมัน ซึ่งลำพังเพียงแค่บาเยิร์น โครงการนี้อาจไม่สามารถเกิดขึ้นได้ การสนับสนุนจากพันธมิตรของเขา อย่าง อลิอันซ์ อยุธยา จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก”

“เหตุผลที่เราต้องมาจัดโครงการนี้ที่ประเทศไทย ก็เพื่อช่วยพัฒนาเยาวชนไทย ให้ได้รับการฝึกฝนที่ดี ตามแบบฉบับเยอรมัน เพื่อที่จะยกระดับศักยภาพของเด็กไทยไปอีกขั้น ให้พวกเขาได้เปิดประสบการณ์ กับการเล่นฟุตบอลรูปแบบใหม่”

“เพราะถ้าเยาวชนไม่ได้รับการฝึกฝนที่ดี พวกเขาจะไม่มีทางเป็นสุดยอดนักเตะได้เลย เนื่องจากเด็กเหล่านี้จะไม่สามารถดึงศักยภาพที่ตัวเองมี ออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่”

 7

“ผมเห็นศักยภาพของเด็กที่มาคัดตัวในโครงการนี้ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผมคิดว่าเด็กไทยมีพัฒนาการที่ดีขึ้น ภาพรวมของวงการฟุตบอลไทยก็กำลังพัฒนา ผมเชื่อว่าในอนาคตนักเตะไทยจะสามารถยกระดับตัวเองได้สูงกว่ามาตรฐานที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน”

“ผมหวังว่าในอนาคต ซัก 5-10 ปีข้างหน้า จะได้เห็นนักเตะไทยไปเล่นที่เยอรมัน เพราะนี่คือเรื่องที่เป็นไปได้อย่างแน่นอน” ออเกนธาเลอร์ทิ้งท้ายกับ Main Stand