กมธ.กีฬาจี้รัฐจัดแข่งชนบทแก้เศรษฐกิจ

นายนิโรธ สุนทรเลขา ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การท่องเที่ยวและกีฬา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า คณะกมธ. การท่องเที่ยวและกีฬา ได้สรุปผลการประชุมปรึกษาหารือ แล้วนำเสนอต่อรัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายชุมพล ศิลปอาชา ในเรื่องของแผนกระตุ้นเศรษฐกิจด้านกีฬา เพื่อช่วยแก้ปัญหากีฬาในสภาพเศรษฐกิจที่ตกต่ำยุคนี้ เนื่องจากขณะนี้มีปัญหาเลิกจ้าง คนว่างงานกว่า 1 ล้านคน ที่เดินทางกลับภูมิลำเนาเดิม หรือกลับสู่ชนบท ถ้าคนเหล่านี้อยู่เฉย ๆ อาจฟุ้งซ่าน หันเข้าหายาเสพติด หรือก่ออาชญากรรมได้ จึงเห็นว่ารัฐบาลสมควรจัดกีฬาในระดับท้องถิ่นมารองรับ และมีมาตรการแก้ไขดังนี้

1.จัดการแข่งขันกีฬาภายในชนบท หรือท้องถิ่น โดยประสานงานกับหน่วยงาน องค์กรในท้องถิ่น เช่น อบต. หรือ เทศบาล จัดการแข่งขันกีฬาขึ้น 2.สนับสนุนผู้ประกอบการด้านกีฬาคนไทย เช่นผู้ผลิตอุปกรณ์กีฬาคนไทย โดยให้การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เป็นผู้กำหนดสเปกในการสั่งซื้ออุปกรณ์กีฬาเหล่านี้ แต่ต้องไม่กำหนดสเปกที่สูงเกินไป เพื่อให้ผู้ประกอบการเหล่านสามารถคงอยู่ได้ 3.ช่วยเหลือผู้บริจาคเงินช่วยวง การกีฬา ในการลดหย่อนภาษี เนื่องจากมาตรการเดิมที่ลดหย่อน 1.5% หมดอายุไปเมื่อ 1 ธันวาคม พ.ศ.2551 รัฐบาลจะต้องดำเนินการจี้ไปยังกระทรวงการคลัง ให้อธิบดีกรมสรรพากรยืดมาตรการนี้ออกไป โดยให้ลดหย่อนภาษีเงินช่วยกีฬา 1.75% ซึ่งอธิบดีกรมสรรพากร สามารถประกาศได้เลย เพื่อให้มีผู้เข้ามาช่วยเหลือวงการกีฬามากขึ้น การกีฬาสามารถเดินหน้าต่อไป ไม่หยุดชะงักในช่วงนี้ ส่วนเรื่องการแก้ไขปัญหาสมาคมกีฬายิงปืนแห่งประเทศไทย ที่ไม่อนุญาตให้นักกีฬายิงปืนทีมชาติไทย นำโดย โอภาส เรืองปัญญาวุฒิ และ จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม เข้าไปฝึกซ้อมในสนามยิงปืนของสมาคมฯ เพื่อคัดเลือกเป็นตัวแทนทีมชาติไทย ตอนนี้ได้ประสานกับ นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการกกท. จนทำให้นักกีฬายิงปืนทั้ง 2 คนเข้าไปฝึกซ้อมได้แล้ว และยังให้ผู้ว่าการกกท.ไปตามติดแก้ไขปัญหาประเด็นที่ สมาคมยิงปืนฯอ้างระเบียบใหม่ว่า ทีมชาติไทยต้องเป็นสมาชิกของสมาคมฯ และสมาคมยิงปืนฯ ไม่รับนักกีฬาทั้ง 2 คน เข้าเป็นสมาชิกโดยอ้างว่าทำผดกฎระเบียบ ทั้งที่ไม่เคยมีประวัติเสียหายมาก่อน เนื่องจากเป็นประเด็นที่นักกีฬาไม่ได้รับความเป็นธรรม และจะติดตามความคืบหน้าเรื่องนี้จากผู้ว่าการกกท. ต่อไป

นอกจากนั้น นายนิโรธ สุนทรเลขา กล่าวอีกว่า กมธ.การท่องเที่ยวและกีฬา มีการประชุมทุกวันพุธ ครั้งต่อไปจะเชิญ 10 สมาคมกีฬาฯ ได้แก่ ฟุตบอล, ตะกร้อ, เทนนิส, กอล์ฟ, วอลเลย์บอล, โบว์ลิ่ง, เทเบิลเทนนิส, มวยไทย, แบดมินตัน และสนุกเกอร์ มาร่วมประชุมเพื่อสอบถามถึงปัญหา อุปสรรค ในการพัฒนาเป็นกีฬาอาชีพ จะได้ช่วยกันหาแนวทางแก้ไขช่วยเหลือ พร้อมกับจะแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิได้แก่ รองศาสตราจารย์อัษฎางค์ ปาณิกบุตร, ดร.สม จาตุศรีพิทักษ์, พลตรีจารึก อารีราชการัณย์, นายวิวัฒน์ วิกรานตโนรส มาช่วยร่างพ.ร.บ.กีฬาอาชีพ แก้ไขเพิ่มเติมในพ.ร.บ.ปี 2528 เพื่อเป็นรัฐธรรมนูญ ของกีฬาอาชีพโดยตรงอีกด้วย.