โลกทั้งใบให้เธอคนเดียว : ชีวิตปั๊บปีเลิฟวัย 9 ขวบของ "เจ้าหนูลีโอ"

โลกทั้งใบให้เธอคนเดียว : ชีวิตปั๊บปีเลิฟวัย 9 ขวบของ "เจ้าหนูลีโอ"
Main Stand

สนับสนุนเนื้อหา

เพลง Can't Help Falling in Love ของ เอลวิส เพรสลี่ย์ มีเนื้อความถึงคำกล่าวของนักปราชญ์ที่บอกว่ามีแต่คนโง่เท่านั้นที่กระโจนเข้าหาความรัก แต่ในความเป็นจริงแล้วหากคำว่ารักมันสปาร์กขึ้นมารับรองว่าไม่หน้าไหนก็ต้องแพ้ให้กับความรักทั้งนั้น

นี่คือเรื่องราวของ ลิโอเนล เมสซี่ ราชาโลกฟุตบอลผู้ลุยทั่วไปร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำเพื่อเอาชนะคู่แข่งด้วยเท้าซ้ายของเขา...ใครจะคิดจะขวาง เมสซี่ คนนั้นจบเกมแบบศพไม่สวยแน่ นอกจากเด็กหญิงวัย 9 ขวบคนหนึ่ง ที่เดินมาดุ่มและยิงศรรักปักหัวใจของเขาจนถอดไม่ออก และกลายเป็นจุดอ่อนเดียวของ “เมสซี่” จนถึงทุกวันนี้

 

และนี่คือเรื่องราวที่เกิดขึ้น...

นั่นใครวะลูคัส!

แสงเเดดอ่อนๆ ยามบ่ายทอลงมากระทบสนามฟุตบอลหญ้าเทียมของสโมสร นีเวลล์ส โอลด์ บอยส์ ทีมในประเทศอาร์เจนติน่า วันนี้เป็นคิวฝึกซ้อมของทีมชุดยู 10 ที่เจ้าหนูสิงห์นักเตะทั้งหลายไล่หวดลูกฟุตบอลมาตั้งแต่เช้าจนสิ้นสุดโปรเเกรมซ้อมเซสซั่นสุดท้าย ...

"เอล ลีโอ มันทำอะไรของมันน่ะคุณรู้หรือเปล่า ทำไมไอ้หนูนี่มันถึงได้ดูร้อนรนกระสับกระส่ายขนาดนั้น?" เอ็นริเก้ โดมิงเกวซ สต๊าฟโค้ชของทีมถามกับ มิสเตอร์ ซคาเญีย ซึ่งมารอรับลูกชายที่เล่นในทีมนี้กลับบ้าน 

"เขารอให้เรากลับบ้านกันน่ะสิ เขาจะได้กลับบ้านพร้อมกับเราด้วย … เพราะนี่ก็ใกล้สุดสัปดาห์แล้วนี่นะ" มิสเตอร์ ซคาเญีย ตอบกลับแบบแทบไม่ต้องคิด เพราะนี่คือสิ่งที่เขาเจอประจำทุกวันศุกร์ที่มารับ ลูคัส ลูกชายของเขา

 1

ทุกวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ อันโตเนล่า ร็อคคุซโซ่ หลานสาววัย 8 ขวบของมิสเตอร์ซคาเญียจะมาพักที่บ้านลุงของเธอ และสาวน้อยคนนี้นี่เอง คือคนที่ขโมยหัวใจของ เอล ลีโอ จอมกระสับกระส่ายไปครอบครองตั้งแต่อายุ 9 ขวบเท่านั้น

ลีโอ เป็นเด็กตัวเล็กที่สุดในทีม นีเวลล์ส แต่เขากลับเป็นหัวโจกของเพื่อนๆ ร่วมทีม โดยเฉพาะกับ ลูคัส ซคาเญีย เพื่อนซี้ที่ตัวติดกันเป็นตังเม ลีโอ ชอบไปที่บ้านของ ลูคัส หลังซ้อมเสร็จเพราะบ้านหลังนี้มีเกม เพลย์สเตชั่น และเเล้วช็อตเปลี่ยนชีวิตของ ลีโอ ก็มาถึงเมื่อน อันโตเนลล่า ชะโงกหน้าเข้ามาในระหว่างที่ทั้งสองคนกดเกมกันอยู่และถ้าว่า "ฉันจะลงไปข้างล่างพวกเธอจะเอาอะไรไหม?"

เปรี้ยง! สบตาแรก ลีโอ หัวใจแทบหลุดจากอกเมื่อได้เห็นหน้าของ อันโตเนลล่า เขารู้ได้ทันทีว่า "โดนใจใช่เลย" แม้ใครจะมองว่ามันคือปั๊ปปี้เลิฟของวัยใสหรือแม้กระทั่งเป็นความรักของเด็กแก่เเดด แต่เขารู้แน่ว่าผู้หญิงคนนี้คือคนที่เขาอยากจะอยู่ด้วยไปตลอดชีวิต ... แต่สีหน้าของ ลีโอ ในตอนนั้นทำเอา ลูคัส ขำก๊าก เพราะมันเหวอจนอดไม่ไหว "เป็นบ้าอะไรของแกวะไอ้นี่หนิ เร็วสิโว้ยเรากำลังเล่นเกมกันอยู่นะ"

 2

"เห้ยลูคัส นั่นใครวะ?" ลีโอถามได้แค่นั้นก่อนลูคัสจะตอบว่า "อันโตเนลล่าน่ะญาติฉันเอง" … นับตั้งแต่วันนั้นชื่อของ อันโตเนลล่า ก็วนอยู่ในหัวสมองของ ลีโอ เป็นวันละร้อยรอบเห็นจะได้ นี่หรือคืออาการตกหลุมรักที่ใครต่อใครเขาว่ากัน ...

ทั้งสองคนรู้จักกันในฐานะเพื่อนคนหนึ่ง ซึ่ง ลีโอ ไม่ยอมหยุดแค่นี้แน่เขาพยายามที่จะใกล้ชิดกับ อันโตเนลล่า ให้มากที่สุด แต่นิสัยของเขานั้นเป็นพวกปอดแหกเมื่ออยู่ต่อหน้าสาว คำพูดเตรียมท่องมาตั้งแต่สนามบอลจนถึงบ้านของ มิสเตอร์ ซคาเญีย ถูกลบทิ้งจากสมองของเขาทั้งหมดเมื่อได้เจอกับ อันโตเนลล่า เรื่องนี้ยังสร้างความฮาให้กับ ลูคัส ตลอดจนถึงทุกวันนี้ "ไอ้นี่ตัวป๊อดเลย เจอหน้าหญิงแล้วปากซีดอย่างกับไก่ต้มแน่ะ" เขาอธิบายถึงลีโอในวัยเด็ก 

เมื่อการใช้ปากพูดไม่เวิร์ก ลีโอ คิดวิธีใหม่ที่ง่ายกว่าและกดดันน้อยกว่านั่นคือการเขียนจดหมาย ทุกๆวันจันทร์ถึงศุกร์เขาจะเตรียมเขียนกลอนซึ้งปานว่าสาวไหนได้เปิดคงอมยิ้มไปทั้งวัน และเมื่อถึงวันเสาร์-อาทิตย์ อันเป็นช่วงเวลาทอง เขาจะเอามันไปมอบให้อันโตเนลล่าด้วยการ "แอบๆ" ตามสไตล์หนุ่มจืดที่ยังไม่เจนสนาม 

 3

ปรากฎว่ามันเวิร์ก… จดหมายทำหน้าที่ของมันได้เป็นอย่างดี ลีโอ ใช้เวลาเทียวไล้เทียวขื่ออยู่ร่วมปี ที่สุดแล้วเขาก็ตัดสินใจว่าจดหมายฉบับต่อไปจะเป็นจดหมายฉบับสุดท้ายเเล้ว ฉะนั้นถ้อยในหน้ากระดาษต้องเด็ดขาดกระชากใจที่สุด จดหมายฉบับนี้จะเป็นเหมือนหมัดน็อกของเขาที่จะพิชิตใจ อันโตเนลล่า ให้ได้... ลีโอร้อยเรียงเรื่องราวมาตั้งมากมาย สุดท้ายเขากลับลงเอยที่ถ้อยคำสั้นๆว่า "สักวันหนึ่ง เธอจะกลายเป็นผู้หญิงของฉัน ตราบชั่วนิรันดร์" หลังจากนั้นความรักแบบปั๊ปปี้เลิฟก็เกิดขึ้น 

ชนะใจ แพ้กาย...

ลีโอ ได้คบกับ อันโตเนลล่า ตามที่ใฝ่ฝัน เขาชอบที่จะใช้ช่วงเวลาหลังซ้อมพาเธอไปดูภาพยนตร์ในเมือง บางครั้งก็มีลูคัส ติดสอยห้อยตามไปยังที่ต่างๆด้วย แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา แค่มี อันโตเนลล่า อยู่ข้างๆ เขาจะอยู่ที่ไหนก็ได้บนโลกนี้ 

ทั้งคู่คบกันได้ 3 ปี และการมีความรักไม่ได้ทำให้ลีโอวินัยหย่อนยานลงไปเลย เขาเป็นนักเตะหมายเลข 10 ของทีมผู้ชี้ผลแพ้ขาดได้ด้วยเท้าซ้ายอันมหัศจรรย์เหมือนอย่างที่เป็นในทุกวันนี้ แต่ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่วินัยหรือความสามารถ แต่มันคือร่างกายของเขาต่างหากที่มันผิดปกติเกินกว่าเด็กๆรุ่นเดียวกัน และหากปล่อยเอาไว้ต้องแย่แน่ เพราะในขณะที่อายุ 13 เด็กๆคงอาจจะสูงได้ถึง 170 เซนติเมตร แต่สำหรับลีโอความสูงของเขาหยุดอยู่ที่ 140 เซนติเมตรมาตั้งแต่อายุ 10 ขวบเเล้ว ดังนั้นนี่คือเรื่องใหญ่แน่นอน

4

ทางรักษาเดียวในเวลานั้นคือการฉีดยากระตุ้นฮอร์โมนเดือนละ 1 ครั้ง และทุกๆครั้งจะมีค่าใช้จ่ายราว 1,000 ดอลลาร์ ซึ่งนั่นถือว่ามากโขสำหรับครอบครัวที่หาเช้ากินค่ำ พ่อของเขาพยายามนำลูกไปคัดตัวกับทีมใหญ่เบอร์แรกๆของอาร์เจนติน่า อย่าง ริเวอร์เพลท เพื่อให้ลูกได้เล่นกับทีมที่มีเงินมากพอจะลงทุนกับค่าฉีดยาเร่งโตของเขา ซึ่งคำตอบของริเวอร์เพลทในตอนนั้นคือไม่เอา พวกเขาไม่กล้าแบกความเสี่ยงด้วยเงินกว่า 4,000 ดอลลาร์ต่อเดือนสำหรับนักเตะอายุแค่ 13 ปี ที่ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้างหลังจากนี้ 

เมสซี่เก่งแต่ตัวเล็กไป โจทย์คือต้องหาทีมที่มีเงินพร้อมเสี่ยง และมีโค้ชคนหนึ่งของทีมบอกว่าลองไปที่บาร์เซโลน่าในสเปนดูสิ ที่นั่นคือดินเเดนของฟุตบอลที่เล่นกันด้วยทักษะล้วนๆ แบบที่ลีโอถนัด... 2 พ่อ-ลูกจึงบินไปยังแคว้นกาตาลุนญ่า เพื่อเจรจาเรื่องดังกล่าวให้ลุล่วง หนนี้บาร์ซ่าตอบรับ ลีโอจะได้เป็นส่วนหนึ่งของ ลา มาเซีย ศูนย์ฝึกเยาวชนที่ดีที่สุดในโลก และได้รับการรักษาที่ถูกต้องแบบไม่ต้องเสียเงินเลยสักบาทเดียว และเหตุนี้ทำให้ ลีโอ ต้องทิ้งโลกแห่งความฝันที่มีเขาและอันโตเนลล่า มาเพื่อเผชิญกับโลกแห่งความจริงที่มีเขากับบาร์เซโลน่า

5

การมาใช้ชีวิตอยู่ในสเปนไม่ง่ายเลย ช่วงแรกๆ เขามักจะถูกเด็กท้องถิ่นในทีมอย่าง เชส ฟาเบรกาส และ เคราร์ด ปีเก้ กลั่นแกล้งทั้งในและนอกสนาม ดังนั้นความสุขเดียวของลีโอคือช่วงเวลาหลังเลิกซ้อม เขากลับมาเริ่มเขียนจดหมายให้ อันโตเนลล่า อีกครั้ง ทุกๆ ครั้งเขาจะขึ้นประโยคว่า "ถึงอันโตเนลล่าที่รัก..." ซึ่งเนื้อความส่วนใหญ่ในจดหมายนั้นเกี่ยวข้องกับความหนักแน่นที่เขามีให้เธอ และสิ่งที่เขาอยากได้จากเธอก็คือสิ่งเดียวกันที่เขามี... แต่ความรักกับระยะทางคือปัญหาคลาสสิกของโลกนี้ น้อยคนนักจะก้าวผ่านเรื่องราวเช่นนี้ไปได้และพบตอนจบแบบเเฮปปี้เอนดิ้ง 

รักระยะไกล

เวลาผ่านไปแล้ว 3 ปี นับตั้งแต่เขามาจาก โรซาริโอ บ้านเกิด ลีโอ เติบโตขึ้นจริงด้วยฮอร์โมนที่แพงหูฉี่ ขณะที่ฝีเท้าของเขาก็เก่งมากขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มถูกพูดถึงฐานะดาวรุ่งที่มีโอกาสแจ้งเกิดได้ในอนาคต อีกทั้งช่วงเวลาดังกล่าวโปรเเกรมเมสเซนเจอร์ต่างๆ เริ่มแพร่หลายมากขึ้น ทุกอย่างดีหมด... ยกเว้นอย่างเดียวคือความสัมพันธ์ของหนุ่ม-สาว ทั้ง 2 คน

 6

อันโตเนลล่า ในวัย 16 ปี เริ่มเข้าสู่วัยสาวสะพรั่ง บ้านของเธอมีกิจการเป็นเจ้าของซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ เรียกได้ว่าเธอเป็นสาวที่มีคุณสมบัติพร้อมสรรพ สวยและรวยมาก จึงทำให้เป็นที่ต้องตาถูกใจกับหนุ่มน้อยใหญ่หลายคน และในปี 2005 กลับมีข่าวที่ไม่ดีมาถึงหูของลีโอจนได้... อันโตเนลล่า ถูกหมั้นหมายไว้เเล้วโดยชายอื่น หัวใจเขาตกลงไปอยู่ตาตุ่ม ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าการหมั้นหมายของอันโตเนลล่าเกิดขึ้นได้อย่างไร  

ลีโอ ต้องกลับไปที่ โรซาริโอ เพราะเพื่อนสนิทของอันโตเนลล่า เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ลีโอเป็นคนที่อยู่คอยปลอบใจและช่วยเรื่องในช่วงเวลาที่อันโตเนลล่าเศร้าจนไม่เป็นอันกินอันนอน และเมื่อเวลาผ่านไปไฟก็กลับมาติดอีกครั้ง และคู่แท้ยังคงเป็นคู่แท้เสมอ ลีโอ เอาชนะใจคนรักของเขาได้เป็นครั้งที่สอง และความสัมพันธ์ทั้งคู่ก็เดินต่อได้อีกครั้ง ขณะที่คู่หมั้นของอันโตเนลล่ายอมรับสภาพความจริง เพราะรู้ว่าทั้งสองคนรักกันมาก และเขาไม่อาจจะทดแทนได้ "อย่างน้อยๆ เธอก็ทิ้งผมไปหาคนอย่างเมสซี่ล่ะนะ" หนุ่มนิรนามกล่าวกับสื่อแห่งหนึ่งในอาร์เจนติน่า 

 7

ลีโอ ไม่ยอมให้ อันโตเนลล่า จากไปไหนอีกเเล้ว เขาต้องพัฒนาตัวเองให้เป็นนักฟุตบอลที่เก่งกาจ เพื่อจะได้มีชื่อเสียงและฐานะที่ดีพอสำหรับรับผิดชอบชีวิตลูกสาวเถ้าแก่ซูเปอร์มาร์เก็ต ถึงตอนนี้จะกล่าวได้ว่าความเก่งกาจของ ลิโอเนล เมสซี่ มีเบื้องหลังมาจากการอยากพิสูจน์ตัวเองให้ อันโตเนลล่า เห็นก็ย่อมได้ 

จากเจ้าหนูลีโอ กลายเป็น ลิโอเนล เมสซี่ วันเดอร์คิดแห่งโลกลูกหนังภายในเวลาไม่กี่ปี เขาได้ลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ของบาร์เซโลน่า และเริ่มมีชื่อเสียงขึ้นมาในระดับหนึ่ง แต่เขาก็ให้เวลากับ อันโตเนลล่า มากขึ้นด้วยการบินกลับไปหาที่อาร์เจนติน่าบ่อยๆ และเป็นธรรมดาของนักฟุตบอล เมื่อดังขึ้นมาเเล้วเรื่องส่วนตัวย่อมเป็นที่อยากรู้ของสื่อ ซึ่ง เมสซี่ กล้าพูดได้เต็มปากว่า"ผมมีแฟนแล้ว และเธอก็อยู่ที่อาร์เจนติน่า" ไม่จำเป็นต้องกั๊กใดๆทั้งสิ้น เมื่อได้เจอกับคนที่ใช่เเล้วไม่มีเหตุผลที่จะต้องลังเลใดๆอีก

8

ผมจะทำตามสัญญา

อย่างที่ทุกคนรู้กัน ลิโอเนล เมสซี่ เก่งแบบก้าวกระโดดแบบที่ใครก็หยุดไม่อยู่ เขาสร้างสถิติมากมายในช่วงวัยรุ่น ก่อนจะกลายเป็นนักฟุตบอลที่เก่งที่สุดในโลกด้วยการคว้าบัลลงดอร์ครั้งแรกเมื่อปี 2009 ตอนอายุแค่ 22 ปีเท่านั้น ชีวิตของ เมสซี่ มั่นคงเพียงพอที่จะดูแลใครได้แล้วจึงชักชวน อันโตเนลล่า มาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันที่ สเปน ในปี 2010 แต่เธอต้องใช้ความคิดมากๆสำหรับเรื่องนี้เพราะตอนนั้นเธอมีอนาคตที่สดใสรออยู่ เธอกำลังเรียนทันตแพทย์ แต่สุดท้ายเเล้วเธอเชื่อว่าผู้ชายที่รู้จักกันมาตั้งแต่ 9 ขวบคนนี้ คือคนที่เธอสามารถเชื่อใจได้ 

เมสซี่ แตกต่างกับนักเตะระดับสตาร์ชาวละตินทั่วไปที่จะติดปาร์ตี้และวินัยในการซ้อมหย่อนยาน แต่สำหรับเขามันต่างกันโดยสิ้นเชิง ทุกประตูที่เขาทำได้ ทุกลีลาที่เขาวาดออกมาในสนามล้วนแต่นำมาซึ่งชื่อเสียง, เงินทอง, เกียรติยศ และสำคัญที่สุดเขาคิดว่า อันโตเนลล่า ต้องภูมิใจกับสิ่งที่เขาทำ 

อย่างไรก็ตามคำว่า "เคมีเข้ากัน" คือคำที่เหมาะกับคู่รักคู่นี้มากที่สุด เพราะหลังจาก เมสซี่ ลงสนามและยิงประตูได้เขามักจะกลับมาอวด อันโตเนลล่า เสมอ แต่สาวเจ้ากลับแค่พยักและบอกว่า "อ๋อเหรอ" ซึ่งดูก็รู้ว่าเธอตอบรับไปอย่างนั้นเอง นี่คือภาพน่ารักๆ ที่เกิดขึ้นในบ้านหลังน้อยของพวกเขาเสมอ "เธอเป็นพวกเบื่อฟุตบอลน่ะ เวลาผมกลับบ้านแล้วบอกเธอว่าที่รักวันนี้ผมยิงแฮตทริกได้ด้วยนะ แต่เธอกับเฉยซะงั้น" เมสซี่หัวเราะเมื่อพูดถึงชีวิตคู่ที่เรียบง่ายของเขา

 9

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ปี 2012 อาร์เจนติน่า ลงเล่นฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกกับ โบลิเวีย ก่อนที่ เมสซี่ จะจัดการยิงไป 4 ประตู ซึ่งปกติเเล้วการยิง 4 ลูกของ เมสซี่ ถือว่าไม่ใช่เรื่องที่แปลกจนชวนตะลึง แต่ท่าดีใจของเขาต่างหากที่เป็นการบอกนัยๆว่า อันโตเนลล่า กำลังตั้งท้องลูกชายคนแรกที่ชื่อว่า ติอาโก้ และในช่วงวันที่จะคลอดนั้น เมสซี่ ได้รับอนญาตให้งดซ้อม และอยู่เฝ้าแฟนสาวจนกระทั่งคลอดลูกชาย นาทีที่ ติอาโก้ ลืมตาขึ้นมาดูโลกมันคือวันที่ เมสซี่ ผู้สยบโลกลูกหนังต้องร้องไห้ออกมาเพราะการทำคลอดเป็นไปอย่างยากลำบาก เขารู้สึกว่ามันใช้เวลานานมากจนเขากลัวและกังวลไปหมด จนกระทั่งลูกคลอดออกมาอย่างปลอดภัย

"วันนี้ผมเป็นผู้ชายที่มีความสุขที่สุดในโลก ลูกชายของผมถือกำเนิดแล้ว ขอบคุณพระเจ้าสำหรับของขวัญชิ้นนี้ ขอบคุณครอบครัวของผมสำหรับกำลังใจและการสนับสนุนของพวกเขา รักพวกคุณทุกคน"

จากนั้นอีกไม่กี่ปี มาเตโอ ลูกชายคนที่ 2 ก็ตามมาติดๆ ในปี 2015 และ ชิโร่ ลูกชายคนที่สามในปี 2018... เห็นได้ว่าชีวิตของเมสซี่ไม่ได้มีแค่ฟุตบอลเพียงอย่างเดียว หากใครที่ติดตามโซเชี่ยลมีเดียของเขาจะเห็นได้ว่าเจ้าตัวมักจะโพสต์ภาพและวีดีโอพร้อมๆกับครอบครัวเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเล่านิทาน, ป้อนนม, เปลี่ยนผ้าอ้อม เขาล้วนจัดการมันได้อย่างคล่องแคล่วไม่ต่างกับลีลาตอนเล่นฟุตบอลเลย

 10

อย่างไรก็ตาม ในฐานะลูกผู้ชายสิ่งที่มีอยู่ในเวลานี้ยังถือว่าไม่เต็ม 100% เขารู้ดีว่าแม้จะคบกันมานานแต่ เมสซี่ กับ อันโตเนลล่า ก็ไม่ได้เป็นสามี-ภรรยาอย่างถูกกฎหมาย และเพื่อเป็นการให้เกียรติกับหญิงอันเป็นที่รัก เขาตัดสินใจมอบวันที่ลูกผู้หญิงทุกคนรอคอย นั่นคือจัดงานแต่งงานขึ้นเพื่อประกาศว่านับจากนี้ต่อไปผู้หญิงคนนี้จะเป็นคู่ชีวิตของเขาไปตราบนิรันดร์… เหมือนกับจดหมายน้อยที่เคยเขียนไว้ตอนอายุ 9 ขวบทุกคำไม่มีผิดเพี้ยน  

งานแต่งเมื่อปี 2017 ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย มีเพียงสมาชิกในครอบครัวและมิตรสหายที่สนิทของทั้งคู่ร่วมงาน ทั้งสองคนร่วมจดทะเบียนสมรสเป็นคู่ผัวตัวเมียกันอย่างถูกกฎหมาย และของขวัญที่เจ้าบ่าวเตรียมให้ อันโตเนลล่า คือ การเชิญนักร้องคนโปรดของเจ้าสาว อเบล พินโทส นักร้องชื่อดังชาวอาร์เจนติน่า มาร้องเพลงหวานซึ้ง "ไม่มีเริ่มต้น ไม่มีสิ้นสุด" (Sin Principio Ni Final) นั่นเหมือนเป็นการบอกว่าความรักของทั้งคู่จะคงอยู่ไปตลอดกาล