ปอนด์ต่อปอนด์! ลิเวอร์พูล ชุดลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก 2018/19 vs 2013/14

ปอนด์ต่อปอนด์! ลิเวอร์พูล ชุดลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก 2018/19 vs 2013/14
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

โค้งสุดท้ายของ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2018/19 กำลังจะสิ้นสุดลงและ ​ลิเวอร์พูล ยังคงได้ลุ้นที่จะสร้างประวัติศาสตร์คว้าตำแหน่งแชมป์ พรีเมียร์ลีก เป็นครั้งแรก ใกล้เคียงที่สุดนับตั้งแต่ที่พวกเขาเคยเบียดลุ้นบัลลังก์แชมป์ในซีซัน 2013/14

เราพาผู้อ่านย้อนอดีตไปเปรียบเทียบแข้ง หงส์แดง ตำแหน่งต่อตำแหน่ง เทียบกันปอนด์ต่อปอนด์ว่าใครกันที่ดีกว่าใคร

ผู้รักษาประตู : อลิสซอน เบ็คเกอร์ vs ซิมง มินโญเลต์

FBL-EUR-C1-LIVERPOOL-TRAININGPAUL ELLIS/GettyImages

ซิมง มินโญเลต์ ผู้ได้ลงเล่นให้กับ หงส์แดง ทั้งหมด 38 เกมในศึก พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาล 2013/14 ยังคงอยู่ในถิ่น แอนฟิลด์ ทว่านายทวารชาว เบลเยียม ไม่ได้เป็นตัวหลักให้กับ เร้ดแมชีน อีกแล้วในซีซันนี้ โดย มินนี ย้ายจาก ซันเดอร์แลนด์ มาเฝ้าเสาให้กับ เดอะเร้ดส์ เป็นฤดูกาลแรกด้วยมูลค่า 9 ล้านปอนด์และเสียประตูในลีกไปทั้งหมด 50 ลูก เก็บได้ 9 คลีนชีท

ขณะที่ อลิสซอน เบ็คเกอร์ ย้ายจาก โรมา มาร่วมทัพ ลิเวอร์พูล เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมาพร้อมทั้งขึ้นแท่นกลายเป็นผู้รักษาประตูค่าตัวแพงที่สุดในโลกที่ 66.8 ล้านปอนด์อยู่ไม่กี่วันก่อนจะถูกทำลายลงด้วยดีล เกปา อาร์ริซาบาลากา กับ เชลซี และกลายเป็นนายทวารเบอร์หนึ่งของ หงส์แดง โดยเสียประตูในลีกไปเพียง 20 ประตูจาการลงเล่น 35 เกมจนถึงเวลานี้ เก็บได้ทั้งหมด 18 คลีนชีท รวมทั้งยังขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในมือกาวเบอร์ต้นๆ ของโลกในปัจจุบัน

แบ็คขวา : เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ vs เกล็น จอห์นสัน

Image by Tomorn

หงส์แดง ใช้บริการแบ็คขวาชาว อังกฤษ ทั้งในทีมชุด 2018/19 และ 2013/14 เพิ่มเติมขึ้นมาคือการเติมเกมรุกที่ดุดันมากกว่าของเจ้าหนู เทรนท์ ที่เหนือกว่า จอห์นสัน หลายขุม นอกจากนี้เขายังสามารถทำแอสซิสต์ใน พรีเมียร์ลีก ได้ไปแล้ว 7 ครั้งด้วยกันจนถึงเวลานี้ ขณะที่ จอห์นสัน ไม่ได้มีช่วงเวลาที่น่าจดจำมากนักตลอดระยะเวลา 6 ปีในถิ่น แอนฟิลด์ 

ทั้งนี้ เกล็น จอห์นสัน ย้ายจาก ลิเวอร์พูล ไปร่วมทัพ สโต๊ค ซิตี้ หลังถูกปล่อยตัวฟรีออกจากสโมสร ก่อนที่จะถูกเดอะ พ็อตเตอร์ส ปล่อยตัวออกจากทีมเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมาหลังพวกเขาร่วงไปอยู่ในศึก แชมเปี้ยนชิพ และเพิ่งประกาศแขวนสตั๊ดเมื่อเดือนมกราคม 2019

เซ็นเตอร์แบ็ค : เวอร์จิล ฟาน ไดค์ vs แดเนียล แอ็กเกอร์

Image by Tomorn

ฟาน ไดค์ สถาปนาตัวเองกลายเป็นคีย์แมนของทีมและเป็นหนึ่งในเซ็นเตอร์แบ็คชั้นนำของ พรีเมียร์ลีก หลังย้ายจาก เซาแธมป์ตัน มาร่วมทัพ หงส์แดง เมื่อมกราคม 2018 ที่มูลค่า 75 ล้านปอนด์

ขณะที่ แอ็กเกอร์ ใช้เวลาในฤดูกาล 2013/14 เป็นซีซันสุดท้ายของเขาในถิ่น แอนฟิลด์ และถูกแต่งตั้งให้รับตำแหน่งรองกัปตันทีมในปีดังกล่าวหลังจากการแขวนสตั๊ดของ เจมี คาร์ราเกอร์ ก่อนจะย้ายกลับ บรอนด์บี้ ด้วยมูลค่า 3 ล้านปอนด์เมื่อสิ้นสุดฤดูกาลและแขวนสตั๊ดกับต้นสังกัดใน เดนมาร์ก เมื่อปี 2016 ด้วยวัย 31 ปี

เซ็นเตอร์แบ็ค : โจเอล มาติป vs มาร์ติน สเคอร์เทล

Image by Tomorn

โคโล ตูเร, มามาดู ซาโก้ และ มาร์ติน สเคอร์เทล รวมไปถึง แดเนียล แอ็กเกอร์ คือ 4 เซ็นเตอร์แบ็คของ หงส์แดง ที่หมุนเวียนกันลงสนามภายใต้การคุมทีมของ ร็อดเจอร์ส เมื่อปี 2014 ซึ่งแม้พวกเขาจะทำผลงานโดยรวมได้ไม่น่าประทับใจเท่าไหร่นักกับสถิติเสียประตูทั้งหมด 50 ลูกในลีกแต่ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่า สเคอร์เทล มีซีซันส่วนตัวที่ไม่แย่นัก

ปราการหลังชาว สโลวาเกีย ลงเล่นให้กับ เร้ดแมชีน 36 นัด ทำได้ 7 ประตูในลีก หนึ่งในนั้นเป็นการโหม่งพังประตูใส่ อาร์เซนอล ในเกมที่พวกเขาเอาชนะ ไอ้ปืนใหญ่ 5-1 ที่ แอนฟิลด์ ขณะที่ โจเมล มาติป ก็มีฤดูกาล 2018/19 ที่น่าพอใจในระดับหนึ่งเมื่อกลายเป็นเซ็นเตอร์แบ็คตัวหลักของ หงส์แดง ในขณะที่ โจ โกเมซ รวมทั้ง เดยัน ลอฟเรน ต้องร้างสนามจากอาการบาดเจ็บ

แบ็คซ้าย : แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน vs จอน ฟลานาแกน

Image by Tomorn

หงส์แดง ใช้ผู้เล่นในตำแหน่งแบ็คซ้ายหลายรายในซีซัน 2014 ซึ่งได้แก่ โชเซ เอ็นริเก้, อาลี ซิสโซโก้ รวมไปถึง จอน ฟลานาแกน ที่ได้ลงเล่นในตำแหน่งแบ็คขวาด้วยเช่นกัน โดย 5 ปีก่อน ฟลานาแกน ได้รับการคาดหมายว่าจะกลายเป็นหนึ่งในแข้งชั้นนำแต่ท้ายที่สุดก็ไปไม่ถึงฝั่งฝันก่อนที่จะถูก สตีเวน เจอร์ราร์ด ดึงตัวไปร่วมทัพ เรนเจอร์ส เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา

ขณะที่ โรเบิร์ตสัน ได้สถาปนาตนเองกลายเป็นแข้งตัวหลักในถิ่น แอนฟิลด์ นับตั้งแต่ย้ายจาก ฮัลล์ เมื่อปี 2017 และเจ้าตัวยังได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในแบ็คซ้ายชั้นนำของโลกอีกด้วยในเวลานี้

กองกลาง : จอร์แดน เฮนเดอร์สัน va จอร์แดน เฮนเดอร์สัน

Image by Tomorn

กัปตัน เฮนโด้ เป็นนักเตะเพียงรายเดียวจากเมื่อ 5 ปีก่อนที่ยังหลงเหลือเป็นตัวหลักอยู่ในทีม ลิเวอร์พูล ชุดปัจจุบัน เจ้าตัวในปี 2014 ดูจะโดดเด่นมากกว่าฤดูกาล 2018/19 ก่อนที่ เยอร์เก้น คล็อปป์ จะดันเขาขึ้นไปเล่นในตำแหน่งที่สูงกว่าเดิมในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลและวูบวาบในบทบาทตัวรุก มีส่วนร่วมกับการทำประตูรวมทั้งสร้างสรรค์โอกาสให้กับเพื่อนร่วมทีมมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

กองกลาง : ฟาบินโญ vs สตีเวน เจอร์ราร์ดImage by Tomorn

เจอร์ราร์ด ก่อนหน้าที่เขาจะมีช็อตลื่นล้มอันลือลั่นในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลได้ทำผลงานอย่างน่าประทับใจเมื่อพิจารณาจากการที่เขาอยู่ในช่วงปลายของเส้นทางการค้าแข้ง

ตำนานกัปตัน หงส์แดง ซัลโวให้กับทีม 12 ประตูจากบทบาทถอยลงไปยืนเป็นมิดฟิลด์ตัวต่ำคอยบัญชาเกมอยู่หน้าแนวรับ รวมทั้งยังยังทำแอสซิสต์เตะเลข 2 หลักให้กับทีมของ ร็อดเจอร์ส อีกด้วยเช่นกันจนเป็นหนึ่งในลิสต์แข้งที่จะคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของ พีเอฟเอ ขณะที่ ฟาบินโญ​ ออกสตาร์ซีซันแรกในถิ่นแอนฟิลด์ ที่ดูจะติดขัดอยู่บ้างก่อนเขาจะกลายเป็นหนึ่งในลูกทีมของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ที่ได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอหลังผ่านช่วงปรับตัว

 กองกลาง : จินี ไวนัลดุม vs ฟิลิปเป้ คูตินโญ

Image by Tomorn

ไวนัลดุม มีช่วงแรกของฤดูกาล 2018/19 ที่ได้ลงสนามอย่างต่อเนื่องก่อนจะกลายเป็นนักเตะที่คอยหมุนเวียนในทีมของ คล็อปป์ ในเวลาต่อมา

มิดฟิลด์ชาวดัตช์ กลายเป็นมิดฟิลด์สารพัดประโยชน์ในแผงกลางของ หงส์แดง หลังจากโดดเด่นกับตำแหน่งตัวรุกในช่วงก่อนหน้านี้ ขณะที่ฤดูกาลแรกแบบเต็มของ คูตินโญ ในวัย 22 ปีก็นับว่าเป็นอีกแข้งหลักในแผงรุกของ ร็อดเจอร์ส รวมทั้งยังได้ลงเล่นภายใต้การคุมทีมของ คล็อปป์ ในเวลาต่อมา ก่อนจะตัดสินใจย้ายออกจากทีมไปแสวงหาเส้นทางที่แตกต่างกับ บาร์เซโลนา เมื่อซัมเมอร์ 2017 ด้วยมูลค่าราว 105 ล้านปอนด์

กองหน้า : โมฮาเหม็ด ซาลาห์ vs ราฮีม สเตอร์ลิงImage by Tomorn

สเตอร์ลิง ในวัย 19 ปีเมื่อฤดูกาล 2013/14 นับเป็นหนึ่งในดาวรุ่งพุ่งแรงสุดๆ ภายใต้การพัฒนาของทีมเยาวชน หงส์แดง หลังย้ายมาจากอคาเดมีของ ควีนส์พาร์ค เรนเจอร์ส 3 ปีก่อนหน้าเท่านั้น โดย หนูลิ่ง ในวัยทีนเอจซัลโวให้กับทีมไปทั้งหมด 9 ประตูจากการลงเล่น 33 นัดในลีก

ขณะที่ ซาลาห์ ได้รับเสียงวิจารณ์ค่อนขอดว่าไม่สามารถรักษาฟอร์มที่ยอดเยี่ยมจากซีซันก่อนได้ แต่ถึงอย่างนั้น สตาร์จาก อียิปต์ ก็ซัดประตูให้กับทีมไปแล้วถึง 19 ลูก และยังคงเป็นหนึ่งในตัวรุกที่ หงส์แดง ไม่สามารถขาดได้

 กองหน้า : ซาดิโอ มาเน vs แดเนียล สเตอร์ริดจ์Image by Tomorn

ซีซัน 2013/14 ของ สเตอร์ริดจ์ แตกต่างจากฤดูกาลนี้ของเขาอย่างสิ้นเชิง โดยหัวหอกชาว อังกฤษ ซัดให้กับทีมในลีกไปถึง 20 ประตู นับเป็นฤดูกาลที่ดีที่สุดของเขาจนถึงเวลานี้ ก่อนจะกลายเป็นกองหน้าอะไหล่ของทีมและอนาคตของเจ้าตัวในถิ่น แอนฟิลด์ มีวี่แวว่าจะสิ้นสุดลงในเร็ววัน

ขณะที่ ซาดิโอ มาเน ปีนี้กลายเป็นซีซันที่ดาวเตะทีมชาติ เซเนกัล ทำผลงานในลีกได้ยอดเยี่ยมที่สุดนับตั้งแต่ที่เขาก้าวขึ้นมาเล่นฟุตบอลอาชีพ มาเน ยังเป็นแข้งที่ก้าวขึ้นมารับภาระพังประตูให้กับทีมได้อย่างต่อเนื่องยามที่ ซาลาห์ มีช่วงช็อตไปอยู่บ้างในช่วงต้นของฤดูกาล

กองหน้า : โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน vs หลุยส์ ซัวเรซ Image by Tomorn

กองหน้าตัวหลักของทีมต่างยุค ต่างสมัย และต่างบทบาทจนยากที่จะนำมาเปรียบเทียบซึ่งกันและกันได้

ซัวเรซ ในยุคของ ร็อดเจอร์ส ทำหน้าที่ตัวเป้าคอยจบสกอร์ให้กับ หงส์แดง กลายเป็นเครื่องจักรล่าประตูกับสถิติ 31 ประตูจาก 33 เกมลีกที่ลงเล่น ก่อนจะย้ายไปร่วมทัพ บาร์เซโลนา ด้วยมูลค่าราว 65 ล้านปอนด์ในซัมเมอร์หลังจบซีซัน ขณะที่ ฟีร์มิโน รับบทบาทเป็นฟอลส์ไนน์ในทีมของ คล็อปป์ คอยเชื่อมเกมและเคลื่อนที่อิสระในแนวรุกประสานงานเพื่อเปิดช่องว่างคู่ต่อสู้ แต่ถึงอย่างนั้นจนถึงตอนนี้เจ้าตัวก็ซัดให้กับทีมใน พรีเมียร์ลีก ไปแล้ว 12 ประตูจาก 32 เกมที่ลงเล่น

ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!