วิบากกรรมของ "ฟิลิปเป้ คูตินโญ่"

วิบากกรรมของ "ฟิลิปเป้ คูตินโญ่"
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

ในขณะที่ลิเวอร์พูลกำลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในรอบหลายปี โดยพวกเขาก้าวขึ้นไปอยู่บนหัวตารางของพรีเมียร์ลีก มีคะแนนนำแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่า อยู่ 4 คะแนนจากการลงเล่น 21 นัด

​โดยเมื่อลงรายละเอียดในผลงานแต่ละด้าน ยิ่งทำให้เห็นว่าพวกเขามีพัฒนาการและก้าวขึ้นมาเป็นผู้ท้าชิงอย่างเต็มตัวในซีซั่นนี้ จากการยิงประตูได้มากที่สุดเป็นอันดับสองรองจากทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า, เสียประตูน้อยที่สุดในลีก, มีประตูได้เสียเท่ากับซิตี้, ชนะคู่แข่งได้มากที่สุด และแพ้น้อยที่สุดเพียง 1 นัดเท่านั้น

ผลงานเช่นนี้ทำให้ เดอะ ค็อป ทั่วโลก ต่างกลับมาชื่นมื่นและคึกคักกันอีกครั้ง หลังจากที่ เยอร์เก้น คล็อปป์ ใช้เวลา 3 ปีครึ่งในการเข้ามาปะผุ, ซ่อมแซม และเสริมแต่งให้หงส์แดงกลับมาสู่เส้นทางของการลุ้นแชมป์​พรีเมียร์ลีกสมัยแรกอีกครั้งนับตั้งแต่ปี 2014

gettyimages-899762052-594x5

ตัดกลับไปอีกด้านหนึ่ง ภาพของสตาร์ชาวบราซิเลียนที่เคยเป็นที่รักของบรรดาสาวกทีมนกลิเวอร์เบิร์ด กลับต้องนั่งจับเจ่าทำหน้าตาบอกบุญไม่รับอยู่ข้างสนามที่ขึ้นชื่อว่ายิ่งใหญ่, อลังการ, มีมนต์ขลัง และเปี่ยมไปด้วยประวัติศาสตร์แห่งความสำเร็จแห่งหนึ่งของโลกฟุตบอล

"คัมป์ นู บาร์เซโลนา"

เมื่อ 12 เดือนก่อน ​ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ย้ายจากลิเวอร์พูลไปซบอกยักษ์ใหญ่แห่งลา ลีกา ด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของทั้ง 2 สโมสรอยู่ที่ราวๆ 146 ล้านปอนด์ ซึ่งคงยากที่จะปฏิเสธว่าฟอร์ม ณ ตอนนั้นของเจ้าตัวมันคุ้มค่ากับการลงทุนของทางบาร์ซ่า และก็มากพอที่จะโน้มน้าวให้คล็อปป์ยอมปล่อยยอดนักเตะรายนี้ออกจากทีมในช่วงกลางฤดูกาลได้

gettyimages-898779064-594x5

ตอนนั้นแฟนบอลเดนตายหงส์แดงหลายคนพากันนั่งเอามือกุมหัว พลางถอนหายใจและปลงตกกันเรียบร้อยแล้วว่า ทีมของพวกเขาคงจะเข้าอีหรอบเดิมคือ การทำอันดับไปเตะฟุตบอลยุโรป อย่างน้อยก็ ยูโรป้า ลีก แล้วค่อยมาว่ากันใหม่ในซีซั่นหน้า

แต่นายใหญ่จากเมืองเบียร์ก็ได้แสดงฝีมือออกมาให้เห็นว่าการทำ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เป็นแชมป์บุนเดสลีกา 2 สมัยติดต่อกันได้นั้นไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญ เมื่อเขาปั้น ​โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ ที่เพิ่งย้ายมาร่วมทีมให้กลายเป็นดาวซัลโว พร้อมพาทีมจากเมอร์ซีย์ไซด์ คว้าอันดับ 4 ไปเตะ ​ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน และเข้าชิงชนะเลิศรายการเดียวกันนี้กับโคตรทีมอย่าง เรอัล มาดริด ได้สำเร็จ แม้จะไม่ได้แชมป์กลับมาก็ตาม

ส่วนอีกด้านหนึ่ง คูตี้ ก็ประเดิมครึ่งซีซันหลังกับทีมใหม่ได้อย่างสวยงามและจบซีซั่นด้วยการคว้าดับเบิ้ลแชมป์ ทั้ง ลา ลีก้า และ โคปา เดล เรย์ เคียงข้างสตาร์เบอร์หนึ่งของโลกอย่าง ​ลีโอเนล เมสซี่ และอดีตเด็กหงส์อีกคนอย่าง หลุยส์ ซัวเรซ ชวนให้แฟนทีมอื่นๆเอามาล้อเลียนกันสนุกสนานได้อยู่ระยะหนึ่งเหมือนกัน

gettyimages-902539702-594x5

อย่างไรก็ตาม เวลามันผ่านไปไวเหมือนโกหก ทุกอย่างกลับสวนทางกันอย่างไม่น่าเชื่อระหว่าง คูตินโญ่ และ ลิเวอร์พูล เมื่อในซีซั่นนี้ผลงานของอดีตทีมเก่าของเขากำลังพุ่งทะยานในพรีเมียร์ลีก ถูกยกขึ้นเป็นเต็งหนึ่งที่จะคว้าแชมป์ หลังจากที่สโมสรได้ใช้เงิน 146 ล้านปอนด์ที่ว่านั้นอย่างคุ้มค่า นับตั้งแต่การซื้อ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ ด้วยค่าตัว 75 ล้านปอนด์ในช่วงเดือนมกราคมีที่แล้ว ตามมาด้วยการซิว อลิสซอน เบ็คเกร์ นายทวารมือหนึ่งของทีมชาติบราซิล ด้วยค่าตัว 65 ล้านปอนด์ รวมทั้งการเพิ่มเงินอีกเล็กน้อยในการดึง นาบี เกอิต้า, ฟาบินโญ่ และ เซอร์ดาน ชากีรี่ ที่ต่างถูกดึงเข้ามากลบจุดอ่อนและเพิ่มศักยภาพของทีมให้มากขึ้นและดูดีมีอนาคตกว่าเดิม

ส่วนเพลย์เมคเกอร์วัย 26 ปี กลับได้เจอกับความจริงอันโหดร้าย เมื่อบาร์เซโลน่าคือทีมที่เต็มไปด้วยซูเปอร์สตาร์ระดับโลก เมื่อช่วงปิดฤดูกาลพวกเขาดึง อาร์ตูร์ มาจาก เกรมิอู, อาร์ตูโร่ วิดาล ย้ายมาจาก บาเยิร์น มิวนิค และยังมี อุสมาน เดมเบเล่ ปีกดาวรุ่งที่ถูกซื้อมาไว้ในทีมก่อนหน้านั้นก็เริ่มจะฉายแววความเก่งออกมาในซีซั่นนี้

 gettyimages-1054629002-594x

สิ่งที่คูตี้ต้องเจอก็คือจำนวนเกมในสนามที่ค่อยๆลดน้อยลงจากช่วงต้นฤดูกาลที่เขาถูกวางเป็นตัวหลักในแดนหน้าร่วมกับ ซัวเรซ และ เมสซี่ หรือในบางครั้งก็ถูกถอยมาเล่นเป็นกองกลางในระบบมิดฟิลด์ 3 คนโดยมี อิวาน ราคิติช และ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ ที่ยืนขึงอยู่ตรงกลางสนาม

แต่เมื่อนักเตะใหม่เริ่มปรับตัวเข้ากับทีมได้ และดาวรุ่งจอมเบี้ยวอย่าง เดมเบเล่ เริ่มจะฉายแวว ที่ว่างสำหรับอดีตดาวเตะลิเวอร์พูล ก็คือที่นั่งข้างสนามในซุ้มม้านั่งสำรอง ที่ทำให้เขาต้องนั่งมองแผ่นหลังของ เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ นายใหญ่ และนักเตะ 11 ตัวจริงของทีมอาซูลกราน่า โลดแล่นบนผืนหญ้าและเก็บชัยชนะไปเรื่อยๆ

มาโนโล เครสโป นักข่าวของ Sport วิเคราะห์ถึงสาเหตุที่ทำให้อดีตดาวเตะ อินเตอร์ มิลาน และ หงส์แดง ต้องตกระกำลำบากในถิ่นคัมป์ นู โดยสรุปได้ 3 ประเด็น คือ ประเด็นแรกคือ ค่าตัวมหาศาลเป็นสถิติสโมสร ถึงแม้ว่าคูตี้จะกล่าวถึงเรื่องนี้ในวันเปิดตัวว่า "มันไม่ได้เป็นแรงกดดันเลย มันคือการให้เกียรติกัน" แต่สุดท้ายแล้ว 'เกียรติ' ที่ว่านั้นก็กลับมาเล่นงานตัวเขาเอง ซึ่งจะเห็นได้ว่าเมื่อเขาไม่สามารถทำประตูได้ หรือเล่นได้ไม่โดดเด่น ก็จะโดนแฟนบอลโห่ใส่และมีการวิจารณ์กันอย่างรุนแรงตามโซเชียลมีเดีย เนื่องจากความที่มีค่าตัวมหาศาลนี่แหละ

fc-barcelona-v-tottenham-ho

ประเด็นที่สองที่ทางเครสโปยกขึ้นมาก็คือ ฟอร์มการเล่นของ อุสมาน เดมเบเล่ ปีกเฟร้นช์แมน ที่แม้ว่าเจ้าตัวจะมีปัญหาเรื่องวินัย ชอบมาซ้อมสายเพราะติดเกม แต่บัลเบร์เด้ไม่เคยลงโทษรุนแรง แถมเพื่อนร่วมทีมยังออกมาให้สัมภาษณ์ในเชิงพร้อมให้อภัยและพร้อมหนุนหลังให้โชว์ฟอร์มให้กับทีม ซึ่งเจ้าหนูวัย 21 ปีก็สามารถเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมในฐานะของกองหน้าตัวริมเส้น รวมทั้งยังสามารถทำประตูชี้ขาดได้ในหลายๆเกมอีกด้วย จนกลายเป็นตัวเลือกแรกของผู้จัดการทีมไปแล้ว

ประเด็นสุดท้าย นักข่าวชาวสเปนวิเคราะห์ไปในทางเดียวกับ Mirror สื่อในอังกฤษคือ เรื่องของตำแหน่งการเล่นในแผงกองกลาง ซึ่ง อาร์ตูร์ และ อาร์ตูโร่ วิดาล กลายเป็น 2 นักเตะที่ถูกหมุนเวียนใช้งานในตำแหน่งนี้ในช่วงหลัง เนื่องจากทั้งคู่เป็นกองกลางพันธุ์แท้ที่สามารถให้ทีมได้มากกว่าการเล่นเกมรับ ซึ่งตรงจุดนี้ คูตินโญ่ทำไม่ได้ เพราะเขาไม่ใช่นักเตะกองกลางแบบ MC หรือ DMC แต่เจ้าตัวเป็น AMC หรือกองหน้าตัวริมเส้นมากกว่า โดยไม่ว่า บัลเบร์เด้ จะใช้ระบบ 3-5-2 หรือ ระบบดั้งเดิมของทีมอย่าง 4-3-3 ก็ไม่มีที่ว่างให้กับเพลย์เมคเกอร์รายนี้อยู่เลย

gettyimages-910277514-594x5

ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจที่สื่อเมืองผู้ดีและแดนกระทิงดุจะพร้อมใจกันเล่นข่าวการย้ายทีมใน​ตลาดช่วงเดือนมกราคม โดยมีข่าวมาตั้งแต่ก่อนปีใหม่ว่า ลิเวอร์พูลอาจจะดึงคูตินโญ่กลับแอนฟิลด์ด้วยสัญญายืมตัว หรือกับข่าวล่าสุดที่ระบุว่า ​แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็เล็งสตาร์รายนี้เข้ามาเสริมทัพเช่นกัน แม้ว่าทางผู้อำนวยการด้านกีฬาของทีมเจ้าบุญทุ่มจะออกมาปฏิเสธแล้วว่าไม่ต้องการปล่อยตัวดาวเตะค่าตัวแพงรายนี้ก็ตาม

คำพูดที่ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ได้กล่าวไว้ในวันเปิดตัวกับทีมจากแคว้นคาตาลัน ที่ว่า "สำหรับผมแล้วจะไม่มีวันย้ายออกจากลิเวอร์พูลไปสโมสรอื่น แต่กับบาร์เซโลน่านั้นเป็นอะไรที่แตกต่าง เป็นความฝันและเป็นสโมสรที่มีมนต์ขลังสำหรับผม เมื่อตอนเป็นเด็กผมดู โรนัลดินโญ่ เล่นและสร้างสิ่งมหัศจรรย์ที่นั่น และตอนนี้มี ลิโอเนล เมสซี่ ที่กำลังทำเช่นนั้นเหมือนกัน" อาจจะเป็นคำพูดที่เสียดแทงหัวใจ เดอะ ค็อป หลายคน และสร้างความยินดีปรีดาให้กับแฟนบอลบาร์ซ่า ที่เฝ้ารอสตาร์คนใหม่เข้ามาสร้างความสำเร็จให้กับทีมในตอนนั้น

coutinho-man-utd

แต่ ณ วันนี้จะมี 'เด็กหงส์' สักกี่คนที่จะนึกถึงเพลย์เมคเกอร์ร่างเล็กผู้มีลูกฟรีคิกและลูกยิงไกลอันเฉียบคมที่เคยถูกใช้ช่วยทีมมาหลายปี ในขณะที่ตอนนี้พวกเขากำลังสยายปีกไปขุมกำลังที่มีคุณภาพมากขึ้นและ เยอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ผู้เชื่อมั่นในปรัชญาการทำทีมของตัวเองอย่างสุดพลัง ซึ่งยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อทำให้ปีนี้เป็นปีที่หงส์แดงผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรให้ได้

อนาคตของคูตี้อาจจะยังอยู่ในคำถาม แต่อนาคตของลิเวอร์พูลกำลังจะมีคำตอบในอีก 4-5 เดือนข้างหน้านี้

ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!