กังฟู+ฟุตบอล : เมื่อ "เส้าหลิน ซอคเก้อร์" หลุดออกมาจากแผ่นฟิล์ม

กังฟู+ฟุตบอล : เมื่อ "เส้าหลิน ซอคเก้อร์" หลุดออกมาจากแผ่นฟิล์ม
Main Stand

สนับสนุนเนื้อหา

เส้าหลิน ซอคเก้อร์ หรือ นักเตะเสี้ยวลิ้มยี่ ภาพยนตร์ดังจากปี 2001 คือสุดยอดผลงานที่ โจว ซิง ฉือ หยิบเอาวิชาการต่อสู้ของวัดเส้าหลิน มาผสมสานกับฟุตบอล จนออกมาเป็นทีมที่นอกจะฮาท้องแข็งแล้วยังเก่งจนโลกตะลึง...

จุดเริ่มต้นคือการที่สองศิษย์เส้าหลิน กำลังตกอับในชีวิตจริง พวกเขาจึงนำสิ่งที่มีอยู่ในสายเลือดมาใช้ให้เกิดประโยชน์

"ศิษย์พี่ ข้ารู้แล้วว่าจะทำให้กังฟูดังกระฉ่อนได้ยังไง … เล่นฟุตบอลกันไง" พระเอกของเรื่องว่าไว้แค่นี้ หลังจากนั้น เส้าหลินซอคเก้อร์ก็กลายเป็นตำนาน … ที่กำลังมีบางคนอยากเอาไปสานต่อให้เกิดขึ้นในโลกแห่งความจริง

หลังจากความผิดหวังในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกปีแล้วปีเล่า ชาวจีนรู้สึกเจ็บอกหนักใจเป็นอย่างมากเพราะแม้วงการฟุตบอลในประเทศของพวกเขาดีขึ้นจากเงินทุนภาคเอกชนและการสนับสนุนจากรัฐบาล จนมีนักเตะระดับโลกเข้ามาค้าแข้งใน ไชนีส ซูเปอร์ลีก มากมายนับตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา แต่สำหรับ ทีมชาติจีน สิ่งที่พวกเขาอยากเห็นมากที่สุดคือการไปเล่นฟุตบอลโลกให้ได้อีกครั้งหลังจากที่หนสุดท้ายเกิดขึ้นในปี 2002 แต่กลับไม่เคยได้ใกล้เคียงอีกเลย

รัฐบาลของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ให้ความสำคัญมากในเรื่องของกีฬาฟุตบอล พวกเขาอนุมัติงบร่วม 590,000 ล้านบาท เพื่อทำให้วงการลูกหนังแดนมังกรดีขึ้น ในนามทีมชาติจีนพวกเขาดึงโค้ชดีๆ ค่าเหนื่อยแพงๆ หลายคนเข้ามาเพื่อพัฒนาตามศาสตร์ของโลกตะวันตกทื่ทำให้เห็นผลลัพธ์สำเร็จมานักต่อนัก แต่สำหรับแดนมังกรดูเหมือนว่ามันจะยังไม่ใกล้เคียงหรือไม่มันก็ยังไม่ได้เวลาการบ่มเพาะที่นานพอ ดังนั้นพวกเขาจึงเลือกเอาสิ่งที่มีแต่จีนเท่านั้นทำได้นั่นคือมวยจีนวิชาดังจากวัดเส้าหลิน วัดที่พระสงฆ์ฝึกวิชาต่อสู้จนเก่งกาจและมีชื่อเสียงดังไปทั่วโลก

 เรามาเป็นสุดยอดทีมฟุตบอลกันดีกว่า
ชาวจีนมีความภาคภูมิใจกับการเป็นประเทศมหาอำนาจด้านเศรษฐกิจอันดับ 2 ของโลก แต่เรื่องฟุตบอลกลับไม่ได้ยิ่งใหญ่อย่างที่ควรจะเป็น...

saolinn10
ในการแข่งขันรอบคัดเลือกปี 2010 จีน ตกรอบแบบหมดลุ้น ขณะที่ในโอลิมปิกก็ไม่ต่างกัน แม้แต่รายการอย่างเอเชียน คัพ พวกเขาก็ยังตามหลัง ญี่ปุ่น และ เกาหลีใต้ แบบไม่เห็นฝุ่น เหนือสิ่งอื่นใดคือในวงการเองก็มีเรื่องฉาวโฉ่ตลอด ทั้งเรื่องล้มบอล การพนัน รับสินบน ที่ปรากฏชัดๆ ก็คือ มีการจับกุมผู้บริหารระดับสูงในวงการฟุตบอลจีนไปสองคน และเจ้าหน้าที่ระดับต่ำกว่าลงมาอีกเพียบ ที่เจ็บที่สุด เหตุผลเหล่านี้คือสิ่งที่ชี้ชัดว่าหากไม่ช่วยกันริเริ่มสร้างเห็นทีจะไม่มีวันประสบความสำเร็จได้ง่ายๆ  

ณ มณฑลเหอหนาน ห่างจากวัดเส้าหลินไม่กี่กิโลเมตร แม้จะเป็นช่วงเวลาที่โลกเข้าสู่ยุคมิลเลเนียมแต่ดินแดนแห่งนี้ไม่เคยปล่อยการ์ดให้ตกง่ายๆ พวกเขายังเฝ้าฝึกฝนและหาวิธีที่จะทำให้กองกำลังภายในเขตแคว้นแดนนี้อุดมไปด้วยยอดฝีมือด้านการต่อสู้ พวกเขาจึงได้ตั้งโรงเรียนศิลปะการต่อสู้ตำรับสำนักเส้าหลิน หากนับจนถึงปัจจุบันโรงเรียนแห่งนี้มีอายุมาแล้ว 40 ปี และนี่คือโรงเรียนกังฟูที่ใหญ่ที่สุดในจีนแผ่นดินใหญ่ อันมีชื่อเสียงรู้จักในวงกว้างหลังเคยใช้แสดงในภาพยนตร์เรื่อง Shaolin Temple หรือ เสี้ยวลิ้มยี่ ที่มี เจ็ท ลี แสดงนำ

นโยบายของโรงเรียนเปลี่ยนไปตามนโบายของผู้บริหาร การเวลาเดินทางมาถึงยุคที่การฝึกกังฟูเป็นการกระจายความรู้ให้โลกรู้จักศิลปะต่อสู้ของจีนดีขึ้น ไม่ต้องไปต่อสู้อะไรกับใครอย่างที่ใครเข้าใจ เพลงมวยวัดเส้าหลินทำให้ทั่วโลกยอมรับ มีนักเรียนต่างชาติหลานคนเดินทางมาเพื่อฝึกฝนที่นี่ แต่ หลิว ไห่หวิน ผู้บริหารบอสใหญ่ของโรงเรียนแห่งนี้ไม่พอใจกับสิ่งที่เป็นเท่าไรนัก

จะมีประโยชน์อะไรหากฝึกไปแล้วไม่สามารถทำให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนได้ และด้วยความที่ หลิว คือแฟนฟุตบอลตัวจริง เขาจึงรู้สึกว่าภาพยนตร์เส้าหลินซอคเก้อร์สามารถเกิดขึ้นในโลกแห่งความจริงได้ หากคนที่มีอำนาจในการตัดสินใจอย่างเขาทำอะไรสักอย่าง ที่สุดแล้วถ้ามันเป็นเช่นนั้นจริงๆ วงการฟุตบอลจีนจะดีกว่าที่เป็นอยู่แน่

saolinn2
“ฟุตบอลจีนอยู่ในช่วงย่ำแย่ และหากว่าหลักกังฟูเส้าหลิน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลักการเรื่องความมุ่งมั่นและจิตวิญญาณ สามารถเข้าไปประยุกต์กับการเล่นฟุตบอลได้ เราก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะช่วยให้สามารถพัฒนาทักษะฟุตบอลจีนให้ก้าวหน้าได้” หลิวกล่าวอย่างมั่นใจ

35,000 คนคือจำนวนของนักเรียนที่ฝึกฝนอยู่ในรั้วของโรงเรียนแห่งนี้ ดังนั้นเท่ากับว่าพวกเขามีวัตถุดิบให้เลือกใช้มากมาย และเมื่อนี่คือโครงการนำร่องจึงเป็นที่มาของการคัดเอากลุ่มนักเรียนหัวกะทิอายุ 10-12 ปี่ ทั้งเพศชาย และ หญิง อย่างละ 50 คน สำหรับกลุ่มนักเรียนชุดแรกในปี 2011

"นี่มันแค่เริ่มต้นเท่านั้น หลังจากนี้เด็กๆ จะเริ่มเล่นฟุตบอลกันมากขึ้นและผมเชื่อว่ามันจะส่งเสริมสิ่งที่ประเทศเราต้องการได้" หลิวย้ำ

หลังจากนั้นไม่นานทางโรงเรียนได้จัดโชว์วิธีการเล่นฟุตบอลของพระวัดเส้าหลิน นัดซ้อม ก่อนลงสนามจริงในเมืองเติงเฟิง มณฑลเหอหนาน และนั่นทำให้หลายฝ่ายได้เห็นเส้าหลินซอคเก้อร์ในโลกแห่งความจริงด้วยตาตัวเอง ลีลาการกระโดดเตะ, หัวเหล็ก, ล็อคหลบแบบดิจิตอล หรือ ฝ่ามือโลกันต์ ถูกแสดงออกมาในวันนั้นแบบจัดเต็ม ทำเอา จาง เหวินเฉิน ผู้อำนวยการสำนักกีฬาของรัฐบาลมณฑลเหอหนาน ชอบใจเป็นอย่างยิ่ง และยืนยันว่าจะสนับสนุนโครงการนี้อย่างเต็มที่ทั้งเรื่องอุปกรณ์และเงินทุน

saolinn3
"พวกเขามีสภาพร่างกายที่สุดยอดมากและกำลังเรียนรู้อะไรต่างๆ ได้รวดเร็ว เราจะพยายามรวมกังฟูเข้าสู่การฝึกฟุตบอล ได้แต่หวังว่ามันจะช่วยยกระดับวงการฟุตบอลจีน เด็กๆ ที่นี่มีการทุ่มเทอย่างหนัก เราจะเชื้อเชิญโค้ชที่มีชื่อเสียงมาสอนพวกเขา ได้แต่หวังว่าเราจะมีนักเตะทีมชาติชื่อดังในอนาคตข้างหน้าจาก ณ ที่แห่งนี้"

หลังจากที่ จาง เหวินเฉิน กล่าวไว้ไม่นาน พวกเขาก็ได้โค้ชฟุตบอลที่มีประสบการณ์มาทำงานร่วมกับอาจารย์ท้องถิ่นผู้ฝึกสอนวิชากังฟู จากนั้นพวกเขาก็เริ่มฝัน...

 หลักสูตรใหม่ที่โลกไม่รู้จัก
นานวันเข้าสมาชิกและนักเรียนของโรงเรียนฟุตบอลเส้าหลินก็มีมากขึ้น พวกเขามีโค้ชต่างชาติสำหรับทีมซีเนียร์ และยังมีทีมสตาฟฟ์ที่จัดขึ้นเป็นเศษ ฝึกทั้งด้านฟุตบอลและกังฟูไปพร้อมๆ กันสำหรับทีมชุดจูเนียร์

ในส่วนของการฝึกนั้นจะเน้นเรื่องพลังกายเป็นอย่างแรก พวกเขาจะฝึกเด็กๆ สัปดาห์ละ 6 วัน ในกลุ่มอายุ 12-14 ขึ้นไป ขณะที่ทีมชุดจูเนียร์ 7-9 ขวบ จะฝึกเพียงสัปดาห์ละ 2 วันเท่านั้น

ทุกวันเด็กๆ จะต้องตื่นประมาณตีห้าครึ่งจากการปลุกด้วยเสียงไซเรนประจำโรงเรียน โดย 4 ชั่วโมงแรกของวันจะเป็นการเรียนทางวิชาภาคบังคับอย่างภาษา, คณิตศาสตร์  ส่วนที่เหลือจะเป็นการอัดเรื่องวิชากังฟูและฟุตบอลยาวๆ ส่วนใหญ่จะเป็นการเน้นไปที่กระโดดให้สูง วิ่งให้เร็ว รวมถึงลีลาการเตะที่แปลกหาดูยาก ซึ่งการซ้อมส่วนนี้จะมีไปจนถึงช่วงเย็นเลย

โรงเรียนแห่งนี้ขับเคลื่อนเหมือนกับโรงเรียนทหาร นักเรียนกกว่า 30,000 คน (รวมในส่วนของนักเรียนกังฟู) จะต้องเป็นนักเรียนประจำทั้งหมด และการจะขออนุญาตออกจากโรงเรียนได้นั้นต้องได้รับอนุญาตก่อน นั่นเท่ากับว่าเด็กๆ ในโรงเรียนแห่งนี้จะสามารถกลับบ้านได้เพียงปีละครั้งเท่านั้นในช่วงปีใหม่ แต่อย่าคิดว่าจะสบายเมื่อทุกๆ คนถึงบ้านจะต้องไปทำการบ้านที่โรงเรียนมอบให้นั่นคือการฝึกฝนทักษะที่ได้จากโรงเรียนให้เฉียบคมมากขึ้น

saolinn5
แม้ว่าจะดูเป็นวิธีการแปลกๆ โรงเรียนแห่งนี้กลับได้รับความนิยมจากชาวบ้านเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากบุตรหลานของพวกเขาจะได้เล่าเรียนวิชาฟุตบอลแล้ว ยังได้เรียนวิชาสามัญอีกด้วย สำคัญที่สุดคือโรงเรียนแห่งนี้มีค่าเทอมถูกกว่าอคาเดมี่ฟุตบอลของทีมดังอย่าง กว่างโจว เอเวอร์แกรนด์ ถึง 5 เท่า คิดเป็นตัวเลขกลมๆ ก็ราวๆ ปีละไม่ถึง 20,000 บาทเท่านั้น

ด้วยความที่เป็นโรงเรียนประจำเด็กๆ จะสามารถดูแลตัวเองได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว เหล่าผู้ปกครองหลายคนยอมรับว่าแม้กฎระเบียบจะเข้มงวดแต่สิ่งที่ลูกๆ ของเขาได้รับ คือการเป็นเด็กที่มีระเบียบวินัยมากขึ้น เพราะนอกจากจะต้อง เรียนหนังสือ, ฝึกกังฟู และเตะฟุตบอลแล้ว พวกเขาจะรับผิดชอบชีวิตตัวเองไม่ว่าจะเป็นการล้างจานและซักเสื้อผ้า ที่ไม่มีใครสามารถทำแทนใครได้

"ผู้ปกครองรู้ดีหากลูกๆ ของเขาจะได้เรียนรู้ทักษะมากมาย บางคนครูฝึกเป็นทหาร บางรายเป็นตำรวจ และยังมีกลุ่มที่กลายเป็นนักกีฬาตัวมหาวิทยาลัยอีกด้วย" รองผู้อำนวยการโรงเรียนกล่าว

 ศูนย์ฝึกเลือดมังกร
เด็กๆ ที่นี่ทุกคนแข็งแกร่งทั้งร่างกาย, จิตใจ และ ทัศนคติ การฝึกหนักและจิตใจที่มุ่งมั่นทำให้พวกเขาหวังว่าสิ่งที่ตัวเองทำอยู่จะสามารถเป็นประโยชน์ให้กับวงการฟุตบอลจีนได้ในอนาคต

"หลบหน่อยสิครับคุณ เดี๋ยวผมจะให้นักเรียนกระโดดเตะใส่ผมให้ดู" ซุน หย่าเว่ย อาจารย์วิชาฟุตบอลผสมกังฟูบอกกับนักข่าวจากเว็บไซต์ เดอะ เนชันแนล หลังจากพยายามจะเข้ามาสัมภาษณ์เกี่ยวกับมุมมองของอาจารย์และลูกศิษย์ที่นี่ว่าเขาคิดจริงๆ หรือว่า กังฟูจากสำนักเส้าหลินจะเป็นไปได้จริงในโลกของฟุตบอล

saolinn4
เด็กน้อยกระโดดเตะป้าปเดียว แต่ยังไม่ทันถึงตัว อาจารย์ก็เบี่ยงตัวหลบพร้อมจับขาทุ่มอีกฝ่ายลงพื้น…  แม้จะเป็นเทคนิคของศิลปะการต่อสู้ของเส้าหลินแต่ถ้าหากเอาไปเตะในสนามจริงก็มีสิทธิ์จะโดนใบแดงได้ง่ายๆ

"เรารู้ว่าจะต้องเอาวิชาของเส้าหลินมารวมกับฟุตบอลให้ได้ เราต้องขานรับในช่วงเวลาที่ประเทศต้องการ" ซุน กล่าว "เรามีพื้นฐานร่างกายที่ยืดหยุ่น มันตอบสนองอย่างยอดเยี่ยมในการเตะฟุตบอล ความสามารถในการกระโดดของพวกเราเป็นประโยชน์ได้แน่"

ทว่า ซุน หลินหยวน ลูกศิษย์ในโรงเรียนนี้เข้าใจดีว่าการจะเป็นนักฟุตบอลของจริงนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และการเอาแบบอย่างจากภาพยนตร์ดังอย่างเส้าหลินซอคเก้อร์คือสิ่งที่เป็นไปไม่ได้สำหรับการแข่งขันฟุตบอลระดับสูง เด็กน้อยรู้ดีว่าโลกแห่งความจริงเป็นอย่างไร แต่ในขณะเดียวกันเขาก็รู้ว่าสิ่งที่เขาทำอยู่นั้นทำเพื่ออะไร และอนาคตเขาจะไปอยู่ที่ตรงไหนดี

"เราจะวิ่งตามลูกบอลไปทั่วสนามไม่ได้หรอก จริงไหม? การประกบตัวก็เป็นอะไรที่สำคัญ ส่วนเรื่องการบินลอยสูงขึ้นไปบนฟ้าเหมือนกับในหนังผมทำไม่ได้หรอกครับ แต่เชื่อเถอะในอนาคตเดี๋ยวผมจะกระโดดหมุนตัวเตะและจักรยานอากาศให้คุณดู หลังจากนั้นและผมจะเป็นสุดยอดนักฟุตบอลล่ะ"

saolinn6
สิ่งทีเห็นได้ชัดคือเด็กๆ ที่นี่มั่นใจมากว่าสิ่งที่ทำอยู่จะไม่สูญเปล่า ไม่ใช่แค่เด็กผู้ชายเท่านั้น นักเรียนหญิงที่ไม่เคยรู้จักฟุตบอลหรือแม้แต่ภาพยนตร์เรื่อง เส้าหลินซอคเก้อร์ มาก่อนอย่าง จาง ยี่หรง กลับชอบฟุตบอลขึ้นมาและคาดหวังว่าจะกลายเป็นนักเตะทีมชาติจีนในอนาคต

“การวิ่งบนสนามหญ้าทำให้หนูรู้สึกเหมือนกับการเป็นแม่ทัพ ยิ่งได้เรียนรู้ฟุตบอลมากเท่าไหร่ หนูก็ยิ่งรักมันมากขึ้นเท่านั้น" ยี่หรงที่ตอนนี้รู้จัก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เป็นอย่างดีเขารู้ว่านักเตะอย่าง โรนัลโด้ คือคนที่ฝึกฝนหนักและมีความกระตือรือร้นเป็นอย่างมาก แต่ถึงอย่างนั้นเธอฝันว่าอยากจะเก่งเหมือน ลิโอเนล เมสซี่ ที่ตัวเล็กแต่สามารถเอาชนะคู่แข่งตัวใหญ่ได้

ฝันของเธอยังอีกไกล ยี่หรงยังคงจำความพ่ายแพ้ครั้งแรกของเธอได้ดี หลังจากฝึกจากโรงเรียนไปไม่นานได้มีการแข่งกับโรงเรียนรัฐบาลในท้องถิ่น ผลคือเธอแพ้เละเทะแบบสู้ไม่ได้ แต่นั่นคือภูมิคุ้มกันชั้นดี การได้ฝึกกับโค้ชฟุตบอลโดยตรงจะทำให้เธอไม่แพ้แบบนี้อีกในอนาคต

saolinn9
"เราแพ้ 0-9 ทุกคนในทีมร้องไห้ แต่ด้วยคำแนะนำจากโค้ช เรากลับมาซ้อมกันอย่างเข้มข้นในช่วงหลายเดือนหลังจากนั้น การแพ้แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกครั้งแน่นอน"

ปัจจุบันนี้โรงเรียนแห่งนี้เปิดทำการมาแล้ว 7 ปี นี่คือช่วงเวลาของการลองผิดลองถูกดังนั้นพวกเขาจึงยังไม่มีนักเรียนที่เติบโตไปเล่นในเวทีอาชีพได้เลยแม้แต่คนเดียว ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะนักเรียนของพวกเขาชุดแรกก็ยังอายุไม่ถึง 20 ปีอีกด้วย

ที่สุดแล้วช่วงเวลาที่ผ่านมาถือว่าเป็นช่วงเวลาของการหว่านเมล็ดต้นกล้าเพื่อให้กลายเป็นนาข้าวที่เขียวชะอุ่มในอนาคต เด็กๆ ที่ไม่มีโอกาสได้รู้จักฟุตบอล ได้ศึกษากีฬาชนิดนี้เพิ่มปีละ 3-4 หมื่นคน หากว่าเกิดเพชรในตมสัก 1-2 คนจากจำนวนดังกล่าวในแต่ละปีการศึกษาก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ประสบความสำเร็จแล้ว

saolinn8
ไม่มีวัฒนธรรมใดสมบูรณ์แบบหากไม่มีการใช้เวลาเพื่อหาจุดอ่อน โรงเรียนเส้าหลินซอคเก้อร์แห่งนี้ อาจจะกำลังเป็นหมูให้โรงเรียนอื่นต้อน และเป็นเรื่องตลกสำหรับใครหลายคน แต่หากวันหนึ่งพวกเขาสามารถทำให้นักเตะกระโดดสูงได้ 2 เมตร, พริ้วไหวเหนือสายน้ำ, กายาเหล็ก และฝ่ามือโลกันต์ พร้อมจับเอาสิ่งนี้มารวมกับฟุตบอลได้อย่างกลมกลืนเมื่อไหร่ล่ะก็ รับรองได้เลยปรัชญาโลกฟุตบอลจะต้องเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน จุดเริ่มต้นเล็กๆ จากภาพยนตร์ตลกจะถูกยกย่องให้เป็นคัมภีร์เล่มแรกที่ทำให้ทีมชาติจีนคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก ... ก็ เป็น ได้

ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!