เป็นนักการเมืองไม่ดีหรือไง? : เจาะลึกเหตุ "ปาเกียว" ไม่ยอมลาสังเวียน

เป็นนักการเมืองไม่ดีหรือไง? : เจาะลึกเหตุ "ปาเกียว" ไม่ยอมลาสังเวียน
Main Stand

สนับสนุนเนื้อหา

เมื่อพูดถึงวงการมวยสากลในปัจจุบัน ไม่ต้องสงสัยเลยว่า “แมนนี่ ปาเกียว” น่าจะเป็นหนึ่งในชื่ออันดับต้นๆ ที่แฟนกำปั้นทั่วโลกนึกถึง

เพราะไม่เพียงเจ้าของฉายา “Pac-Man” ผู้นี้จะมีสไตล์การชกที่ดุดัน เดินหน้าลุยแหลกจนมีแฟนๆ ติดตามมากมายแล้ว เส้นทางชีวิตกว่าจะมีวันนี้ของเขายังโชกโชน กับความผิดหวังและความสำเร็จที่พบเจอมามากมาย

 

แต่ทั้งๆ ที่ผู้คนมากมายต่างยกให้เป็น “ฮีโร่”, “ไอดอล” หรือแม้แต่ “ตำนาน”, “พระเจ้า” … ปาเกียวก็ยังคงมีไฟต์ขึ้นชกอย่างต่อเนื่อง แม้ปัจจุบันย่างเข้าสู่วัยที่ถือว่าเป็นบั้นปลายอาชีพ และเปิดเส้นทางใหม่ในชีวิตไปแล้วหลายอย่างก็ตาม

เหตุผลกลใดที่ทำให้เขาติดใจกับกลิ่นสาบผืนผ้าใบถึงเพียงนี้?

จากดาวรุ่งสู่ตำนาน

แม้ปาเกียวจะเริ่มต้นเส้นทางสายกำปั้นตั้งแต่ปี 1995 แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ช่วงเวลาซึ่งเขาเริ่มเป็นที่รู้จักของแฟนมวยโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวไทย คือเหตุการณ์ที่เขากระชากเข็มขัดแชมป์โลกเส้นแรก ด้วยการชนะน็อก ฉัตรชัย สาสะกุล (ฉัตรชัย สามเคแบตเตอรี่) ในการชิงแชมป์รุ่นฟลายเวต 112 ปอนด์ ของ WBC เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 1998

 1

ถึงกระนั้น Pac-Man อาจจะเป็นเพียงแค่นักชกที่มีชื่อเสียงแค่ในทวีปเอเชียเท่านั้น หากเขาไม่ได้รับโอกาสครั้งสำคัญ …

23 มิถุนายน 2001 เลโล เลดวาบา แชมป์โลกรุ่นจูเนียร์เฟเธอร์เวต (สถาบันอื่นเรียก ซูเปอร์แบนตั้มเวต) 122 ปอนด์ ของ IBF ชาวแอฟริกาใต้มีโปรแกรมต้องขึ้นชกป้องกันแชมป์กับ เอ็นริเก้ ซานเชซ ที่ ลาส เวกัส เมกกะแห่งวงการกำปั้น แต่เหตุการณ์ไม่เป็นไปอย่างที่วางไว้ เมื่อซานเชซได้รับบาดเจ็บต้องถอนตัวจากไฟต์ และต้องหาคนมาขึ้นชกแทน

ปาเกียว คือคนที่ได้รับโอกาสนั้น ซึ่งนี่ถือเป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาได้ไปขึ้นชกที่ดินแดนแห่งเสรีภาพอีกด้วย

"ตอนนั้นผมมีโปรแกรมต้องขึ้นสู้กับคนอื่นน่ะ" เลดวาบา เล่าถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น "คู่ชกในตอนแรกของผมเป็นมวยขวา แต่ก่อนขึ้นชกไม่นานก็ได้ข่าวว่าเขาบาดเจ็บ และได้แมนนี่เป็นมวยแทน ปัญหาคือเขาเป็นมวยซ้าย ซึ่งเป็นสไตล์ที่คุณต้องใช้เวลาในการเตรียมรับมือ โดยเฉพาะกับไฟต์ชิงแชมป์แบบนี้"

"วันนั้นผมงัดทุกตำรามารับมือแล้วนะ พยายามที่จะคุมเกมให้ได้ แต่แมนนี่เป็นอะไรที่แตกต่างเลย เขากระโดดไปมาแล้วก็ปล่อยหมัดไปด้วยจนผมต้อนเขาไม่ได้เลย"

 2

จากคู่ชกที่คิดว่าหมูๆ แต่พอชกจริงกลับเป็นหมูเขี้ยวตัน ไฟต์ดังกล่าวเลยมีบทสรุปอันเหลือเชื่อเข้าไปใหญ่ เมื่อปาเกียวสามารถน็อกเลดวาบาได้ในยกที่ 6 คว้าแชมป์โลกเส้นที่ 2 มาได้สำเร็จ

"ไม่มีใครสักคนในสหรัฐฯ ที่รู้จักปาเกียวจนกระทั่งเขาขึ้นชกกับผม แถมตอนนั้นผมยังถูกยกให้เป็นหนึ่งในยอดมวยของรุ่นอีกด้วย และนั่นทำให้การเอาชนะผม เป็นใบแจ้งเกิดให้กับแมนนี่ในสหรัฐอเมริกาไปโดยปริยาย"

เส้นทางสายใหม่

ชัยชนะเหนือเลดวาบา ทำให้ เฟรดดี้ โรช เทรนเนอร์ระดับโลกแห่ง Wild Card Gym ในมหานครลอสแอนเจลิสตัดสินใจเข้ามาดูแลปาเกียว เพื่อพัฒนาเขาสู่การเป็นยอดมวยของโลกอย่างเต็มตัว

 3

ซึ่งช่วงเวลาหลังจากนั้น หากเรียกว่ามันคือ “ประวัติศาสตร์” ก็คงไม่ผิดอะไร เมื่อปาเกียวสามารถคว้าแชมป์โลกได้อีกถึง 6 รุ่น ประกอบไปด้วย เฟเธอร์เวต 126 ปอนด์, ซูเปอร์เฟเธอร์เวต 130 ปอนด์, ไลท์เวต 135 ปอนด์, จูเนียร์เวลเตอร์เวต 140 ปอนด์, เวลเตอร์เวต 147 ปอนด์ และ ไลท์มิดเดิลเวต 154 ปอนด์ ทำให้ปาเกียวสร้างสถิติเป็นมนุษย์คนแรกและคนเดียวจนถึงตอนนี้ที่คว้าแชมป์โลกได้ถึง 8 รุ่น

ไม่เพียงเท่านั้น เส้นทางกว่าจะมาเป็นแชมป์โลก 8 รุ่นของเขายังถือเป็นสิ่งที่ทำให้แฟนมวยหลงรัก ด้วยสไตล์การชกแบบเดินหน้าอย่างที่คนดูอยากเห็น อีกทั้งไม่ว่าจะเป็นคู่ชกฝีมือพระกาฬขนาดไหน แมนนี่ ปาเกียว ก็พร้อมเจอหมด ไม่ว่าจะเป็น เอริค โมราเลส และ ทิโมธี่ แบรดลี่ย์ ที่เจอกันคนละ 3 รอบ, ฮวน มานูเอล มาร์เกวซ ที่เจอกันถึง 4 รอบ รวมถึง ออสการ์ เดอลาโฮย่า, ริคกี้ ฮัตตัน, เชน มอสลี่ย์ และแน่นอนที่สุด ซูเปอร์ไฟต์ที่ทั่วโลกรอคอยกับ ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ แม้มันจะมาช้าไปหน่อยในสายตาแฟนๆ ก็ตาม

แต่ในระหว่างที่กำลังสร้างชื่อบนเส้นทางกำปั้น กลับมีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในสมองของเขา … ทั้งๆ ที่เรื่องดังกล่าวเป็นสิ่งที่เขาเกลียดเสียด้วยซ้ำ

“อันที่จริงผมเกลียดเรื่องการเมืองนะ เพราะการพิจารณาเรื่องงบประมาณอะไรเนี่ย มันเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาไม่น้อยเลย แล้วชีวิตของผมก็คุ้นเคยกับสังเวียนและโรงยิมมากกว่าด้วย” ปาเกียวเปิดใจ “แต่อีกส่วนลึกๆ ผมต้องการช่วยเหลือพี่น้องร่วมชาติของผม ต้องการตอบแทนพวกเขาที่สนับสนุนผมมาถึงจุดนี้ และต้องการเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยแก้ปัญหาให้กับพวกเขา”

 4

และนั่นคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ แมนนี่ ปาเกียว ตัดสินใจเข้าสู่เส้นทางการเมือง ทว่าการลงสนามเลือกตั้งครั้งแรกเพื่อชิงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรของจังหวัด เซาธ์ โกตาบาเลา กลับลงเอยด้วยความพ่ายแพ้ ซึ่ง ดาร์ลีน อันโตนิโอ-คัสโตดิโอ ผู้ชนะในครั้งดังกล่าวให้ทรรศนะว่า "ประชาชนคงยังไม่พร้อมที่จะสูญเสียเขาในฐานะไอคอนของวงการมวยไป"

ถึงกระนั้น อุดมการณ์ของเขายังคงแรงกล้า และด้วยประสบการณ์ที่มากขึ้น ปาเกียวจึงสามารถชนะการเลือกตั้งครั้งต่อๆ มาได้ทั้งหมด เริ่มตั้งแต่การเลือกตั้ง ส.ส. ปี 2010 และ 2013 ในฐานะตัวแทนของจังหวัดซารังกานี บ้านเกิดของภรรยา ก่อนจะขยับมาลงสมัครเป็นวุฒิสมาชิก ซึ่งเขาก็ได้รับเสียงโหวตจากพี่น้องร่วมชาติให้เข้ามาทำหน้าที่อีกเช่นเคย

และด้วยความที่ต้นทุนทางการเมืองของเจ้าตัวนั้นดูจะน้อยเมื่อเทียบกับอีกหลายๆ คน ปาเกียวจึงให้ความสำคัญกับงานนี้มากเป็นพิเศษ อย่างที่ แครอล เจน โลเปซ ซึ่งเคยร่วมงานกับปาเกียวสมัยที่เขาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกล่าวไว้เมื่อปี 2010 ว่า "แม้การชกมวยจะเป็นรักแรกของเขา แต่ปัจจุบัน การทำงานรับใช้สังคมคือสิ่งที่ปาเกียวหลงใหล ฉันได้มีโอกาสทำงานร่วมกับเขา และถกเถียงกันในเรื่องต่างๆ อย่างจริงจัง ขอบอกเลยค่ะว่าเขาไม่ได้เป็นเพียงแค่นักมวยเท่านั้น แต่ยังเป็นนักการเมืองตัวจริงอีกด้วย"

เหตุไฉนถึงยังไม่เลิก?

นับถึงปัจจุบัน แมนนี่ ปาเกียว กำลังจะอยู่ในสถานะที่มีตำแหน่งทางการเมืองครบ 10 ปีเต็มทั้งในฐานะ ส.ส. และ ส.ว. ยิ่งไปกว่านั้น วาระดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาของเจ้าตัวจะไปสิ้นสุดเอาในปี 2022 นั่นเท่ากับว่า อย่างน้อยเรายังจะได้เห็นเขาบนเส้นทางสายนี้ไปอีกอย่างน้อยก็ 2-3 ปี หรืออาจมากกว่านั้น

 6

ไม่เพียงเท่านั้น Pac-Man ยังถือเป็นมนุษย์คิวทองอีกคนหนึ่ง เมื่อเขายังมีบทบาทในด้านอื่นๆ ออกมาอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นนักร้อง หรือแม้กระทั่งนักกีฬาบาสเกตบอล ซึ่งจากที่เคยลงสนามวาดลวดลายเอง ปัจจุบันเจ้าตัวข้ามขั้นถึงขนาดก่อตั้งลีกของตัวเองในชื่อ มหาลีกา ฟิลิปปินส์ บาสเกตบอลลีก ลีกกึ่งอาชีพที่แต่ละทีมใช้ได้เฉพาะผู้เล่นในประเทศเท่านั้น ซึ่งได้รับความนิยมอยู่ไม่น้อย

เห็นได้ชัดว่า ปาเกียวได้วางเส้นทางในอนาคตของตัวเองไว้แล้วอย่างพร้อมสรรพ จนไม่น่าที่จะต้องมาเจ็บตัวอย่างที่เขาต้องเจอบนสังเวียนผืนผ้าใบอีกแล้ว แต่เหตุไฉนเจ้าตัวถึงยังสนุกกับกีฬากำปั้นจนถึงทุกวันนี้?

เรื่องดังกล่าว ปาเกียวให้คำตอบด้วยตัวเองว่า "ผมยังคงมีแพสชั่นให้กับกีฬามวยอย่างเต็มเปี่ยม และกีฬานี้ก็ยังเป็นความหลงใหลของผมอีกด้วย มันยังมีความกระหายอยู่ข้างในตัว ผู้คนมากมายอาจไม่เข้าใจ แต่สิ่งที่อยู่ในตัวผม ทั้งในฐานะนักกีฬาและนักมวยเข้าใจ ผมจึงยังต้องการที่จะขึ้นสังเวียนต่อไปเรื่อยๆ เพราะผมยังได้เรียนรู้อะไรจากมันอีกมากมาย ไม่เพียงเท่านั้น ร่างกายของผมก็ยังไหวอยู่นะ"

 7

แค่คำจากปากของเจ้าตัวเองอาจจะไม่พอ ผู้คนรอบข้างตัวเขายังร่วมกันยืนยันด้วยว่า Pac-Man ยังเต็มที่กับเส้นทางสายนี้อย่างเต็มเปี่ยม ไม่ว่าจะเป็น บ็อบ อารัม หนึ่งในโปรโมเตอร์คู่บุญที่เผยว่า "ปาเกียวรักษาความฟิตอยู่เสมอนะ ไม่เพียงเท่านั้น เขายังพูดคุยกับประธานวุฒิสภาอยู่เสมอว่า จะมีช่วงไหนที่จะออกนอกประเทศซัก 2-3 สัปดาห์เพื่อซ้อมและขึ้นชกได้บ้าง" รวมถึง เฟรดดี้ โรช โปรโมเตอร์คู่ใจที่กล่าวว่า “ถ้ามีใครมาบอกผมในตอนที่ได้สอนเขาใหม่ๆ ว่า ปาเกียวจะขึ้นชกจนถึงวัย 40 ปี ผมคงไม่เชื่อแน่ล่ะ”

แพสชั่นที่ปาเกียวมีนั้นไม่ใช่เพียงการได้ขึ้นไปซัดคู่ชกบนเวทีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเป็นสุดยอดนักมวยตลอดกาลอีกด้วย เรื่องดังกล่าว ริค โอลิวาเรส นักข่าวสายกีฬาระดับแนวหน้าของฟิลิปปินส์เคยให้ทรรศนะว่า "เขาต้องการที่จะจารึกความยิ่งใหญ่ให้คงอยู่ไปตลอดกาล ด้วยวัยขณะนี้ เขารู้ดีว่าเหลือเวลาอีกไม่มาก ซึ่งมันก็ถือเป็นความเสี่ยง อย่าลืมว่าในระยะหลังเขามีสถิติแพ้-ชนะที่ค่อนข้างสูสี ซึ่งสำหรับผู้คนมากมาย ก็ไม่ต่างอะไรกับความพ่ายแพ้ ผมเชื่อว่าเป้าหมายของเขาจากนี้ คือการขึ้นสู้ให้เต็มที่เพื่อเป็นผู้ชนะ ก่อนจะอำลาวงการเพื่อเล่นการเมืองอย่างเต็มตัว"

ไม่ใช่แค่คำพูด แต่ปาเกียวพิสูจน์ด้วยสองหมัดของเขาให้เห็นเป็นประจักษ์แล้ว เมื่อในวัย 40 ปี เขายังสามารถเป็นแชมป์โลกรุ่นเวลเตอร์เวตของ WBA ได้ จากการชนะน็อก ลูคัส แม็ทธิสเซ่ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2018 และไฟต์ล่าสุดสดๆ ร้อนๆ กับการชนะคะแนน เอเดรียน โบรเนอร์ ป้องกันแชมป์ไว้ได้สำเร็จ

 8

แม้ปาเกียวจะประสบความสำเร็จมาจนไม่อาจนับไหว แต่หลายคนก็ยังสงสัยว่า ก้าวต่อไปของชายผู้นี้คืออะไร? จะเป็นการก้าวไปอีกขั้นบนเส้นทางการเมือง ด้วยการลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีรึเปล่า? ซึ่งแม้หลายคนอยากเห็น แต่เจ้าตัวก็ยืนยันครั้งแล้วครั้งเล่า รวมถึงครั้งล่าสุดหลังชนะโบรเนอร์ด้วยว่า ตอนนี้เขายังไม่สนใจ เพราะการได้ช่วยเหลือประชาชนยังคงเป็นสิ่งที่เขาต้องการทำอยู่

แต่ถ้าเป็นเรื่องบนสังเวียนนั้น เป้าหมายของปาเกียวยังคงชัดเจนเหมือนเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งก้าวย่างต่างๆ ของเขา รวมถึงการตัดสินใจเปลี่ยนมาให้ อัล เฮย์มอน โปรโมเตอร์มือทองแห่งยุคนี้เป็นผู้ดูแลเรื่องผลประโยชน์ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2018 เป็นต้นมา ดูจะสะท้อนสิ่งที่เขาต้องการได้ชัดเจนที่สุด … การเป็นสุดยอดนักชกตลอดกาล และมี ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ เป็นเป้าหมายที่ต้องพิชิต

 9

เพราะสำหรับ Pac-Man “ดรีมไฟต์” ที่หลายคนเฝ้ารอเมื่อปี 2015 จบลงอย่างค้านสายตาของหลายคน รวมถึงเจ้าตัวเองด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลที่ปาเกียวพยายามอย่างยิ่งที่ต้องการให้ “The Money” ยอมคืนสังเวียนเพื่อชกไฟต์ล้างตา ตลอดจนพร้อมทุ่มสุดตัว หวังยัดเยียดความปราชัยครั้งแรกในชีวิตให้กับยอดมวยชาวอเมริกันให้ได้

เพื่อที่สุดแล้ว ทั้งวงการจะได้ยอมรับด้วยความเต็มใจว่า สุดยอดตลอดกาลของวงการมวยโลกไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น แมนนี่ ปาเกียว ผู้เดียวเท่านั้น