พรีวิว, ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs บาร์เซโลน่า

พรีวิว, ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs บาร์เซโลน่า
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

การแข่งขันยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2018/19 รอบ 8 ทีมสุดท้าย
คืนวันพุธที่ 10 เมษายน 2562 เวลา 02:00 น. ตามเวลาประเทศไทย

​แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ บาร์เซโลน่า

สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด ถ่ายทอดสด GOAL

ความพร้อมทั้ง 2 ทีม

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

  • ปีศาจแดง แมนยู จะได้ ปอล ป็อกบา กลับมาจากการติดโทษแบนพร้อมกับบรรดานักเตะที่ได้รับบาดเจ็บจนไม่ได้ลงเล่นในเกมกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในรอบก่อนหน้าไม่ว่าจะเป็น ฆวน มาต้า, เจสซี่ ลินการ์ด, อองโตนี่ มาร์กซิยาล และ ฟิล โจนส์

  • อย่างไรก็ตาม อเล็กซิส ซานเชซ,​ เอริค ไบยี่, อันโตนิโอ วาเลนเซีย และ มัตเตโอ ดาร์เมี่ยน จะหมดสิทธิ์ลงสนามเนื่องจากได้รับบาดเจ็บ ส่วน เนมานย่า มาติช กับ อันเดร์ เอร์เรร่า เพิ่งจะกลับมาลงซ้อมได้เมื่อวันพุธที่ผ่านมาและโอกาสลงเล่นยังคง 50/50

  • แต่ มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่เพิ่งอดช่วยทีมจากการบาดเจ็บที่ข้อเท้าในเกมล่าสุดกลับมาลงซ้อมอย่างเต็มรูปแบบได้แล้วและคาดว่าจะได้ออกสตาร์ทในเกมนี้

  • ทั้งนี้ เร้ดเดวิลส์ มี แอชลีย์ ยัง, ลุค ชอว์, เอร์เรร่า, มาติช และ วาเลนเซีย ที่ถูกคาดโทษจากใบเหลืองอยู่

คาดการณ์ 11 ตัวจริง : 4-2-3-1

  • ผู้รักษาประตู : เด เคอา
  • กองหลัง : ยัง, สมอลลิ่ง, ลินเดเลิฟ, ชอว์
  • กองกลาง : แม็คโทมิเนย์, ป็อกบา, ดาโลต์, ลินการ์ด, แรชฟอร์ด
  • กองหน้า : ลูกากู

บาร์เซโลนา

  • รายงานล่าสุดระบุว่า อุสมาน เดมเบเล่ ฟิตพอที่จะมีชื่ออยู่บนม้านั่งสำรองในเกมนี้ ขณะที่ อาร์ตูโร่ วิดัล ไม่ได้ลงสนามในเกมที่พวกเขาเอาชนะ แอตเลติโก มาดริด 2-0 และฟิตเต็มร้อยที่จะลงเล่นแต่ยังต้องเบียดแย่งตำแหน่งตัวจริงกับ อาร์ตูร์

  • ส่วน ราฟินญ่า ยังคงไม่หายจากอาการบาดเจ็บ ขณะที่ เนลสัน เซเมโด้ ถูกคาดโทษใบเหลืองอีกหนึ่งใบซึ่งจะเบียดแย่งตำแหน่งแบ็คขวากับ เซร์จี้ โรแบร์โต้ และ ซามูเอล อุมติตี้ ยังคงมีสภาพ 50/50 หลังเพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บโดย เคลม็องต์ ล็องเล่ต์ มีสิทธิ์ออกสตาร์ทแทนที่

คาดการณ์ 11 ตัวจริง : 4-3-3

  • ผู้รักษาประตู : แทร์ สเตเก้น
  • กองหลัง : โรแบร์โต้, ปีเก้, ล็องเล่ต์, อัลบา
  • กองกลาง : ราคิติช, บุสเก็ตส์, วิดัล
  • กองหน้า : เมสซี่, ซัวเรส, คูตินโญ่


ผลงาน 5 นัดหลังสุด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
(ชนะ 2 เสมอ 0 แพ้ 3)

  • 3 เมษายน พรีเมียร์ลีก วูล์ฟส์ 2-1 แมนฯ ยูไนเต็ด
  • 30 มีนาคม พรีเมียร์ลีก แมนฯ ยูไนเต็ด 2-1 วัตฟอร์ด
  • 17 มีนาคม เอเอฟ คัพ วูล์ฟส์ 2-1 แมนฯ ยูไนเต็ด
  • 10 มีนาคม พรีเมียร์ลีก อาร์เซนอล 2-0 แมนฯ ยูไนเต็ด
  • 7 มีนาคม แชมเปี้ยนส์ลีก เปแอสเช 1-3 แมนฯ ยูไนเต็ด

บาร์เซโลน่า
(ชนะ 4 เสมอ 1 แพ้ 0)

  • 7 เมษายน ลา ลีกา บาร์เซโลนา 2-0 แอต. มาดริด
  • 3 เมษายน ลา ลีกา บียาร์เรอัล 4-4 บาร์เซโลน่า
  • 30 มีนาคม ลา ลีกา บาร์เซโลนา 2-0 เอสปันญ่อล
  • 18 มีนาคม ลา ลีกา เบติส 1-4 บาร์เซโลนา
  • 14 มีนาคม แชมเปี้ยนส์ลีก บาร์เซโลนา 5-1 ลียง

เฮดทูเฮด
(แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2 เสมอ 0 บาร์เซโลน่า ชนะ 3)

  • 27 กรกฎาคม 2017 ไอซีซี บาร์เซโลน่า 1-0 แมนฯ ยูไนเต็ด
  • 26 กรกฎาคม 2015 ไอซีซี บาร์เซโลน่า 1-3 แมนฯ ยูไนเต็ด
  • 9 สิงหาคม 2012 กระชับมิตร บาร์เซโลน่า 1-0 (0-0) แมนฯ ยูไนเต็ด
  • 31 กรกฎาคม 2011 ไอซีซี บาร์เซโลน่า 1-2 แมนฯ ยูไนเต็ด
  • 29 พฤษภาคม 2011 แชมเปี้ยนส์ลีก บาร์เซโลน่า 3-1 แมนฯ ยูไนเต็ด


สถิติจาก Opta ที่น่าสนใจ

  1. เกมนี้นับเป็นการดวลกับระหว่างทั้งสองทีมในแมตช์การแข่งขันอย่างเป็นทางการครั้งแรกนับตั้งแต่นัดชิงชนะเลิศศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อปี 2011 ที่ บาร์ซ่า เอาชนะไปได้ 3-1 ที่ เวมบลีย์

  2. ​แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่เคยปราชัยในเกมเหย้าศึกยุโรปต่อบาร์ซ่า (ชนะ 2 เสมอ 2 แพ้ 0) ซึ่งการพบกันที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ครั้งนี้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ศึก UCL รอบเซมิไฟนอล เลกที่ 2 ฤดูกาล 2007/08 ที่ เร้ดเดวิลส์ เอาชนะไปได้ 1-0

  3. นับเป็นเกมรอบ 8 ทีมสุดท้ายในแชมเปี้ยนส์ลีก ครั้งที่ 17 ของบาร์เซโลน่า เป็นการผ่านเข้ารอบนี้เทียบเท่ากับ บาเยิร์น มิวนิค และยังเป็นการเข้ามาเล่นในรอบนี้ได้เป็นฤดูกาลที่ 12 ติดต่อกันอีกด้วย

  4. ปีศาจแดง มีสถิติเก็บชัยในรอบน็อคเอาท์รายนี้เพียง 2 นัดจาก 11 เกมหลังสุด (ชนะ 2 เสมอ 3 แพ้ 6)​ และครั้งสุดท้ายที่พวกเขาผ่านเข้ามาเล่นในรอบ 8 ทีมสุดท้ายคือฤดูกาล 2013/14 ภายใต้การคุมทีมของ เดวิด มอยส์ ซึ่งพวกเขาก็ไม่สามารถเอาชนะ บาเยิร์น มิวนิค ได้ทั้งสองเลก

  5. บาร์เซโลน่า มีสถิติผ่านเข้ารอบต่อไปในศึกแชมเปี้ยนส์ลีก มากกว่า หากพวกเขาเป็นฝ่ายเล่นนอกบ้านก่อนในเลกแรกที่ 79% (23 ครั้งจากทั้งหมด 29 ครั้ง) ในทางกลับกัน พวกเขามีสัดส่วนผ่านเข้ารอบต่อไปเพียง 33% เท่านั้นหากเป็นฝ่ายเล่นในบ้านก่อน (4 จาก 12 เกม)​

  6. นับตั้งแต่ที่เชลซีเขี่ยบาร์เซโลน่าตกรอบในศึกยูซีแอล ฤดูกาล 2011/12 สโมสรจากอังกฤษ ก็ถูกทีมจากสเปน ทำอกหัก 10 ครั้งจากทั้งหมด 11 ครั้งหลังสุด โดย 1 ครั้งที่ทีมแดนผู้ดีลบล้างคำสาปดังกล่าวลงได้ก็คือคราวที่ เลสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ เซบีย่า ในรอบ 16 ทีม ฤดูกาล 2016/17

  7. โรเมลู ลูกากู แปรเปลี่ยนโอกาสยิงเข้ากรอบ 2 ครั้งเป็นประตูทั้งหมดในเกมที่ ปีศาจแดง เอาชนะ เปแอสเช 3-1 ในรอบ 16 ทีมแม้ว่าเจ้าตัวจะเท้าบอดมาใน 8 ครั้งก่อนหน้าที่ยิงเข้ากรอบในศึกแชมเปี้ยนส์ลีก

  8. ลิโอเนล เมสซี่ ยิงประตูในถ้วยยุโรป 22 ประตูจากการลงเล่น 30 นัดเมื่อดวลกับทีมจากอังกฤษ นับว่ามากที่สุดในรายการนี้ อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวไม่สามารถมีชื่อบนสกอร์บอร์ดในการลงเล่นแชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย 11 นัดหลังสุดนับตั้งแต่ที่เจ้าตัวซัดใส่เปแอสเชได้ในเดือนเมษายน 2013 โดยคิดเป็นการสับไกทั้งหมด 49 ครั้งในการแข่งขันรอบนี้

  9. เร้ดเดวิลส์ ปราชัยในเกมเหย้าแชมเปี้ยนส์ลีก 2 นัดหลังสุดในฤดูกาลนี้โดยพ่ายแพ้ต่อ ยูเวนตุส และ เปแอสเช และการพ่ายแพ้เกมยุโรปคาบ้าน 3 นัดในฤดกาลเดียวกันครั้งสุดท้ายเมื่อฤดูกาล 1996/97 โดยที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา มีส่วนร่วมกับทั้ง 3 เกมดังกล่าวเมื่อครั้งยังค้าแข้งอยู่กับทีม