ทีมฟุตบอลหญิง ร.ร. คามิมุระ ที่คว้าแชมป์ด้วยการใช้ผู้เล่นแค่ 8 คนทั้งทัวร์นาเม้นต์

ทีมฟุตบอลหญิง ร.ร. คามิมุระ ที่คว้าแชมป์ด้วยการใช้ผู้เล่นแค่ 8 คนทั้งทัวร์นาเม้นต์
Main Stand

สนับสนุนเนื้อหา

หากคุณคือคอฟุตบอลคุณคงเข้าใจดีว่าสถานการณ์ที่ทีมรักของคุณมีนักเตะโดนใบแดงไล่ออกจากสนาม มันช่างเป็นสถานการณ์ที่ชวนเสียวไส้ การเล่นเล่น 10 vs 11 คน คือเรื่องที่ไม่ว่าทีมไหนก็ไม่อยากเจอ แม้ทีมจะเป็นต่อแค่ไหนแต่การเล่นด้วยคนที่น้อยกว่าย่อมส่งผลต่อฟอร์มในสนามได้อย่างง่ายๆ จากที่ปิดประตูแพ้และจ้องจะถล่มอาจจะกลับกลายมาลิ้มรสความพ่ายแพ้เสียเอง

ทีมฟุตบอลหญิงในประเทศญี่ปุ่นที่ใช้ผู้เล่นแค่ 8 คนเท่านั้นในการแข่งขันชิงแชมป์ระดับจังหวัด คุณคาดหวังจะเห็นอะไรจากเกม 8 ต่อ 11 ? คิดว่าโรงเรียนมัธยมแห่งนี้จะโดนถล่มเละจนเป็นโจ๊กแน่หรือเปล่า?  

ลืมไปเสียเถอะนี่เรื่องราวของกลุ่มสตรีแกร่งแห่งเมืองอิงะ จังหวัดมิเอะ ที่ทำในสิ่งที่โลกต้องยกย่อง

ท้าทายตั้งแต่สร้างโรงเรียน
ช่วงหลายปีหลังมานี้ ญี่ปุ่น คือประเทศที่นักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปเยือนมากที่สุดประเทศหนึ่ง เรื่องของ ขนบ,ธรรมเนียม,และความเป็นอยู่ที่มีเอกลักษณ์ทำให้เหล่านักท่องเที่ยวต่างหลงใหล จนทำให้หลายคนกลายเป็นผู้เสพติดและคลั่งไคล้ทุกสิ่งที่เป็นญี่ปุ่นไป

อย่างไรก็ตามทุกประเทศล้วนมีบริบทของตัวเองที่ส่งผลถึงชีวิตและความเป็นอยู่ของประชากร  แม้ว่าญี่ปุ่นจะมีคุณภาพชีวิตที่ดี แต่พวกเขากลับมีเรื่องให้ต้องคิดมากเสมอ โดยเฉพาะเรื่องของการมีลูกที่จะส่งผลหลายอย่างและทำให้ชีวิตเปลี่ยนไป เพราะพวกเขามีค่าครองชีพที่สูง และความเครียดในการทำงาน จึงทำให้คนยุคใหม่คิดหนักสำหรับการสร้างครอบครัว ส่งผลต่อเนื่องจนปัญหาการเกิดคือเรื่องใหญ่ที่รัฐบาลญี่ปุ่นต้องตื่นตัวและเร่งแก้ไข

อัตราการเกิดของประชากรเด็กในญี่ปุ่นลดต่ำลง 1.7 แสนคนเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ทำให้ปัจจุบันประชากรเด็กในประเทศเหลือเพียง 15.53 ล้านคน ถือเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดในรอบ 68 ปี (นับตั้งแต่มีการเก็บสถิติมาตั้งแต่ปี 1950) … และในภาวะเช่นนี้บอกเป็นทางอ้อมว่าการก่อตั้งโรงเรียนในภาคเอกชนคือสิ่งที่ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะเมื่อกลุ่มเป้าหมายซึ่งก็คือเด็กๆที่น้อยลงตามอัตราการเกิดจะส่งผลให้การประกอบกิจการและหาผู้เข้ามาเรียนยากขึ้นไปอีกไม่น้อย

000_1bw5hd
อย่างไรก็ตามมีคนบางกลุ่มที่คิดแหวกและแปลกออกไป พวกเขาคิดว่านี่คือโอกาสและความท้าทายที่จะสร้างโรงเรียนขึ้นมา 1 แห่ง เพื่อต่อสู้กับภาวะที่ทั้งประเทศต้องเผชิญ นั่นคือโรงเรียน คามิมุระ กาคุเอ็น สาขา 2 ที่เมือง อิงะ ในจังหวัด มิเอะ ในปี 2017

ในช่วงแรกปัญหาที่เจอตรงกับสิ่งที่คาดไว้นั่นคือพวกเขาไม่สามารถดึงดูดนักเรียนให้เขามาเรียนได้มากพอ ดังนั้นพวกเขาจึงเอาความขึ้นชื่อของโรงเรียนสาขา 1 ที่จังหวัด คาโงชิมะ นั่นคือทีมฟุตบอลหญิง มาเป็นโมเดลในการพัฒนาโรงเรียนสาขา 2 ในเมือง อิงะ แห่งนี้ โดยแนวคิดดังกล่าวมาจาก เทรุฮิโกะ โยชินากะ ที่เป็นรองอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียน และแต่งตั้งตัวเองเป็นโค้ชทีมฟุตบอลหญิงด้วย

โรงเรียนสาขาที่คาโงชิมะนั้นขึ้นชื่อเรื่องกีฬาหลากหลายประเภททั้งในระดับจูเนียร์ไปจนถึงมัธยมปลาย จากหน้าเว็บไซต์ www.kamimura.ac.jp ที่เป็นเว็บหลักของโรงเรียนได้ระบุอย่างชัดเจนว่าพวกเขาเน้นเรื่องกิจกรรมมากเป็นพิเศษโดยเฉพาะเรื่องกีฬาที่มีทีมทุกระดับอายุ และส่งแข่งขันระดับประเทศมามากมายหลายรายการทั้งฟุตบอล,บาสเก็ตบอล,เบสบอล เพื่อให้นักเรียนสนุกกับการเรียนมากที่สุด

"ฉันสนุกกับการใช้ชีวิตในโรงเรียนมาก เรามีการศึกษาที่สร้างสภาพแวดล้อมให้เรียนรู้หลากหลาย ที่ คามิมูระ กาคุเอ็น เรามีกิจกรรมต่างๆทุกฤดูกาลเลยทีเดียว" สึบาสะ ยามาชิตะ หนึ่งในนักเรียนของโรงเรียนแห่งนี้ให้คำจำกัดความ

as20180525004878_comm
อย่างไรก็ตามในสาขา 2 ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมันคือช่วงเวลาของการตั้งไข่สร้างชื่อเสียง ดังนั้นการจะหานักเรียนหญิงที่สามารถเล่นฟุตบอลในระดับที่เล่นเป็นมารวมทีมจนครบคือเรื่องที่ยากยิ่ง อาจารย์ โยชินากะ จึงตัดสินใจทำโครงการนี้ให้เสี่ยงกับตัวเขาเองยิ่งขึ้นด้วยการขอความช่วยเหลือและย้ายนักเรียนหญิงระดับมัธยมปลายที่สามารถเล่นฟุตบอลได้มาช่วยเป็นเสาหลักให้กับทีม คามิมุระ อิงะ แห่งนี้ในปี 2018

โดยเบื้องต้นนั้นเขาช้อนเอาแข้งสาวฝีเท้าดีมาได้ทั้งหมด 6 คน นั่นคือจำนวนที่น่าประทับใจเพราะมันหมายความว่าทีมของเขาจะมีนักฟุตบอลที่เล่นบอลเป็นเกินครึ่งทีมแล้ว

แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือการที่อาจารย์โยชินากะ คือคนที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของเด็กสาวทั้ง 6 คนเป็นอย่างมาก เมื่อพวกเธอได้ฟังวิสัยทัศน์แล้วก็เกิดความคิดว่าควรจะลองดูสักตั้งและยอมที่จะย้ายข้ามจังหวัด ซึ่งไม่ใช่เรื่องเล่นๆเพราะ คาโงชิมะ กับ มิเอะ ห่างกันถึง 1000 กิโลเมตร ถึงแม้ว่าการคมนาคมทางรถไฟจะสะดวกแต่ก็ต้องใช้เวลาเดินทางถึง 11 ชั่วโมงโดยประมาณ … นี่คือการตัดสินใจครั้งสำคัญของเหล่าเด็กสาวที่ต้องออกมาไกลบ้านเกิดเมืองนอนขนาดนี้

แต่ปัญหาก็ยังไม่จบเมื่อท่านรองสามารถหาทรัพยากรในโรงเรียนสาขาสองเพิ่มได้อีกแค่ 2 คนได้แก่ ซากุระ จินไน และ มิฮาชิ ฮาชิกุระ ซึ่งเป็นคนท้องถิ่น 100% เท่ากับว่าทีมโรงเรียน คามิมุระ มีผู้เล่นทั้งหมดเพียง 8 คนเท่านั้น นี่คือปัญหาใหญ่ที่สุด มันเหมือนกับการก่อร้างสร้างโครงการจากฐานสู่ยอด และเมื่อถึงตอนเข้าด้ายเข้าเข็มต้องส่งชื่อไปยังฝ่ายจัดการแข่งขันกลับพบว่าทีมที่หมายมั่นปั้นมือจะสร้างชื่อเสียงให้โรงเรียนทีมนี้กลับเป็นทีมที่ไม่สมบูรณ์ … เขาต้องเสี่ยงกับความอับอาย หากไม่สามารถทำในสิ่งที่มีอิทธิพลระดับที่ทำให้แฟนบอลอ้าปากค้างด้วยความตื่นตะลึงได้ ซึ่งด้วยกำลังพลเพียง 8 คนมันคือเรื่องยากเสียยิ่งกว่ายากที่จะทำได้

dy9ivmhvyaaehos
หากเป็นหลายคนคงพับโครงการแล้วเลิกมันไปเสียดูจะเป็นอะไรที่ง่ายกว่า แต่สำหรับ คามิมุระ แห่งอิงะ เมื่อพวกเขานับ 1 แล้ว พวกเขาจะไม่ถอยหลัง การยอมย้ายข้ามจังหวัดของ 6 นักเรียนจาก คาโงชิมะ และ ความมุ่งมั่นของเด็กสาวท้องถิ่นจะต้องไม่ถูกทิ้งไว้ให้เป็นฝันค้างอย่างแน่นอน

สู้ด้วยใจหาใช่กำลังพล
ย้ำอีกครั้งว่า 8 คนเท่านั้นสำหรับการแข่งขันฟุตบอล 11 คน พวกเธอไม่มีตัวสำรองเลยแม้แต่คนเดียว ดังนั้นขอบเขตการเล่นและแท็คติกในระบบ 8 คน นั้นต้องมีความแตกต่างและเฉพาะตัวอย่างที่สุด และแท็คติกนี้หากจะทำออกมาให้ดีได้ต้องการส่วนประกอบหลายสิ่งอย่างด้วยกันเพื่อให้เกิดความเชี่ยวชาญให้พร้อมสำหรับสถานการณ์จริง

องค์ประกอบแรกที่อย่างน้อยๆทำให้โรงเรียน คามิมุระ ได้เปรียบคือสมาชิกทุกคนในทีมนั้นอาศัยอยู่ในหอพักของโรงเรียนร่วมกันทั้งหมด ดังนั้นเรื่องความเข้าใจกันและความสามัคคีถือเป็นจุดแรกที่พวกเขาได้เปรียบ และอีกสิ่งหนึ่งที่พวกเขาพยายามกลบจุดอ่อนคือการใส่รายละเอียดในการเล่นของแต่ละคนใหม่ ผู้เล่นทั้ง 8 คนจะต้องลืมฟุตบอลแบบที่เคยรู้จัก นั่นคือไม่มีอีกแล้วสำหรับตำแหน่ง ผู้รักษาประตู,กองหลัง,กองกลาง และ กองหน้า  เพราะทุกๆคนจะต้องรับหน้าที่มากกว่า 1 ตำแหน่ง ภายใต้การเสียเปรียบทีมตรงข้าม 3 คน ส่วนสำคัญที่สุดคือทุกคนต้องทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเคร่งครัดและต้องเข้าใจการเล่นของเพื่อนร่วมทีมด้วย ดังนั้นความชำนาญเกิดขึ้นได้จากากรฝึกซ้ำๆเพียงวิธีเดียวเท่านั้น

5c56d85c-043c-42ef-bc49-592cd
อาจารย์ โยชินากะ คือคนที่ลงมือคุมซ้อมเองทุกขั้นตอน เขารู้ดีว่าการมีเพียง 8 คนทำให้การชนะและได้แชมป์เป็นเรื่องยาก แต่ก็อยากให้นักเรียนได้ทำดีที่สุดก็พอ ดังนั้นเขาจึงทุ่มเทไปพร้อมๆกับลูกทีม ไม่ว่าจะเป็นการฝึกด้านร่างกายและด้านแท็คติก

เขาพาเด็กๆออกกำลังกายวันละ 1 ชั่วโมงเต็ม เพื่อทำให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นในการเข้าปะทะและย้ำว่าการเข้าแย่งบอลแต่ละครั้งจงใช้ร่างกายเข้าชนกับผู้ต่อสู้ ห้ามเตะแข้งเตะขาอันเป็นเหตุให้เสียเซ็ตพีชเด็ดขาด และสไตล์การเล่นคือทุกคนต้องบีบพื้นที่ทันทีเมื่อเสียบอล และเมื่อมีโอกาสเข้าทำจงทำให้เร็วและเฉียบขาด

"อาจารย์ โยชินากะ ดูแลทุกคนดีมาก เขาเข้มงวดและสอนเราเป็นรายคนเลยทีเดียว" ริกะ คาเกยามะ หนึ่งในสมาชิกของทีมกล่าว

สำนักข่าว Asahi เปิดเผยว่าแม้สนามของโรงเรียนจะแคบจนไม่สามารถซ้อมแบบเต็มสนามในระดับมาตรฐานได้ แต่ทีมโรงเรียน คามิมุระ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการซ้อมที่มีทั้งความเฉียบขาดในการเข้าทะพื้นที่แคบๆ รวมถึงการพลิกสถานการณ์กลับมาเล่นเกมรับด้วยการกดดันสูง และนั่นคือลายเซ็นของโรงเรียนแห่งนี้

as20190228000937_comm
ประจัญบาน
เด็กๆชุดนี้ฝึกซ้อมกันทุกวันไม่มีวันหยุด และเมื่อการแข่งขันชิงแชมป์จังหวัดมิเอะ ประจำปี 2019 มาถึงในเดือน กุมภาพันธ์ ก็ได้ฤกษ์ที่ทีมโรงเรียน คามิมุระ จะแสดงให้เห็นว่าความทุ่มเทที่ 8 นักเตะกับอีก 1 โค้ช(หรือ 8 นักเรียนกับอีก 1 อาจารย์) จะสามารถทำให้พวกเขารอดพ้นจากการขายหน้าได้หรือไม่ เพราะการแข่งครั้งนี้เดิมพันด้วยชื่อเสียงของโรงเรียน และการดึงดูดให้มีนักเรียนมาสมัครเรียนมากขึ้น หากพวกเขาแพ้แบบสู้ไม่ได้ จากที่เคยคิดว่าจะเป็นการโปรโมตอาจจะทำให้โครงการนี้เป็นดาบที่กลับมาทิ่มแทงตัวโรงเรียนเองก็เป็นได้

และบททดสอบแรกถือว่าเป็นการส่งนรกมารอรับทีมโรงเรียน คามิมุระ อย่างแท้จริงเมื่อพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับทีมแชมป์เก่าที่คว้าแชมป์ในทัวร์นาเม้นต์ประจำจังหวัดนี้มาแล้ว 10 สมัยติดต่อกัน เรียกได้ว่าเป็นโรงเรียนที่รวมเหล่าอนาคตทีมชาติทั้งนั้น

dy9iv9ovyaayk1x
พวกเขาเอาลายเซ็นของตัวเองมาใช้ในเกมกับแชมป์เก่า (ซึ่งไม่ได้มีการระบุชื่อเสียงเรียงนามของสถาบันเอาไว้) นั่นคือเน้นการเพรสซิ่งและขโมยบอลกลับมาเล่นให้ได้เร็วที่สุด ซึ่งอาศัยความแข็งแกร่งจากการเข้าปะทะด้านร่างกายเข้าช่วยด้วย ทำให้พวกเขาได้เปรียบมากขึ้นในแง่พละกำลังที่ชนเท่าไร่ก็ไม่ยุบ เพราะมีการฝึกทางนี้มาโดยเฉพาะ ดังนั้นแท็คติกที่เปรียบได้กับ "โททัลฟุตบอล" ของ โยฮัน ครัฟฟ์ ในเวอร์ชั่นเล่น 8 คนก็ถูกเติมด้วยกำลังด้านร่างกายจนที่สุดแล้ว พลังทีมเพิ่มมาของผู้เล่นแต่ละคนในทีมก็เสริมกันทีละเล็กละน้อยจนที่สุดแล้วพวกเขาก็ทำได้ไม่ต่างกับการเล่น 11 คนของฝั่งตรงข้าม

โรงเรียนคามิมุระ เขี่ยแชมป์เก่าตกรอบไปอย่างเหลือเชื่อด้วยสิ่งที่เตรียมการมาเป็นอย่างดี และชัยชนะหนนี้มีค่ามากกว่าแค่การเข้ารอบ เพราะมันคือพลังใจที่ทำให้ทุกคนรู้ว่า "เรามาถูกทางแล้ว และสามารถชนะได้ทุกทีมที่เจอ" และในการแข่งกีฬาสำหรับการดวลกับทีมที่มีฝีมือเท่าๆกันแล้วสิ่งที่จะชี้ขาดชัยชนะได้ก็คือเรื่องของสภาพจิตใจนี่แหละที่จะทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถเฉือนชนะแบบปลายจมูก

5c56d804-4b78-4e20-a904-592cd
ทุกอย่างประกอบกันทำให้โรงเรียนคามิมุระ อยู่ในสถานการณ์ที่ดีถึงขีดสุด พวกเขาเดินลุยอีก 3 ด่านจนผ่านเข้าไปสู่รอบชิงชนะเลิศแบบสบายๆ แม้ว่าในเกมชิงดำนั้นจะยากสักหน่อยเพราะต้องดวลจุดโทษเพื่อหาแชมป์ แต่อย่างที่ได้กล่าวไป เมื่อมั่นใจถึงขีดสุดแล้ว โรงเรียนคามิมุระก็สามารถเอาชนะไปได้ 4-3  มันคือชัยชนะแบบเฉียดปลายจมูกที่เปลี่ยนแปลงทุกอย่างและทำให้โรงเรียนแห่งนี้ดังคับประเทศ … (และข้ามมาถึงเมืองไทยในขณะที่คุณได้อ่านบทความนี้)

ความไม่พร้อมตามด้านต่างๆมักจะเป็นข้ออ้างของหลายๆคนในวันที่แพ้ บางคนยอมตั้งแต่ยังไม่ได้แข่งเมื่อประเมินศักยภาพตัวเอง ทว่าโรงเรียนคามิมุระ,อาจารย์ โยชินากะ และเด็กๆทุกคนไม่เลือกที่จะใช้ตัวเลือกทั้งตัวเลือกที่ 1.การหาข้ออ้าง และตัวเลือกที่ 2. นั่นคือการยอมแพ้ แต่พวกเขาเลือกจะทำข้อสอบอัตนัยโดยเลือกเขียนคำตอบเองว่าจะสู้ให้เต็มที่ และนั่นทำให้พวกเขากลายเป็นฝ่ายได้ยิ้มกว้างที่สุดในตอนสุดท้าย

5c56d939-24b8-4f4d-8f27-592cd
สิ่งที่น่าเหลือเชื่อคือเด็กๆทุกคนไม่ได้คิดว่ารายการแชมป์แห่งจังหวัดมิเอะ คือตอนสุดท้ายของตัวเองในการเล่นฟุตบอลแต่อย่างใด เมื่อพวกเขาหวังไปถึงการแข่งขันระดับประเทศเลยทีเดียว

"ฉันอยากจะพิชิตทั่วประเทศ ตอนนี้ฉันเริ่มที่จะจริงจังกับการฝึกฝนตัวเองให้มากขึ้น" โยโกอิ หนึ่งในผู้เล่นชุดแชมป์กล่าว "แล้วฉันจะเป็นผู้เล่นที่เก่งที่สุดในประเทศให้ดู"

นี่คือความแตกต่างที่เกิดขึ้นภายใต้สถานการณ์ที่ยากลำบาก โรงเรียนอื่นๆอาจจมีนักฟุตบอลให้ใช้งาน 11 คน แต่ที่ คามิมุระ พวกเขามี 8 นักฟุตบอล และทุกคนรู้ว่าต้องทำอย่างไรจึงจะเป็นผู้ชนะได้ในท้ายที่สุด