5 ประเด็นร้อนหลังเกม : ลิเวอร์พูล โชว์ฟอร์มระเบิดถ้ำ บาเยิร์น มิวนิค

5 ประเด็นร้อนหลังเกม : ลิเวอร์พูล โชว์ฟอร์มระเบิดถ้ำ บาเยิร์น มิวนิค
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

การเข้ารอบของ ลิเวอร์พูล ช่วยให้ทีมจากลีกอังกฤษทำสถิติเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ครบทั้ง 4 ทีมได้เป็นแรกในรอบ 10 ปี

อย่างไรก็ตาม เกมนี้มีเรื่องให้พูดถึงอีกเช่นเคย ไปดูกันดีกว่าว่าเกมนี้มีเรื่องอะไรบ้างที่น่าสนใจ

5. สถิติหลังเกม และรูปเกมโดยรวม

 gettyimages-1130296539-594x59

เจ้าบ้าน บาเยิร์น มิวนิค มีโอกาสยิงประตู 7 ครั้ง เข้ากรอบ 2 ครัั้ง และมีเปอร์เซนต์การครองบอลอยู่ที่ 28 เปอร์เซนต์ ทางฝั่ง หงส์แดง ลิเวอร์พูล มีโอกาสยิงประตู 10 ครั้ง เข้ากรอบ 6 ครั้ง และมีเปอร์เซนต์การครองบอลอยู่ที่ 42 เปอร์เซนต์

ก่อนเกมการแข่งขัน โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อว่าเขาพร้อมที่จะสละความฝันของตัวเอง ยอมทิ้ง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เพื่อมุ่งไปที่แชมป์พรีเมียร์ลีก

อย่างไรก็ตาม เยอร์เก้น คล็อปป์ บอกว่าเขาไม่ทิ้งอะไรแน่นอน เกมนี้ คล็อปป์ เลือก 3 แดนกลางแบบแน่นหนา เฮนเดอร์สัน, มิลเนอร์, ไวจ์นัลดุม เป็นที่เข้าใจว่า คล็อปป์ ต้องการให้แดนกลางแน่นเอาไว้ก่อนเพราะ เจอ บาเยิร์น หนักแน่นอน ซึ่งไม่ผิดอะไรเพราะเริ่มเกม บาเยิร์น มิวนิค ก็โหมบุกใส่ ลิเวอร์พูล อย่างหนักหน่วง

รูปเกมโดยรวมต้องยกให้ ลิเวอร์พูล ที่ทำได้ดีกว่า โดยเฉพาะนักเตะของ ลิเวอร์พูล ที่เล่นด้วยความมั่นใจบุกมาเอาชนะทีมที่ดีที่สุดทีมหนึ่งของยุโรป ซึ่งอยู่ในช่วงที่ฟอร์มกำลังโหดอยู่ด้วย

4. ซาดิโอ มาเน่ นายจะแรงไปไหน

 gettyimages-1135609613-594x59

ซาดิโอ มาเน่ ทำไป 8 ประตูจาก 9 เกมก่อนหน้านั้น และยังทำอีกสองประตูสำคัญที่ อัลลิอันซ์ อารีน่า โดยประตูแรกมาจากทักษะอันยอดเยี่ยมในการคอนโทรลลูกเปิดยาวของ เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ทางมุมเขตโทษด้านซ้ายของบาเยิร์น ก่อนหมุนตัวหนีมานูเอล นอยเออร์ และชิพอย่างแม่นยำผ่านกองหลังสองรายเข้าประตู

หลังจากนั้นเขามาทำประตูการันตีตั๋วในรอบ 8 ทีมสุดท้ายจากลูกโหม่งท้ายเกม และเป็นประตูที่ 19 ในฤดูกาลนี้จากทุกรายการของเขา ที่ยังทำเขาให้เขาเป็นเจ้าของสถิติยิงประตูนอกบ้านให้หงส์แดงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ยูโรเปี้ยน คัพ/แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ 7 ประตูในเวลานี้

3. 8 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2018/19

 54fa1-15495782170703-800

เป็นฤดูกาลที่สองติดต่อกันที่ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้าไปเล่นรอบก่อนรองชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ทีมจากอังกฤษผ่านเข้ารอบไปครบถ้วนเส้นทางที่เหลือในรายการนี้จะมีการจับสลากที่นียงในวันศุกร์นี้ โดยไม่มีทีมวาง และกฎทีมประเทศเดียวกันจะไม่เจอกันเอง แปลว่าหงส์แดงจะเจอกับทั้ง 3 ทีมในพรีเมียร์จาก 7 ทีมได้ รวมถึงอาแจ็กซ์, บาร์เซโลน่า, ยูเวนตุส และ ปอร์โต้ ที่ยังมีโอกาสลุ้นความสำเร็จในรายการนี้
 
โดยมีการเปิดเผยจาก ออปต้า สำนักสถิติด้านฟุตบอลของโลกเผยว่านี่เป็นหนแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 2008/09 ที่ 4 ทีมตัวแทนจากอังกฤษหลุดเข้าไปถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ

สำหรับฤดูกาลดังกล่าวมีสโมสรอย่าง ลิเวอร์พูล, เชลซี, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ อาร์เซน่อล หลุดเข้ารอบดังกล่าว ก่อนจะเป็น ปีศาจแดง เข้าไปชิงชนะเลิศแต่ก็ต้องปราชัยให้กับ บาร์เซโลน่า 0-2

2. ความผิดพลาดที่เกิดขึ้น

 gettyimages-1130295260-594x59

พูดถึงความผิดพลาดที่เกิดขึ้นแน่นอนว่าทุกคนคงต้องพูดถึง โฌเอล มาติป กับ การสกัดเข้าประตูตัวเอง แต่อย่างที่เห็นในภาพช้า ว่าถึงอย่างไรหาก มาติป ไม่สกัดบอล เลวานดอฟสกี้ ก็ยิงได้อยู่ดี

อีกหนึ่งความผิดพลาดและน่าเสียดายสุดๆ นั่นก็คือ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ที่รับใบเหลือง สำหรับใบเหลืองที่ดาวเตะเลือดสกอตต์ได้รับเกิดขึ้นในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ซึ่งต้องบอกว่าแมตช์นี้ ลิเวอร์พูล เกือบจะจบเกมด้วยค่ำคืนที่แสนเพอร์เฟกต์ หากไม่เกิดเหตุ โรเบิร์ตสัน โดนใบเหลือง เพราะนั้นหมายความว่าเขาจะพลาดลงสนามในเกมแรก รอบ 8 ทีมสุดท้าย แน่นอนว่าตอนนี้ คล็อปป์ ต้องคิดหนักว่าจะหาใครมาช่วยเล่นแบ็กซ้าย เพราะการขาด โรเบิร์ตสัน ย่อมส่งผลกระทบต่อเกมรุก และเกมรับ หงส์แดง แน่นอน

1. เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ของจริง

 gettyimages-1130273309-594x59

ผลงานของกองหลังเลือดดัตช์รายนี้โดดเด่นแบบสุดๆ ทั้งเรื่องเกมรุกและเกมรับ โดยเขามักจะเอาชนะในการเข้าเสียบสกัดคู่แข่งได้เสมอ ที่สำคัญเจ้าตัวไม่ได้รู้สึกหวาดหวั่นในการปะทะกับ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเขาถึงเป็นเซนเตอร์แบ็กที่เก่งที่สุดในโลกเวลานี้

ฟาน ไดจ์ค สามารถพาบอลเข้าไปในแดนของคู่แข่งเพื่อสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีม หรือการวางบอลที่แม่นยำอย่างในจังหวะเปิดบอลยาวจากแดนตัวเองให้ มาเน่ หลุดเข้าไปยิงประตูขึ้นนำ 

ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!