TIMELINE : "โค้ชโต่ย" จากสตาฟฟ์ฯนอกสายตา สู่เก้าอี้เฮดโค้ชทีมชาติไทยชุดใหญ่

TIMELINE : "โค้ชโต่ย" จากสตาฟฟ์ฯนอกสายตา สู่เก้าอี้เฮดโค้ชทีมชาติไทยชุดใหญ่
Main Stand

สนับสนุนเนื้อหา

"มีคนเคยปรามาสผมว่า คนอย่างไอ้โต่ย เต็มที่ก็ได้แค่นำวอร์ม" ส่วนหนึ่งจากบทสัมภาษณ์ในอดีตของ "โค้ชโต่ย" ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย ผู้ฝึกสอนวัย 49 ปี ที่ครั้งหนึ่งเคยโดนดูถูกว่าคงไม่มีความสามารถมากพอจะเป็น เฮดโค้ช ได้

แต่ภายหลัง สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ตัดสินใจปลด มิโลราน ราเยวัช เฮดโค้ชชาวเซอร์เบียพ้นจากตำแหน่งระหว่างทัวร์นาเมนต์ เอเอฟซี เอเชียน คัพ 2019 พร้อมด้วยทีมงานผู้ช่วยต่างชาติ

ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย กลายเป็นผู้ที่ถูกเลือกให้ขึ้นมาทำหน้าที่รักษาการณ์หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยคนใหม่ โดยมี โชคทวี พรหมรัตน์ รับบทเป็น ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน

ถือเป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่ เจ้าตัวจะสามารถจินตนาการว่าจะมีโอกาสทำงานนี้ เพราะหากย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 3-4 ปีที่แล้ว เขายังไม่เคยมีประสบการณ์คุมทีมชุดใหญ่เต็มตัวแม้แต่ครั้งเดียว

เส้นทางก่อนจะถึงวันนี้ของนายใหญ่ทีมชาติไทยขัดตาทัพน่าสนใจไม่น้อย หลังจากปิดฉากการเล่นฟุตบอลอาชีพกับ โอสถสภาฯ ในฐานะนักเตะวัน คลับ แมน เมื่อปี 1997



เขาเริ่มต้นงานโค้ชในปีต่อมา ด้วยการเป็นเพียงแค่สตาฟฟ์โค้ชคนหนึ่งของสโมสรโอสถสภาฯ ในบทบาทที่ยังไม่ได้เกี่ยวข้องกับด้านเทคนิคนัก ทั้งการดูแลอุปกรณ์การฝึกซ้อม นำนักเตะลงไปวอร์ม ทำอาหาร ตลอดจนขับรถตู้รับส่งนักเตะ

เวลาต่อมา ศิริศักดิ์ ได้ขยับขึ้นมาทำหน้าที่ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน ตาม ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก ที่ขยับจากมือขวามาเป็น หัวหน้าผู้ฝึกสอน ซึ่งโค้ชโต่ยทำงานนี้มาระยะเวลาอีกหลายปี จนถึงฤดูกาล 2015

ควบคู่การชิมลางทำหน้าที่ เฮดโค้ช ให้กับทีมเยาวชนของโอสถสภาฯ ซึ่งผลผลิตที่ผ่านการปลุกปั้นจากเขามีชื่อติดอยู่ในทีมชาติไทยชุดนี้ ถึง 3 ราย ได้แก่ ฉัตรชัย บุตรพรหม, สุมัญญา ปุริสาย และ ศุภชัย ใจเด็ด เด็กปั้นรุ่นสุดท้ายที่เขาดูแล

กระทั่งในฤดูกาล 2016 ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย ตัดสินใจออกจากงานที่สโมสรโอสถสภา เพื่อเริ่มต้นบทบาทเฮดโค้ชอาชีพเต็มตัวครั้งแรกกับสโมสรไทยฮอนด้า ในไทยลีก 2

แม้สโมสรแห่งนี้จะไม่ใช่ทีมตัวเต็งลุ้นเลื่อนชั้น แต่ไทยฮอนด้าภายใต้การคุมทัพของโค้ชโต่ย กลับทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยสไตล์การทำทีมเน้นตั้งรับและสวนกลับเร็ว จนจบฤดูกาลด้วยตำแหน่งแชมป์ลีกรองได้สำเร็จพาไทยฮอนด้าตีตั๋วเลื่อนชั้น กลับสู่ลีกสูงสุดได้ในรอบทศวรรษ

ไม่เพียงแค่นั้น ศิริศักดิ์ ยังได้รับรางวัล ผู้ฝึกสอนกีฬาอาชีพยอดเยี่ยม ประจำปี 2016 จากการกีฬาแห่งประเทศไทย ผลงานดังกล่าวทำให้ไทยฮอนด้าจรดปากกาต่อสัญญากับเขา พร้อมกับมอบหมายให้กุนซือหนุ่มใหญ่จากจังหวัดมหาสารคามทำหน้าที่คุมทัพสู้ศึกไทยลีก ฤดูกาล 2016

ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย เริ่มถูกพูดถึงในวงกว้าง เมื่อนำทีมเต็งตกชั้นอย่าง ไทยฮอนด้า เอาชนะทีมใหญ่อย่าง แบงค็อก ยูไนเต็ด, การท่าเรือ เอฟซี และ บางกอกกล๊าส (ชื่อเดิม) ไปได้ แต่น่าเสียดายที่ผลงานของสโมสรกลับไม่เป็นไปตามที่ผู้บริหารไทยฮอนด้าคาดหวัง โค้ชโต่ยถูกปลดออกจากตำแหน่งหลังคุมทีมไปได้ 11 นัด รั้งอันดับ 15 ของตาราง และท้ายที่สุดไทยฮอนด้า ก็ตกชั้นในฤดูกาลดังกล่าว

แต่หลังจากว่างงานได้ไม่นาน ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย ได้รับการทาบทามจาก สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ให้เข้ามาเป็นหนึ่งในทีมงานของ มิโลวาน ราเยวัช ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นเฮดโค้ชทีมชาติไทยคนใหม่เมื่อช่วงกลางปี 2017

ถึงกระนั้น บทบาทของศิริศักดิ์ก็ยังไม่ได้เกี่ยวข้องกับด้านแท็คติกโดยตรง เพราะโค้ชมิโล ได้นำเอาทีมงานและมือขวาชาวเซอร์เบียมาด้วย หน้าที่หลักของเขาคือการเป็นสตาฟฟ์โค้ช และช่วยเหลือโค้ชในบางเรื่อง

ก่อนช่วงก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์ชิงแชมป์เอเชีย 2019 สมาคมฯได้ว่าจ้าง โชคทวี พรหมรัตน์ เข้ามาทำหน้าที่ช่วยอีกแรงในฐานะสตาฟฟ์โค้ชชาวไทย ร่วมกับโค้ชโต่ย

จนมีการปลดกุนซือฟ้าผ่าหลังจบเกมนัดแรกของรอบแบ่งกลุ่ม ที่ไทยพ่ายต่ออินเดีย 1-4 สมาคมฯจึงได้มอบหมายให้ ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย ขยับขึ้นมาทำหน้าที่เฮดโค้ชรักษาการณ์ ในโปรแกรม 2 เกมที่เหลือที่จะพบกับ บาห์เรน และ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เจ้าภาพของการแข่งขัน

นับเป็นภารกิจที่ท้าทายความสามารถ ของกุนซือที่ว่ากันว่า โลว์ โปร์ไฟล์ มากสุดคนหนึ่งในทำเนียบเฮดโค้ชทีมชาติไทย ที่จะพิสูจน์ว่าศิริศักดิ์ และมือขวาโค้ชโชคทวี จะสามารถพลิกสถานการณ์ของทัพช้างศึกกลับมาได้หรือไม่ ในระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน นับแต่นาทีเป็นต้นไป

"ยอมรับว่าการขึ้นมาทำหน้าที่ครั้งนี้ คงเป็นงานที่หนัก แต่อีกมุมหนึ่ง ผมยังเชื่อว่า ศักยภาพผู้เล่นไทยไม่ด้อยไปกว่าใคร ดังนั้น ถ้าเราร่วมมือกัน สนับสนุนซึ่งกันและกัน ผมเชื่อว่า เราจะมีผลงานที่ดีขึ้น" ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย ในวันที่ไม่ได้ทำหน้าที่แค่นำวอร์มกล่าว