เล่าผ่านแฟนพันธุ์แท้ NBA : "รอยสัก" สีหมึกบนผิวหนังจากเหตุผล 3 ประการ

เล่าผ่านแฟนพันธุ์แท้ NBA : "รอยสัก" สีหมึกบนผิวหนังจากเหตุผล 3 ประการ
Main Stand

สนับสนุนเนื้อหา

มีนักกีฬาชื่อดัง “ระดับโลก” คนไหนในโลกที่ไม่มีรอยสักอยู่บนตัวแม้แต่ลายเดียว? หากให้นึกก็อาจจะยากหน่อย ... โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของนักบาสเกตบอล NBA เวทีของลูกผู้ชายตัวจริงยิ่งไม่ต้องพูดถึง สีหมึกบนผิวหนังของผู้เล่นระดับหัวแถวของโลกเหล่านี้ต่างก็มีเรื่องราวที่แตกต่างกันออกไป แต่จะเป็นอย่างไรบ้าง? วัชรินทร์ จัตุชัย แฟนพันธุ์แท้ NBA ขออาสานำเสนอ

แม้หลายคนจะมองว่า NBA คือแหล่งรวมตัวของเหล่าชายที่แข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจ ผู้เล่น NBA หลายคนสามารถลงเกมแบบเต็มสูบวิ่งขึ้นวิ่งลงได้เหยียบๆ 40 นาทีต่อเกมส์ บ้างก็ลงเล่นทั้งๆ ที่ยังป่วยหรือเจ็บก็สามารถลงสนามได้แถมผลงานแทบไม่ต่างจากเดิมเท่าไรนัก … นี่คือสุดยอดทางด้านร่างกายอย่างแท้จริง  

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าร่างกายจะแข็งแกร่งเพียงใด แต่ขึ้นชื่อว่ามนุษย์แล้วย่อมมีบทพิสูจน์หลายสิ่งให้ก้าวข้ามสู่การเป็นสุดยอด ร่างกายที่ฟิตซ้อมมาอย่างดีตั้งแต่วัยเด็กสามารถคงอยู่กับพวกเขาได้และจะไม่ไหวหายไปอย่างง่ายๆในวันสองวันแน่ เพราะวินัยที่พวกเขารักษามาทั้งชีวิต แต่เรื่องของจิตใจนี่สิที่สำคัญและอ่อนไหวยิ่งกว่าสิ่งใด บางวันอาจแข็งแกร่ง บางวันอาจอ่อนแอ ไม่มีทางคาดเดาได้ง่ายๆ



การฝึกจิตและการเรียกความมั่นใจก็เหมือนกับเรือที่ต้องมีหางเสือไว้คอยนำทาง ดังนั้นผู้เล่นหลายคนจึงนิยมหาสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจเพื่อให้คงเส้นคงวา และเพิ่มความแข็งแกร่งทางด้านจิตใจมาก ทำให้ผู้เล่นใน NBA หลายคนนิยมการ “สัก” ถึงแม้สำหรับคนอื่นจะไม่มีความหมาย แต่พวกเขารู้ดีว่าเมื่อมองไปที่รอยนี้ที่ตั้งใจให้เกิดมันหมายความถึงสิ่งใด

ค่านิยมแห่งรอยสัก
NBA มีสถิติที่น่าสนใจอย่างมากเกี่ยวกับเครื่องยึดเหนียวจิตใจ หรือเครื่องหมายทางวัฒนธรรมที่เราเรียกว่า “รอยสัก” โดยผู้เล่นของ NBA ตามสถิติแล้วกว่า 60% นั้นมีรอยสัก ซึ่งผู้เล่นที่สักนั้นมีทั้งผิวขาวและผิวสี หรือแม้กระทั่งผู้เล่นจากต่างประเทศ และว่ากันตามสถิติแล้วทีมที่ผู้เล่นนั้นมีรอยสักมากสุดคือ คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส คือประมาณ 73% ส่วนทีมที่มีผู้เล่นที่มีรอยสักน้อยที่สุดคือ ชิคาโก บูลส์ เพียงแค่ 27% แต่จะให้พูดง่ายๆ เลยก็คือ แทบทุกคนใน NBA นั้นต่างมีรอยสัก ไม่ว่าจะเป็นรอยสักที่สวยงาม รอยสักที่ต้องมีเพราะความเชื่อ หรือแม้กระทั่งรอยสักแห่งความผูกพัน

ยิ่งกับโลกยุคปัจจุบันยิ่งเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น รอยสักของเหล่านักบาสเกตบอลเป็นเหมือนเรื่องราวเล็กๆที่ได้รับความสนใจจากแฟนบาสฯ ไม่แพ้เรื่องของการแข่งขันเลยทีเดียว เรื่องนี้ถูกยืนยันด้วยการจัดให้มีแฟนๆ โหวตว่ารอยสักของนักบาสเกตบอลคนไหนที่สวยที่สุด และของใครน่ายี้ที่สุด

จากจุดนี้เป็นเหมือนการเพิ่มค่านิยม เพราะวงการกีฬาปัจจุบันแค่ความเก่งอย่างเดียวไม่เพียงพอเสียแล้ว มูลค่าทางการตลาดของผู้เล่นแต่ละคนขึ้นอยู่กับการปรากฎตัวต่อหน้าสื่อ หากพวกเขาทำตัวให้ “ขายได้”  แน่นอนว่ามันย่อมเป็นอีก 1 ข้อที่ทีมต่างๆ เห็นพวกเขาน่าลงทุนมากขึ้นเป็นเงาตามตัว

nono3
รอยสักจะเกี่ยวกับความเก่งหรือไม่? แท้จริงแล้วเรื่องนี้ไม่น่าไม่มีใครสนใจใคร่หาคำตอบมานัก แต่สิ่งที่เรารู้คือเหล่าผู้เล่นดังๆ มีรอยสักแทบทุกคน ซึ่งดูเหมือนว่ามันเป็นภาพจำฝังสมองไปแล้วว่าหากเห็นนักบาสเกตบอลคนหนึ่งมีรอยสักที่สวยงาม ก็พาลจะทำให้แฟนๆ นึกไปเองว่า “คนนี้เก่งแน่”

สักเพื่อรู้ที่มา
ชีวิตของนักบาส NBA คือชีวิตในฝันของเหล่าหนุ่มอเมริกันทุกคน พวกเขามีรถ มีบ้านหลังโต และมีเงินสดพร้อมใช้ทุกเมื่อ นี่แหละคือสิทธิพิเศษของคนเก่ง

อย่างไรก็ตามมันเหมือนดาบสองคม รวยล้นฟ้าก็ถึงคราวจนได้หากไม่ระมัดระวังในการใช้ชีวิต นักกีฬาหลายคนอาจจะร่ำรวยตอนที่ยังเล่นอยู่ แต่พอแก่ตัวไปพวกเขาตกอับต้องเอาสมบัติเก่ามาขาย นี่คือภาพที่มีให้เห็นประจำ ไม่เว้นแม้แต่กีฬาบาสเกตบอลเท่านั้น

คาร์เมโล่ แอนโธนี่ ดาวดังของลีกที่เพิ่งออกจาก ฮิวส์ตัน ร็อคเก็ตส์ หมาดๆ และยังหาทีมใหม่ไม่ได้ สักที่บริเวณหัวไหล่ซ้ายเป็นเครื่องหมาย WB ซึ่งละม้ายคล้ายคลึงกับเครื่องหมายของ Warner Bros. ยักษ์ใหญ่แห่งวงการบันเทิง แต่ความจริงแล้วเมโล่นั้นสัก WB ซึ่งคือ West Baltimore สถานที่ซึ่งเมโล่นั้นเติบโตขึ้น และเริ่มหัดเล่นบาสเกตบอลที่นั่น “ผมสักมันเพื่อระลึกที่มา ที่ที่ผมกำเนิดและเรียนรู้เกมบาสเกตบอล มันเหมือนเครื่องเตือนความทรงจำผมแหละ” เมโล่กล่าว

ขณะที่ เดเมี่ยน ลิลลาร์ด การ์ดจ่ายของ พอร์ทแลนด์ เทรลเบลเซอร์ส ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่มีรอยสักที่สวยงามและมีความหมายในเชิง “บอกถึงจุดกำเนิดของตัวเอง” เช่นกัน  

ลิลลาร์ดนั้นเริ่มสักมาตั้งแต่ตอนเข้าลีก ในตอนแรกเขาไม่ได้สักทั้งตัวเต็มแขนเหมือนในปัจจุบัน แต่ลิลลาร์ดจะสักเป็นการเล่าเรื่องราว และเขาจะสักเพิ่มมาเรื่อยๆ แต่เจ้าตัวได้บอกว่า แม้ว่าจะมีรอยสักเต็มร่างเพียงใด แต่ที่ประทับใจและเพื่อบอกตัวเองว่าดังมาจากที่ไหนคือบริเวณตรงหน้าอก ที่สักว่า “Oakland, Heart of the City” เต็มแผง จากการที่เจ้าตัวเกิดที่เมืองนี้นั่นเอง นอกจากนี้ลิลลาร์ดยังสักบริเวณแขนซ้ายเป็นตัวอักษรที่มีข้อความในคัมภีร์ไบเบิ้ลหน้าที่ 37 ซึ่งเป็นการกระตุ้นตัวเอง และปลูกฝังความซื่อสัตย์ให้กับตัวเองด้วย

nono2
แม้ว่าลิลลาร์ดจะขึ้นชื่อว่าเป็นผู้เล่นที่สักลายออกมาได้สวยมาก แต่มีอีกหลายคนที่มีรอยสักที่สวยงามจนถูกโหวตให้อยู่ใน Top 10 อาทิ เดอริค วิลเลี่ยมส์ อดีตผู้เล่นของ คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส โดยวิลเลี่ยมส์นั้นมีรอยสักบริเวณแขนที่ถูกโหวตว่าสวยมาก เขาสักรอยรูปปั้นโรมัน แล้วมีรูปภาพที่อิงตามเรื่องราวของพระเยซูด้วย

รวมถึง ดีอังเดร จอร์แดน เซนเตอร์ของ ดัลลัส แมฟเวอริกส์ ที่หลายคนชมว่ารอยสักที่บริเวณแขนนั้นสวยงามมาก เจ้าตัวนั้นสักคำพูดของคุณปู่ที่สอนถึงการดำเนินชีวิต และสักตัว H ที่เป็นชื่อย่อของเมืองฮิวส์ตัน เมืองที่เขาเกิด รวมถึงยังมีรูปสิงโตตัวใหญ่ที่จอร์แดนนั้นเชื่อว่าเป็นสัตว์ป่าที่แข็งแกร่งที่สุด ซึ่งเปรียบเหมือนลักษณะนิสัยการเล่นของเขาเอง

ด้าน สตีเฟ่น อดัมส์ เซนเตอร์ของ โอกลาโฮม่าซิตี้ ธันเดอร์ ก็ไม่ต่างกัน บริเวณแขนขวาของอดัมส์นั้นสักคำว่า Funaki ซึ่งเป็นชื่อกลางของเขาในภาษานิวซีแลนด์ พร้อมสักเพิ่มตามความเชื่อของชนเผ่าในนิวซีแลนด์ประเทศบ้านเกิดของเขาเต็มบริเวณแขนขวา “คุณไม่เข้าใจความหมายมันหรอก มันเป็นประเพณี ค่านิมยมของบ้านเกิดผม ที่ทุกๆ คนเมื่อโตขึ้นจะมีการสักลักษณะนี้ มันทำให้ผมระลึกถึงบ้านเกิดผมได้อย่างดีเลย” อดัมส์ผู้ที่ใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับ เจสัน โมโมอา ผู้รับบท Aquaman ซูเปอร์ฮีโร่จากค่าย DC กล่าว

พวกเขาเหล่านี้เติบโตมาจากความยากจน และมีไม่น้อยที่โตมาจากสังคมที่อาจจะสุ่มเสี่ยงต่อการเสียคน ปืน, ยาเสพติด และ อาชญากรรม รอยสักเหล่านี้จะคอยย้ำเตือนใจพวกเขาว่า “อย่าลืมว่าเรามาจากไหน” และถ้าหากพวกเขามองมันและสามารถเข้าใจได้ว่าความลำบากในช่วงวัยเด็กที่ผ่านมาเป็นเช่นไร พวกเขาจะใช้รอยสักนี้ห้ามไม่ให้ตัวเองเดินกลับไปบนเส้นทางเก่า

สักเพื่อบอกที่จะไป
อดีตที่มาคือแหล่งสร้างแรงบันดาลใจที่สำคัญ ... แต่ปัจจุบันและที่จะไปในอนาคตก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน และนี่คือสิ่งที่นักบาส NBA หลายคนใช้รอยสักเพื่อบอกว่าพวกเขาสู้ตายในทุกวันนี้เพื่อใคร

nono4
เรื่องนี้ก็ไม่พ้นซุปเปอร์สตาร์หมายเลข 1 ของ NBA ในขณะนี้อย่าง เลบรอน เจมส์ ของ ลอสแอนเจลิส เลเกอร์ส ที่มีรอยสักมากมาย โดยเมื่อนับแล้วเจ้าตัวนั้นมีรอยสักถึง 42 รอยสักทั่วร่างกาย ซึ่งเป็นการทยอยสักตั้งแต่ช่วงที่เริ่มเล่นบาส ส่วนนึงเพื่อเตือนใจ และเพื่อครอบครัวด้วย รอยสักในร่างกายของเลบรอนนั้นมากมายถึงขนาดทำให้สื่อต่างๆนั้นขอให้เจ้าตัวเปิดเผยที่มาที่ไป และโชว์กันให้เห็นเลย ซึ่งนับว่าแต่ละที่นั้นมีความหมายมาก

เริ่มตั้งแต่ “CHOSEN1” เมื่อนิตยสารสปอร์ตอิลัสเตรเตทได้ขนานนามฉายานี้ให้กับเขา เลบรอนในตอนเรียนมัธยมจึงไม่รอช้า เขาได้รีบไปสักเครื่องหมายนี้เพื่อแสดงถึงความองอาจของฉายานี้ และเมื่อสังเกตบริเวณแขนขวาเลอบรอนได้มีการไปสักคำว่า “KING JAMES” เลอบรอนบอกว่ามันมีความหมายกับเขามาก เพราะตอนที่เข้าลีกใหม่ๆ ฉายานี้สื่อเป็นคนเรียก และเจ้าตัวก็ชอบ เลยเอาคำนี้มาไว้บนแขนขวา รวมถึงเอาไปใช้เป็นชื่อยูสเซอร์เนมในสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ อีกด้วย  

และเมื่อลูกชายของเลอบรอนนั้นกำเนิดขึ้น เจ้าตัวต้องการระลึกถึงความผูกพันระหว่างพ่อและลูก จึงได้สักคำว่า Prince James ไว้ตรงบริเวณข้อมือซ้ายอีกด้วย และเขายังมีการสักเพิ่มชื่อแม่ กลอเรีย เจมส์ ไว้ตรงบริเวณเหนือหัวสิงโตอีก เพื่อระลึกถึงคุณแม่ของเขาที่ผลักดัน และช่วยเหลือประคับประคองเขา จนมาเป็นสตาร์เบอร์ 1 ของโลกในปัจจุบัน

ยังไม่หมด ด้วยความที่รักครอบครัว เลบรอนได้สักคำว่า FAMILY และคำว่า LOYALTY ไว้ตรงบริเวณท้องด้านขวาและซ้าย “ชีวิตของผมนั้นมีเพื่อครอบครัว ลูกๆ” เลอบรอนกล่าวถึงการสักชื่อลูก ชื่อแม่ และความรักของเขาที่มีต่อครอบครัว แถมยังมีรอยสักเพื่อบ่งบอกบ้านเกิดของเขา และปีที่เกิด โดยสักคำว่า AKRON และ EST.1984 ไว้ตรงบริเวณไหล่ทั้งสองข้างเพื่อระลึกถึงถิ่นกำเนิดของเขาอีกด้วย

ด้วยเรื่องราวกว่าจะมาเป็นลวดลายบนเรือนร่าง ถือได้ว่า เลบรอน เจมส์ เป็นตัวอย่างที่ดีที่รอยสักของเขานั้นมีศิลปะ และมีที่มาที่ไปที่แสดงออกถึงความรักที่มีต่อครอบครัว ความรักที่มีต่อลูกๆ และความเคารพตนเอง

nono5
นอกจากนี้ยังมี มอนเต เอลลิส ผู้เล่นของ อินเดียน่า เพเซอร์ส ที่สักรูปต้นไม้เต็มบริเวณหน้าอกและท้อง รวมถึงยังสักรูปหัวของลูกชายไว้บนอกข้างซ้าย ซึ่งหลายคนมองว่า เหมือนลูกชายคือผลไม้ของต้นไม้ต้นนั้น  

มาร์คีฟ และ มาร์คัส มอร์ริส สองพี่น้องฝาแฝดก็เช่นกัน มาร์คีฟนั้นเล่นให้กับ วอชิงตัน วิซาร์ดส์ ส่วนมาร์คัสเล่นให้กับ บอสตัน เซลติกส์ ทั้งคู่นั้นเป็นพี่น้องฝาแฝดที่สนิทและรักกันมาก เล่นบาสด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก เรียนโรงเรียนเดียวกันมาตั้งแต่จำความได้ และเมื่อมาอยู่ NBA ในช่วงแรกทั้งคู่ก็เล่นให้ ฟีนิกซ์ ซันส์ ทีมเดียวกันอีก ด้วยความที่ทั้งคู่เป็นพี่น้องที่รักกันมาก มาร์คีฟและมาร์คัสจึงได้เริ่มการสักจากช่างคนเดียวกัน วันเดียวกัน และลายเดียวกันแทบจะทั้งหมด เรียกได้ว่าเกินกว่า 90% จะเป็นลายเดียวกัน “เราเป็นพี่น้องกัน อยู่ด้วยกันมา การทำอะไรเหมือนๆ กันไม่ใช่เรื่องแปลก” มาร์คัสแห่งเซลติกส์บอก

แขนซ้ายของเขาทั้งสองสักคำว่า “A Gift from God” หรือของขวัญจากพระเจ้า รวมถึงยังสักคำว่า F.O.E. ที่ย่อมาจาก Family is Everything ที่ทั้งคู่ให้ความสำคัญกับครอบครัวมาเป็นอันดับแรก หน้าตาเหมือนกัน รอยสักคล้ายกัน เชื่อเหลือเกินว่าถ้าทั้งคู่สลับทีมกันหลายคนอาจมองไม่ออกเลยจริงๆ

สเตฟเฟ่น เคอร์รี่ สตาร์ดังของลีกแห่งยุคปัจจุบันจาก โกลเด้นสเตท วอร์ริเออร์ส ก็สักอักษร A บริเวณนิ้วนางข้างซ้าย เพื่อนึกถึงการใช้ชีวิตคู่กับ อเยชา เคอรี่ ภรรยาของเขา ซึ่งตัวของ อเยชา นั้นยังมีรอยสักที่ “แมตช์กัน” โดยให้ความหมายเหมือนกันว่า “ชีวิตคู่ของเราจะไม่มีวันล้มเหลว”

จากรายชื่อที่กลาวไปข้างต้น เห็นได้ชัดว่ารอยสักของพวกเขาแม้จะต่างลายแต่ก็มีความหมายไปในทิศทางเดียวกันทั้งสิ้นนั่นคือ “จงอย่าลืมว่าทำทุกวันนี้เพื่อใคร”

nono6
สัก...เพราะอยากสัก
นี่คือผู้เล่นชนิดสุดท้าย พวกเขาสักเพราะแค่ชอบ ไม่ได้มีเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิต ไม่ได้มีเรื่องราวเกี่ยวกับความเชื่อส่วนตัว ไม่ได้เหตุผลซับซ้อนให้คิดอะไรมากมาย … แน่นอน ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ เดนิส ร็อดแมน อีกแล้วครับท่าน

“สำหรับผมมันไม่มีอะไรมาก ผมสักเพราะอยากที่จะสัก เพราะมันสวย ผมไม่อยากให้มีพื้นที่ว่างบนร่างผม” เดนนิส ร็อดแมน ผู้ที่มีรอยสักเต็มร่างกาย และเป็นคนแรกๆ ใน NBA ที่สักแทบจะเต็มตัวกล่าว รอยสักของร็อดแมนไม่ใช่สักความเชื่อ หรือสักเพื่อความผูกพันทางจิตใจแต่อย่างใด แต่มันเป็นการสักเพื่อความสวยงาม รอยสักของร๊อดแมนนั้นทั่วตัวเลย และส่วนใหญ่จะมุ่งไปทางความสวยงามแบบศิลปินด้วย โดยเฉพาะรอยสักบนแผ่นหลังของเจ้าตัวที่เป็นรูปสุภาพสตรีเปลือย และเลื้อยมาต้นคอก็จะเป็นชื่อตนเอง “ผมก็แค่อยากให้คนเห็นชื่อผม Rodman”

ส่วน ดีอังเดร จอร์แดน ที่เราเพิ่งกล่าวไปข้างต้นว่า รอยสักของเขามีที่มาอันลึกซึ้ง แต่ครั้นจะพูดว่าทุกรอยสักมาจากความเชื่อก็อาจจะไม่เต็มปากนัก เพราะหลายๆ ลายนั้นมาจากหลากหลายที่มา ทั้งลายสักแฟชั่น, ลายสักแบบโลกตะวันตก หรือกระทั่งการสักแบบคนไทยก็ยังมี อะไรก็ตามที่มันโดนใจ ดีอังเดร ไม่ลังเลที่จะละเลงสีใสตัวของเขาเลย

nono7
ปี 2016 ดีอังเดร จอร์แดน บินลัดฟ้ามาเมืองไทยอย่างเงียบๆ เพื่อสักยันต์ 5 แถวกับอาจารย์ หนู กันภัย ถึงสำนัก เหตุเพราะเจ้าตัวได้ยินคำเล่าขานจากดาราฮอลลีวูด โดยเฉพาะ แองเจลีนา โจลี ที่บินมาไทยเพื่อสักยันต์กับอาจารย์หนูโดยเฉพาะ  “ผมมาที่ไทย เพื่อจะสักยันต์ ผมได้ยินกิตติศัพท์มากมาย” อย่างไรก็ตาม คนที่ลงอาคมและน้ำหมึกในการสักนั้นไม่ใช่อาจารย์หนูแต่อย่างใด แต่เป็น อาจารย์เจ บุตรชายคนที่ 2 ของอาจารย์หนู

ซึ่งนอกจากจอร์แดนแล้ว เดอร์ริค โรส MVP ปี 2011 ที่ปัจจุบันกลับมาแจ้งเกิดใหม่กับ มินนิโซต้า ทิมเบอร์วูล์ฟส์ หลังเจ็บไปนาน ก็เคยบินมาไทยเพื่อสักเช่นกัน เพียงแต่ไม่ได้เป็นข่าว และเจ้าตัวก็ไม่ได้เปิดเผยเรื่องนี้ด้วย

ขณะที่ เจอาร์ สมิธ ก็เป็นอีกคนที่มีรอยสักเยอะมาก ล่าสุดก่อนเปิดฤดูกาล 2018 เจ้าตัวไปสักคำว่า SUPREME แบรนด์แฟชั่นแนวสตรีทชั้นนำตรงบริเวณน่องขา แต่แล้วเมื่อ NBA เห็นก็สั่งให้เจอาร์นั้นใส่ถุงเท้ายาว เพื่อปกปิดรอยสักที่อาจมีเจตนาโปรโมททางการค้า ซึ่งเจ้าตัวก็ไม่สบอารมณ์เท่าไรโดยบอกว่า “มันเป็นสิทธิ์ของผม ทำไมลีกต้องจ้องเล่นงานผมคนเดียวด้วย ปั๊ดโธ่เว้ย”

nono78
แต่ทุกวงการก็มี 2 ด้าน เพราะมีผู้เล่นหลายคนที่ไม่นิยมสักรอยสักเลย ไม่ว่าจะเป็น เรย์ อัลเลน, คริส พอล, สตีฟ แนช หรือ ดเวย์น เหวด ซึ่ง ดีเหวด ที่จะเลิกเล่นหลังจบฤดูกาล 2018-19 นั้นให้เหตุผลว่า “ผมไม่นิยมรอยสัก แต่ไม่ได้ต่อต้านนะ มันสวยและมีความหมายสำหรับพวกเขา เพียงแต่ผมไม่ชอบ เพราะผมไม่อยากให้ลูกๆ ของผมโตขึ้นมาแล้วสัก ผมเลยไม่สักเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับเขาแหละ”

ที่สุดแล้ว ของแบบนี้มันขึ้นอยู่กับค่านิยม ไม่มีใครผิด และไม่มีใครถูกทั้งสิ้น ทั้งการสักลายจากความหมายต่างๆ หรือแม้กระทั่งไม่มีความหมายเลยก็ตาม ถึงกระนั้นก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าเหล่านักบาส NBA เหล่านี้มีอิทธิพลต่อสังคมเป็นอย่างมาก ... และนั่นคือเหตุผลที่แฟนๆ ต่างรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อเหล่านักบาสขวัญใจของพวกเขาเผยรอยสักใหม่ๆ ออกมาอวดโฉม เพราะบางคนถึงกับคลั่งไคล้เอาไปสักตามเลยก็มีเหมือนกัน