"5 นักเตะ ที่เคยปฏิเสธการเปลี่ยนตัวออก"

"5 นักเตะ ที่เคยปฏิเสธการเปลี่ยนตัวออก"
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

เกปา อาร์ริซาบาลาก้า ทีมเชลซี ทำเรื่องฉาวไปทั่วโลก เมื่อนายทวารหนุ่มวัย 24 ปี ปฏิเสธอย่างหนักแน่นที่จะไม่ถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามก่อนหมดเวลาช่วงต่อเวลาพิเศษไม่กี่นาที

เป็นผลให้เฮดโค้ชอย่าง เมาริซิโอ ซาร์รี กับผู้ช่วยอย่าง จานฟรังโก้ โซลา ถึงกับหัวเสียในเกม คาราบาว คัพ รอบชิงชนะเลิศ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม กรณีของ เกปา กับผู้จัดการทีม เชลซี ไม่ใช่กรณีแรกที่เกิดขึ้นในวงการฟุตบอลยุโรป เพราะอย่างน้อยมีนักเตะชื่อดังถึง 5 คนที่เคยประท้วงการเปลี่ยนตัวของผู้จัดการทีมมาแล้ว 

5. ซลาตัน อับราฮิโมวิชAC Milan's Swedish forward Zlatan IbrahiOLIVIER MORIN/GettyImages "พระเจ้า" เป็นนักฟุตบอลยุคปัจจุบันที่ได้ชื่อว่าหัวดื้อที่สุดคนหนึ่ง และก่อนหน้า เกปา 9 ปี เจ้าตัวก็เคยปฏิเสธการโดนถอดออกจากสนามมาแล้ว สมัยที่เขายังค้าแข้งอยู่ในอิตาลีกับ เอซี มิลาน

เอซี มิลาน มีคิวเปิดบ้านชนกับ ฟิออเรนตินา ในเกม เซเรียอา ฤดูกาล 2010/11 ซึ่งในขณะนั้นมี มัสซิมิเลียโน อัลเลกรี เป็นผู้จัดการทีม หลังจากเกมเสมอกัน 0-0 อยู่ 44 นาที ซลาตัน ก็าปลดล็อคประตูให้เจ้าถิ่นสำเร็จจากการกระดกบอลแล้วตีลังกายิงสุดสวยในกรอบเขตโทษ จนปัญญาที่ อาร์ตูร์ โบรุก นายทวาร ฟิออเรนตินา จะเซฟได้ 

ทว่าหลังจากเจ้าตัวลุกขึ้นมาดีใจด้วยการสะบัดแขนชกขึ้นเหนือศีรษะ ซลาตัน ก็หน้านิ่วคิ้วขมวด ก่อนจะทรุดลงไปกุมข้อศอกด้านขวาด้วยสีหน้าอันเจ็บปวด อย่างไรก็ตาม ซลาตัน กลับปฏิเสธการเปลี่ยนตัวออก ฝืนลงเล่นในช่วงเวลาทดเจ็บที่เหลือ และยังกลับมาลงเล่นในครึ่งหลังต่ออีกจนจบเกม

4. คาร์ลอส เตเบซRoberto Mancini,Carlos Tevez,James MilnerClive Mason/GettyImages หลังจากเหตุการณ์ของ ซลาตัน เพียงไม่กี่วัน ที่เมืองแมนเชสเตอร์ก็มีเหตุการณ์คล้าย ๆ กัน เมื่อ โรแบร์โต้ มันชินี พา แมนสเตอร์ ซิตี้ ลงทำศึก พรีเมียร์ลีก รับการมาเยือนของ โบลตัน วันเดอเรอร์ส ที่เป็นรองกว่า และไม่น่ามีดราม่าอะไรมากนัก แต่สุดท้ายก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้

เตเบซ ยิงประตูขึ้นนำให้ทีมตั้งแต่ไก่โห่ในนาทีที่ 4 และ เรือใบสีฟ้า ก็รักษาสกอร์นี้เอาไว้ได้จนนาทีที่ 90 แต่ในขณะที่เกมกำลังเข้าสู่ช่วงต่อเวลา และ มันชินี ต้องการส่ง เจมส์ มิลเนอร์ ลงมาช่วยแพ็คแดนกลางให้แน่นแทนที่ คาร์ลอส เตเบซ ทีควรได้พัก ดาวยิงชาวอาร์เจนตินา กลับปฏิเสธผู้เป็นนายด้วยความเกรี้ยวกราด

เตเบซ นั้นไม่ลงรอยกับ มันชินี มาสักพักแล้ว แต่การปฏิเสธการเปลี่ยนตัวดังกล่าวมีแต่ทำให้เรื่องแย่ลง เตเบซ เข้าไปต่อปากต่อคำกับ มันชินี อย่างดุเดือดที่ข้างสนาม ร้อนถึง มิลเนอร์ ต้องมาช่วยเกลี้ยกล่อม และทำให้ เตเบซ ออกจากสนามได้ในที่สุด แม้จะยังหัวเสียสุด ๆ ก็ตาม

3. ลิโอเนล เมสซีImage by P' CHIN แข้งระดับโลกอย่าง ลิโอเนล เมสซี ก็มีวันที่หัวเสียเหมือนกัน เมื่อ หลุยส์ เอ็นริเก้ ผู้เป็นนายในขณะนั้นพยายามจะเปลี่ยนตัวเขาออกจากสนามให้ได้ 

ในฤดูกาล 2013/14 ระหว่าง บาร์เซโลนา กับ เออิบาร์ เจ้าถิ่นนำห่างไปถึง 3-0 โดย เมสซี เพิ่งจะยิงประตูที่ 250 ของเขาในนาทีที่ 74 หลังจากนั้นอีก 3 นาที เอ็นริเก้ เห็นว่าเขาควรพัก เมสซี เพื่อเอาไว้ใช้ในเกม แชมเปี้ยนส์ลีก และ เอลกลาสิโก้ ในอีก 2 เกมถัดไป เขาจึงตัดสินใจตะโกนบอก เมสซี ในสนาม

ทว่าสิ่งที่ เมสซี ตอบกลับมาคือการโชว์นิ้วโป้งให้กับผู้เป็นนาย เสมือนจะเป็นการยืนยันว่าเขาโอเคดีที่จะลงเล่นต่อจนจบเกม ทว่า เอ็นริเก้ กลับไม่เห็นด้วย เขาพยายามจะให้ เมสซี ออกมาให้ได้ แต่กองหน้าหมายเลข 10 กลับเดินหนีไปหน้าตาเฉย และทำให้ เนย์มาร์ กลายเป็นคนที่ต้องออกจากสนามแทน

2. คริสเตียโน โรนัลโด้Cristiano RonaldoMatthias Hangst/GettyImages เกม ยูฟา แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2016/17 เดินทางมาถึงจุดสำคัญสำหรับ เรอัล มาดริด และ เซเนอดี ซีดาน เมื่อ พวกเขาตามหลัง บาเบิร์น มิวนิค 1-2 ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย เลกที่สอง ซึ่งถ้าจบที่สกอร์นี้ พวกเขาต้องไปเล่นกันต่อในช่วงต่อเวลาพิเศษ หลังเกมแรก เรอัล มาดริด ก็ชนะด้วยสกอร์เดียวกัน

เกมดำเนินมาถึงช่วงท้าย ซีดาน มองว่าเขาควรส่งหน้าใหม่ลงสนามเพื่อเพิ่มความสด โดยเฉพาะตัวที่อาจสร้างจุดเปลี่ยนได้ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ทว่า 2 ตัวรุกอย่าง คาริม เบนเซมา กับ อิสโก้ โดนถอดออกไปก่อนแล้ว ทำให้ คริสเตียโน โรนัลโด้ กลายเป็นตัวเลือกสุดท้าย ซึ่งสตาร์ชาวโปรตุเกสปฏิเสธ

เกมดำเนินต่อไปอีก 30 นาทีในช่วงต่อเวลาพิเศษโดยที่ โรนัลโด้ ยังอยู่ในสนาม และเขาก็จัดการยิง 2 ประตู กลายเป็นแฮตทริกของเขา พาทีมเข้ารอบ และไปจบที่การคว้าแชมป์ แชมเปี้ยนส์ลีก สมัยที่ 2 ติดต่อกันเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

1. ลูคัช ฟาเบียนสกี้Lukasz FabianskiMichael Steele/GettyImages ในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล 2016/17 สวอนซี ซิตี้ กำลังอยู่ในช่วงลุ้นหนีตกชั้น และมีคิวต้องเจอกับ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ในเกมที่ 31 ของฤดูกาล ซึ่งประตูของ เวย์น เราท์เลดจ์ กำลังจะทำให้ สวอนซี เก็บ 3 แต้มสำคัญได้อยู่แล้ว จนปัญหามาเกิดขึ้นในจังหวะสำคัญนาทีที่ 81 

นายทวารคนเก่งของทีมอย่าง ฟาเบียนสกี้ ได้รับบาดเจ็บจากจังหวะปะทะกับ วินเซนต์ ยานเซน ของ สเปอร์ส ซึ่งดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะหมดสิทธิ์ลงเล่นต่อแน่นอนแล้ว และ พอล คลีเมนท์ ผู้เป็นโค้ชก็ตัดสินใจที่จะส่งนายทวารสำรองอย่าง คริสตอฟเฟอร์ นอร์ดเฟลท์ ลงสนาม แต่นายทวารตัวจริงกลับขอลงเล่นต่อไป แม้จะดูไม่สมบูรณ์

คลีเมนท์ ต้องการ 3 แต้มอย่างสุด ๆ และนั่นทำให้อีก 7 นาทีต่อมา เขาตัดสินใจส่งสัญญาณให้ ฟาเบียนสกี้ อีกครั้งว่าจะเปลี่ยนตัว และผู้ตัดสินที่ 4 ก็ทำการชูป้ายบอกหมายเลขนักเตะที่จะทำการเปลี่ยนตัวไปแล้วด้วย ทว่า ฟาเบียนสกี้ ทำสิ่งที่ไม่ต่างอะไรจาก เกปา อาร์ริซาบาลาก้า เลย นั่นก็คือการตะโกนบอกโค้ชว่า 'ไม่ ไม่' พร้อมชี้มือชี้ไม้เพื่อเป็นการบอกว่าเขายังโอเค

แน่นอนว่า นอร์ดเฟลท์ เป็นฝ่ายคอตกเดินกลับม้านั่ง ในขณะที่ คลีเมนท์ อาจไม่ได้หัวเสียมากนักเท่า ซาร์รี ตอนที่บอกผู้ตัดสินที่ 4 ว่าเขาจะไม่เปลี่ยนตัวแล้ว แต่เรื่องราวหลังจากนั้นกลับทำให้เขามีเหตุผลสมควรที่จะหัวร้อนสุด ๆ ในเวลาต่อมา

ฟาเบียนสกี้ เสีย 3 ประตูในเวลาที่เหลือประมาณ 7 นาที (2 นาทีปกติ กับ 5 นาทีช่วงทดเวลา) ส่งผลให้ทีมแพ้กระจุยกระจาย 1-3 สวอนซี ร่วงไปอยู่ในโซนตกชั้นหลังเกมนั้น และ แฟนบอล สเปอร์ส ก็เอาเขาไปล้อเลียนว่าเป็นเหตุผลที่ทำให้ สเปอร์ส เก็บ 3 แต้มได้ในเกมดังกล่าว