จากปาก "โบยาน ดูบายิซ" อดีตแข้งกูปรีฯ สู่นักเตะชุดประวัติศาสตร์ บาเต้

จากปาก "โบยาน ดูบายิซ" อดีตแข้งกูปรีฯ สู่นักเตะชุดประวัติศาสตร์ บาเต้
Main Stand

สนับสนุนเนื้อหา

เพราะเป็นครั้งแรกที่สโมสรแห่งนี้ ได้รับชัยชนะนัดแรก ในการแข่งขันรอบน็อคเอาท์ ระดับชิงแชมป์ทวีปยุโรป แถมเป็นการเอาชนะทีมระดับโลก อย่างอาร์เซนอล ยอดทีมจากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

หนึ่งในนักเตะชุดประวัติศาสตร์ มีชื่อของ “โบยาน ดูบายิซ” กองหน้าหมายเลข 9 รวมอยู่ด้วย แฟนบอลทั่วไปที่ดูเกมในวันนั้น อาจไม่รู้สึกอะไร ตอนเห็นชายคนนี้ถูกเปลี่ยนตัวลงสนาม ในนาทีที่ 69 และอยู่จนสิ้นเสียงนกหวีดยาว เมื่อเกมจบลง

แต่หากพูดถึงชื่อของเขา ที่จังหวัดศรีสะเกษ แฟนบอลจำนวนไม่น้อย อาจร้องอ๋อขึ้นมา เพราะหัวหอกคนเดียวกันนี้ เคยมาวาดลวดลายลูกหนัง ในถิ่นกูปรีอันตราย เมื่อ 3 ฤดูกาลก่อน

จากนักเตะที่ย้ายมาเล่นเมืองไทย และยิงไม่ได้แม้แต่ประตูเดียว เขากลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นชุดประวัติศาสตร์ในเวทียูฟ่า ยูโรป้า ลีก ได้อย่างไร?

เจ้าตัวจะมาเป็นผู้เล่าด้วยตัวเอง ผ่านการเปิดอกคุยกับ Main Stand แบบข้ามทวีป ถึงชีวิตการค้าแข้งที่พลิกผันในช่วงเวลาแค่ 2 ปีกว่าของเขา   

เจ้าพ่อลีกพระรอง
โบยาน ดูบายิซ แข้งหนุ่มชาวเซอร์เบีย วัย 28 ปี  มีความฝันเหมือนกับเด็กผู้ชายจำนวนมากในประเทศที่แยกตัวออกมาจาก ยูโกสลาเวีย  คือ การเป็นนักฟุตบอลอาชีพ

ดูบายิซ เริ่มต้นอาชีพนักเตะกับสโมสร อินดียา ในประเทศบ้านเกิด ก่อนได้รับสัญญาอาชีพฉบับแรกในชีวิตของเขาตอนอายุ 17 ปี

“ฟุตบอลคือความฝันและสิ่งที่สวยงามของผมมาโดยตลอด หลังจากได้เริ่มเป็นนักเตะอาชีพได้ไม่นาน ผมได้รับเลือกให้ติดทีมชาติเซอร์เบีย ชุดยู-19 เป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมและผมจะไม่มีวันลืม”

dubajicluganov
ดูบายิซ เป็นผู้เล่นตำแหน่งตัวรุก ที่สามารถเล่นได้ทั้งกองกลางตัวรุก, ปีกซ้าย และปีกขวา แต่ตำแหน่งที่เจ้าตัวถนัดที่สุดคือ ศูนย์หน้าตัวเป้า ซึ่งเขาใช้ความสามารถในการเป็นเพชรฆาตหน้าปากประตู สร้างชื่อให้กับตัวเองในวงการลูกหนังระดับล่างของบ้านเกิด

เขาได้รับโอกาสลงเล่นเกมอย่างเป็นทางการครั้งแรกด้วยวัยเพียง 17 ปี กับสโมสรที่ปลุกปั้นเขามาอย่าง อินดียา ในลีกรองเซอร์เบีย ก่อนจะค่อยๆก้าวขึ้นมายึดตำแหน่งตัวจริงของทีม และได้เป็นส่วนหนึ่งกับการพา อินดียา คว้าแชมป์ลีกรองของเซอร์เบีย ในฤดูกาล 2009/2010 ตีตั๋วขึ้นไปเล่นลีกสูงสุดเป็นครั้งแรกในชีวิต

แต่ชีวิตของ ดูบายิซ กับ เซอร์เบีย ซูเปอร์ ลีก ก็ไม่ได้สวยหรูแบบที่เขาวาดฝัน  เมื่อ อินดียา ต้องตกชั้นหล่นสู่ลีกรองภายในฤดูกาลเดียว

การตกชั้นในครั้งนั้นส่งผลต่อ อินดียา ลดขนาดเป้าหมายลง จากที่หวังเลื่อนชั้นสู่ลีกบน กลายเป็นทีมกลางตาราง ในลีกรอง พวกเขาจบอันดับ 5 และ อันดับ 12 ในอีกสองฤดูกาลถัดมา และแล้วก็ถึงเวลาที่ ดูบายิซ ที่ต้องออกไปเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่ ๆ ในการค้าแข้งยังต่างแดน

“ผมไม่ได้มองว่ามันเป็นการล้มเหลว แต่ผมมองว่าชีวิตในช่วงนั้นคือการพัฒนาตัวเองในอาชีพการค้าแข้ง ผมได้ลงสนาม ได้ขึ้นไปเล่นบนลีกสูงสุด เป็นช่วงเวลาที่ผมพอใจ เพราะมันเป็นไปตามวิถีฟุตบอล” ดูบายิซกล่าวย้อนถึงช่วงเวลาต้นอาชีพของเขา

bn6uwhgiqaetmjs
ในฤดูกาล 2013-14 ดูบายิซ ย้ายไปเล่นให้ เอฟซี ลูกาโน ทีมในลีกรองของ สวิตเซอร์แลนด์ เขามีส่วนช่วยให้ทีมจบตำแหน่งรองแชมป์ได้สำเร็จ แต่ไม่ได้เลื่อนชั้น เนื่องจากลีกแดนนาฬิกา มอบตั๋วเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดให้แค่ ทีมแชมป์เท่านั้น

ดูบายิซ ยังคงอยู่กับทีมต่อไปในฐานะตัวหลัก และพาลูกาโนคว้าแชมป์ เลื่อนสู่ลีกสูงสุดได้สำเร็จ ในปีต่อมา และถือเป็น แชมป์ลีกรองครั้งที่สองในชีวิตที่เขาทำได้ กับฟุตบอลลีกสองประเทศ

ชื่อเสียงในลีกล่างทำให้  เลอ มงต์ สโมสรเพื่อนร่วมลีกของ เอฟซี ลูกาโน คว้าตัวเขาไปร่วมงานด้วยในซีซั่นต่อมา ที่นี่เขาได้ลองเปลี่ยนตำแหน่งมาเล่น ปีกซ้าย ยิงไปได้ 5 ประตูกับอีก 4 แอสซิสต์ ทุกอย่างในสวิตเซอร์แลนด์ กำลังไปได้ด้วยดี ดีจนเขาไม่มีเคยความคิดว่าตัวเองจะต้องย้ายออกจากประเทศที่แสนงดงามเช่นนี้

“ช่วงเวลา 3 ปี ที่นี่ นับเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมมากของผม สวิตเซอร์แลนด์ เป็นประเทศที่สวยงาม และทุกอย่างในอาชีพการค้าแข้งของผม ดำเนินไปอย่างยอดเยี่ยมที่สวิสเซอร์แลนด์”

จากยุโรป สู่นักรบกูปรี
ดูบายิซไม่รู้ตัวเลยว่าผลงานของเขาที่กำลังวาดลวดลายอยู่นั้น กำลังเข้าตาชายผู้หนึ่งเข้าอย่างจัง แม้ว่าจะทำงานห่างกันอยู่คนละซีกโลก และเล่นอยู่ในลีกรองเป็นส่วนใหญ่

“พูดตามตรง ผมไม่เคยคิดถึงการย้ายมาเล่นที่ไทยเลยนะ เพราะตอนนั้นเป้าหมายของผมคือการเล่นที่สวิสเซอร์แลนด์ต่อไป เพราะผมกำลังไปได้สวยที่นั่น”

“แต่ว่าอยู่ดีๆ บันโดวิช และ ราโดสลาฟ บาตัค (อดีตกุนซือของกระบี่ เอฟซี) ซึ่งผู้ช่วยของบันโดวิชในตอนนั้น ติดต่อมาหาผม และชวนผมไปเล่นที่เมืองไทย”

ย้อนกลับไปเมื่อฤดูกาล 2016 โบซิดาร์ บันโดวิช กุนซือคนปัจจุบันของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เข้ามารับงานคุมทีม  “กูปรีอันตราย” ศรีสะเกษ เอฟซี และจับตาดูสถานการณ์ของ ดูบายิซ อยู่ ก่อนตัดสินใจทาบทามและชักชวนให้เขาย้ายมาล่าตาข่ายในดินแดนสยามเมืองยิ้ม

14001825_10210387784521050_13
“ผมรู้จักทั้งสองคนเป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว พวกเขาพูดถึงแต่เรื่องดีของเมืองไทย บอกว่าประเทศนี้สวยงามมาก ผู้คนก็ยอดเยี่ยม ความคิดผมเปลี่ยนไปเร็วมากๆ เหมือนผมไม่ได้คิดอะไรเลยด้วยซ้ำ อยู่ดีๆก็ตัดสินใจว่า เป็นไงเป็นกัน ไปลองหาความท้าทายดูสักตั้ง ผมเลยตัดสินใจมาเล่นที่ประเทศไทยในที่สุด”

แต่ ช่วงเวลาของดูบายิซกับไทยลีก กลับไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวัง ดูบายิซ ลงสนามไปแค่ 9 นัด และยิงไม่ได้แม้แต่ประตูเดียว โดยมีอุปสรรคสำคัญเรื่องการปรับตัวทั้งในและนอกสนาม เพราะสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบๆตัวเขา ทุกอย่างเป็นเรื่องใหม่หมด

“การปรับตัวกับเมืองไทยไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะทุกอย่างที่นี่แตกต่างจากที่ยุโรป ทั้งเรื่องของอาหาร, อากาศ, ภาษา, นิสัยใจคอของผู้คน และสไตล์ของฟุตบอลที่แตกต่าง ผมยอมรับว่าผมต้องการช่วงเวลาในการปรับตัว”

หากมองที่ตัวเลข การทำประตูและจำนวนนัดที่ ลงสนาม อาจพูดได้ว่า ดูบายิซ ไม่ประสบความสำเร็จในการค้าแข้งที่เมืองไทย แต่ในความเห็นของเจ้าตัว เขามองว่าตัวเองไม่ได้ล้มเหลว แต่เพียงช่วงเวลาที่ได้พิสูจน์ตัวเองบนลีกอาชีพของไทย น้อยเกินไป

“พอผ่านช่วงแรกที่ผมต้องปรับตัวได้ ผมกลับรู้สึกชอบเมืองไทยมากเลยนะ ผมรู้สึกดีขึ้นเรื่อยๆกับการใช้ชีวิตที่ประเทศไทยเมื่อเวลาผ่านไป ผมปรับตัวเข้ากับฟุตบอลไทยได้ และที่สำคัญอาหารไทยอร่อยมาก ถ้าผมได้เล่นที่เมืองไทยต่อ ผมรับประกันว่า คุณจะได้เห็นผมยิงประตูแน่นอน”

51943304_10213393848256792_33
แม้ช่วงเวลาการค้าแข้งที่ไทย ของ ดูบายิซ จะผ่านมา 2 ปีกว่าแล้ว แต่เขายังมีความทรงจำหนึ่ง ที่ไม่เคยลืมเลือนเมื่อนึกถึง ชาวไทยทุกคน นั่นคือ เหตุการณ์ในช่วงปลายปี 2016 หลังเหตุการณ์เสด็จสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9

ดูบายิซ อธิบายว่า ภาพที่เขาเห็นความรักที่พสกนิกรชาวไทย มีต่อ ในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นสิ่งที่ตราตรึงใจของเขามากมาจนถึงทุกวันนี้

“ตอนที่ผมค้าแข้งอยู่ มีการยุติลีกก่อนจบฤดูกาล 2016 สืบเนื่องจากการเสด็จสวรรคตของกษัตริย์รัชกาลที่ 9”

“เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ผมเห็นความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต คือความรักที่ชาวไทยมีให้กษัตริย์ของพวกเขา ผมขอแสดงความนับถือ คนไทยทุกคนจากใจจริงๆของผม”

bojan-dubajic-gorodeja
เกิดใหม่ที่ “เบลารุส”
หลังจบช่วงเวลาการค้าแข้งในเมืองไทยเพียงแค่ 6 เดือน ดูบายิซ ตัดสินใจกลับมาค้าแข้งที่ยุโรปอีกครั้ง แต่คราวนี้ เขาเองต้องเริ่มต้นกลับนับหนึ่งใหม่ ด้วยการย้ายมาเล่นให้ โกโรจียา สโมสรเล็กๆ บนลีกสูงสุดของเบลารุส ประเทศทางยุโรปตะวันออก

“ถ้าคุณย้ายมาเล่นในเอเชีย มันไม่ง่ายเลยที่จะหาสโมสรเล่นในยุโรป เพราะสโมสรในยุโรปไม่ค่อยให้ค่ากับนักเตะที่ย้ายมาเล่นในเอเชียนัก”

“อย่างเช่นผมที่ย้ายมาเล่นในไทยลีก พวกเขาจะมองว่าผมไม่เก่ง เพราะย้ายมาเล่นฟุตบอลในประเทศไทย ที่พวกเขาไม่รู้จักและมองว่าไม่ใช่ลีกที่แข็งแกร่ง ซึ่งความคิดเหล่านี้ ไม่ตรงกับความเป็นจริงเลยแม้แต่นิดเดียว”

ดูบายิซ ตอกหน้าคนที่ดูถูกเขาและฟุตบอลไทย ด้วยผลงานการยิง 22 ประตู ใน 2 ฤดูกาล เขามีชื่อติดอยู่บนตารางดาวซัลโว ตลอดช่วงเวลา ที่ค้าแข้งกับโกโรจียา การถล่มประตูในช่วงสองซีซั่นนั้น ส่งผลให้ ดูบายิซขึ้นแท่น นักเตะต่างชาติที่ทำประตูมากที่สุดบนลีกเบลารุส

52366948_432039237360108_5894
ผลงานที่ร้อนแรงนี่เอง ทำให้ บาเต้ บอริซอฟ สโมสรยักษ์ใหญ่ของ เบลารุส จัดการเซ็นสัญญาคว้าตัว โบยาน ดูบายิซ มาร่วมทีมทันทีในฤดูกาลนี้ พร้อมกับมอบเสื้อหมายเลข 9 ให้ อันหมายถึงความไว้วางใจที่อยากให้เขาเข้ามาเป็น ศูนย์หน้าตัวหลักของทีม

“ผมมีความสุขมากๆที่ได้ย้ายมาเล่นกับบาเต้ เป็นความรู้สึกที่สุดยอดมากจริงๆกับการได้มาร่วมสโมสรที่ยิ่งใหญ่อย่างบาเต้ บอริซอฟ”

“ที่นี่คือสโมสรที่ดีที่สุดในเบลารุส ทุกปีพวกเขาเล่นในฟุตบอลยุโรป ไม่ว่าจะเป็นยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก หรือยูฟ่า ยูโรป้า ลีก เหมือนฝันที่เป็นจริงเลยก็ว่าได้ เพราะตอนแรกที่มาเล่นที่เบลารุส การย้ายมาเล่นให้บาเต้ ก็เป็นเป้าหมายของผม”

ชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์กับเกมนัดแรก
สำหรับนักฟุตบอลยุโรปที่ไม่ได้มีโปรไฟล์หรูหรามากนักเช่นเขา การได้ย้ายมาให้กับ บาเต้ บอริซอฟ ก็ถือเป็นเรื่องยิงใหญ่มากแล้ว

แต่ที่ยิ่งไปกว่านั้น เกมแรกที่เขาได้รับโอกาสประเดิมสนามให้ต้นสังกัดใหม่ ดันเป็นเกมยูโรป้า ลีก รอบ 32 ทีมสุดท้ายที่พบกับ สโมสรระดับโลกอย่าง อาร์เซนอล

bojan_dubajic_c_of_fc_bate_bo
“มันเป็นความรู้สึกที่สุดยอดมากๆจริง ที่ได้รู้ว่าตัวเองมีโอกาส จะได้ลงสนามนัดแรก เจอทีมอย่างอาร์เซนอล”

“ใครที่ได้ดูเกมวันนั้น คงเห็นแล้วว่าเป็นเกมการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ขนาดไหน และมันยิ่งใหญ่มากสำหรับผม เพราะผมได้สวมเสื้อหมายเลข 9 ของบาเต้เป็นครั้งแรก ได้ลงเล่นในสนามเหย้าของบาเต้เป็นครั้งแรก และนี่เป็นประสบการณ์ครั้งแรกของผม กับการเล่นในฟุตบอลระดับยุโรป มันเป็นเกมที่ยิ่งใหญ่มากจริงๆ”

ดูบายิซ ออกสตาร์ทด้วยการนั่งเป็นตัวสำรอง ก่อนได้รับโอกาส ถูกเปลี่ยนตัวลงสนามในนาทีที่ 69 เขาลงเผชิญหน้า วิ่งไล่ล่าฟุตบอลกับ นักเตะที่เป็นระดับซูเปอร์สตาร์ของ อาร์เซนอล ก่อนช่วยให้ทีมเก็บชัยชนะเหนือ อาร์เซนอล ไปได้สำเร็จ ด้วยสกอร์ 1-0

และถือเป็นชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์ของสโมสรบาเต้ กับชัยชนะนัดแรกของสโมสรแห่งนี้ในรอบตัดเชือก ของการแข่งขันฟุตบอลยุโรปทุกรายการ

“ผมก็ไม่รู้หรอกว่าตัวเองจะได้ลงสนามไหม แต่ส่วนตัวผมมั่นใจนะว่าจะได้ลงสนามแน่ๆ ตอนที่ได้เปลี่ยนตัวและกำลังจะลงสนาม ผมไม่ได้คิดอะไรเลย ไม่ได้คิดว่าคู่ต่อสู้ที่ผมกำลังจะลงไปเจอคืออาร์เซนอล ซึ่งเป็นทีมระดับโลก”

“เพราะในฐานะกองหน้าคนหนึ่ง ผมคิดแค่เรื่องทำประตู และช่วยให้ทีมชนะเท่านั้น พวกเราตั้งเป้าหมายไว้ก่อนเกม ว่าเราต้องชนะในแมทช์นี้ และเราทำได้สำเร็จ เหมือนผมอยู่ในความฝันที่เป็นจริง”

“แน่นอนพวกเราดีใจมากกับชัยชนะวันนั้น เป็นอารมณ์ที่สุดยอดที่สุด หลังจากชนะการแข่งขัน แต่หลังจากนั้นเราต้องลืมทุกอย่างกลับมาตั้งใจทำงานกันต่อไป”

“เพราะเป้าหมายของเราคือการผ่านเข้ารอบต่อไป ทีมหยุดเส้นทางที่รอบ 32 ทีมอยู่หลายครั้ง ผมเชื่อมั่นในทีม และเราจะผ่านอาร์เซนอลให้ได้ ผมเชื่อมั่นในปาฏิหาริย์ของพวกเรา”

คิดถึงต้มยำกุ้ง...
ช่วงเวลาของ โบยาน ดูบายิซ กับบาเต้ บอริซอฟ ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น และเขากำลังจะมีโอกาสได้ลงสนามเกมที่สองของตัวเองกับบาเต้ ซึ่งคราวนี้เขาต้องออกไปเยือน เอมิเรตส์ สเตเดียม รังเหย้าที่ยิ่งใหญ่ของอาเซนอล และจะเป็นเกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอีกครั้งหนึ่งในชีวิตของเขา

แต่ถึงกระนั้น ฟุตบอลไทยก็ยังเป็นความทรงจำนอกทวีปที่สวยงามของเขา ที่เจ้าตัวถึงกับเอ่ยปากว่า ในอนาคตหากมีโอกาสก็อยากหวนกลับมาพิสูจน์ตัวเอง บนลีกลูกหนังแห่งนี้อีกครั้ง

“ตอนนี้ผมไม่ได้คิดอะไรเรื่องอนาคตเลย ผมคิดถึงแค่เรื่องการลงสนามแบบเกมต่อเกม ทำให้ดีที่สุดกับช่วงเวลาค้าแข้งที่บาเต้ บอริซอฟ แต่ผมขอตอบอย่างจริงใจว่า ผมอยากแขวนสตั๊ดในประเทศที่อบอุ่น ผมต้องการใช้ชีวิตในประเทศที่งดงาม แน่นอน หนึ่งในประเทศนั้น ต้องมี ไทยแลนด์ บางทีผมอาจจะไปแขวนสตั๊ดที่เมืองไทยก็ได้ ใครจะไปรู้”

arsenal-sevilla-1040x572
นี่คือเรื่องราวของการต่อสู้ของ ชายหนุ่มวัย 28 ปี ผู้พิสูจน์ให้เห็นว่า หากไม่จมอยู่กับช่วงเวลาที่แย่ๆ และพยายามในๆทุกโอกาสที่เข้ามาของชีวิต วันหนึ่งช่วงเวลาดีๆก็จะเข้ามาหาเรา

และหนึ่งในจังหวัดที่เขาบอกว่า มันคือช่วงเวลาดีๆ ที่อยู่ในความทรงจำของเขา ก็คือ จ.ศรีสะเกษ เขายังคงรักและคิดถึงผู้คนที่นั้น เขายังไม่เคยลืมอาหารไทย, เสียงเชียร์  และความอบอุ่นที่ผู้คนมอบให้ ในช่วงเวลาสั้นๆ ที่ได้สวมเสื้อกูปรีอันตราย

“ผมอยากขอบคุณแฟนบอลศรีสะเกษ เอฟซี ทุกคน ที่ให้การสนับสนุนผมเป็นอย่างดีตลอดระยะเวลาที่ผมค้าแข้งอยู่ที่เมืองไทย”

“แม้ช่วงเวลานั้นจะผ่านมานานมากแล้ว แต่ผมไม่เคยลืมความอบอุ่นที่พวกคุณเคยมอบให้ คนไทยเป็นคนดี และผมรู้สึกดีมาก ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในประเทศไทย”

“แฟนบอลหลายคนยังคงติดต่อผมผ่านทางเฟซบุค คอยโพสแสดงความยินดี ผมขอบคุณมากจริงๆ ผมหวังว่าจะได้เจอพวกคุณอีกครั้งในอนาคต”

“สำหรับแฟนฟุตบอลคนใดที่ยังอยากต้องการติดตามเรื่องราวของผม ผมขอให้มาติดตามอินสตราแกรมของผมชื่อ @bojan_dubajic เพราะทุกคำอวยพรของคุณมีความหมายมากสำหรับผม”

“สุดท้าย ผมอยากบอกว่า ผมคิดถึงรสชาติของต้มยำกุ้งมากๆ มันอร่อยมากจริงๆ” กองหน้าบาเต้ บอริซอฟ ทิ้งท้ายกับ Main Stand