ทุบสถิติ! ส่องปรากฏการณ์ "ชอปแตก" ขายเสื้อวันแรก "บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด" รอบ 4 ปีที่ผ่านมา

ทุบสถิติ! ส่องปรากฏการณ์ "ชอปแตก" ขายเสื้อวันแรก "บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด" รอบ 4 ปีที่ผ่านมา
Main Stand

สนับสนุนเนื้อหา

"ปราสาทสายฟ้า" BURIRAM UNITED เพิ่งทำลายสถิติจำหน่ายชุดแข่งขันในวันแรกของการเปิดตัวไปอย่างราบคาบ ด้วยการปิดยอดขายที่จำนวน 40,196 ตัว ถือเป็นตัวเลขที่พุ่งขึ้นมาจาก ยอดขายเสื้อวันแรก เมื่อฤดูกาลก่อนถึง 12,624 ตัว

เท่ากับว่าแค่วันเดียว เจ้าแชมป์ฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก 6 สมัย โกยเงินเข้ากระเป๋าได้มากถึง 27,735,240 บาท



เมื่อย้อนดูยอดขายเสื้อแข่ง ในวันเปิดตัวจำหน่าย ช่วง 4 ฤดูกาลหลังสุด พบว่า กระแสตอบรับชุดแข่งขัน Home Kit ของบุรีรัมย์ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มเติบโตขึ้นทุกปี

เริ่มจากในฤดูกาล 2016 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทำลายสถิติการจำหน่ายเสื้อวันแรกของตัวเอง ด้วยยอดขาย 19,500 ตัว กวาดรายได้ไปประมาณ 13 ล้านบาท

พร้อมกับสร้างการปรากฏชอปแตก ทั้งที่ สยามสแควร์ และจังหวัดบุรีรัมย์ มีแฟนบอลไปตั้งแคมป์รอข้ามวัน เพื่อจับจองซื้อเสื้อแข่งฤดูกาลดังกล่าว ซึ่งเสื้อแข่งในซีซั่น 2016 มีการเพิ่มดวงตรงปกคอเสื้อซ้าย อันหมายถึงแชมป์ไทยลีกสมัยที่ 4 รวมถึงใส่รูปปราสาท และธงชาติไทยไว้ด้านหลัง สีเสื้อเน้นความหรูเรียบ ไม่ได้มีลวดลายมาก

อีกทั้งผลพวงจากกระแสความสำเร็จแชมป์ 5 ถ้วยในปีเดียว ของทีมที่เพิ่งทำได้หมาดๆ ก่อนการวางขายเสื้อในเดือน ธันวาคม 2558 เป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้เสื้อแข่งฤดูกาล 2016 ในฤดูกาล ได้รับความสนใจจากแฟนบอลมากอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ในเวลานั้น

แต่ผลงานไม่ได้เป็นเหตุผลหลักเสมอไป ที่จะมัดใจแฟนบอลให้มาซื้อชุดแข่งอย่างถล่มทลาย เพราะในฤดูกาลต่อมา บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทำลายสถิติยอดจำหน่ายเสื้อวันแรกไปได้อีกครั้ง ด้วยยอดขาย 35,500 ตัว คิดเป็นเงินเฉียด 24 ล้านบาท

ทั้งที่ในฤดูกาลที่ผ่านมา บุรีรัมย์ฯ เพิ่งอกหักชวดแชมป์ 3 รายการหลัก ได้มาเพียงถ้วยพระราชทาน ประเภท ก. เพียงรายการเดียว แถมยังเสียสถิติแพ้ต่อ เมืองทองฯ เป็นครั้งแรกอีกด้วย

gg

ถึงกระนั้น สโมสรเลือกใช้การประชาสัมพันธ์ชุดแข่งใหม่ ผ่านแคมเปญ "Strike Back - ได้เวลาเอาคืน!" เพื่อส่งสัญญาณถึงแฟนบอลว่า พวกเขาจะกลับมาทวงความสำเร็จอีกครั้ง รวมถึงดีไซน์ ที่นำเอาลายขวางสีฟ้ามาตัดสลับกับสีกรมท่า ที่เป็นสีหลักชุดแข่ง จึงเป็นส่วนผสมที่ลงตัว และทำให้ยอดจำหน่ายชุดแข่งของ ปราสาทสายฟ้า ในซีซั่น 2017 ทะลุยอดไปถึงหลัก 3 หมื่นตัวในวันเดียวได้

ส่วนชุดแข่งในฤดูกาล 2018 บุรีรัมย์ ปรับเปลี่ยนมาใช้ลวดลายสายฟ้า สื่อถึงสัญลักษณ์ของสโมสร บนเสื้อคอปก พร้อมกับติดดาว 5 ดวงสื่อถึงแชมป์ 5 สมัย ไว้ตรงไหล่ และปิดยอดขายวันแรกด้วยตัวเลขสูงถึง 27,572 ตัว ทำรายได้เข้าสโมสรไปเบาะๆประมาณ 19 ล้านบาท

จนแฟนบอลบางส่วนอดแซวไม่ได้ว่า บุรีรัมย์ฯ เป็น "ทีมแชมป์ขายเสื้อ"

ขณะที่อีกส่วนคอมเมนต์ถึง เสื้อแข่งขันของบุรีรัมย์ ดูไม่ค่อยแตกต่างกับชุดของหลายๆปีที่ผ่านมา โดยทางสโมสรก็ได้ชี้แจงในภายหลังว่า ต้องการให้เสื้อแข่งของบุรีรัมย์ สามารถใช้ได้ในทุกโอกาส จึงต้องเน้นความเรียบหรู ดูดี ไว้ก่อน

จนกระทั่งมาถึงชุดแข่งฤดูกาล 2019 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ฉีกกรอบการดีไซน์ของตัวเอง ด้วยการเปิดตัวชุดแข่งใหม่ ที่มีลวดลายแปลกตาออกไป โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากผ้าไหมลายหางกระรอก ซิกเนเจอร์ของจังหวัดบุรีรัมย์ มาประดับไว้บนชุดแข่ง

รวมถึงเปลี่ยนคอกระดุมเป็นแบบเสื้อพระราชทาน ทำให้เสื้อแข่งซีซั่นใหม่นี้ สะท้อนตัวตนของจังหวัดบุรีรัมย์ ที่มีชื่อเสียงในเรื่องของการผ้าทอ ได้อย่างชัดเจนที่สุด แถมยังเป็นเสื้อแข่งที่ดูแปลกตาสำหรับแฟนบอลทั่วไป

นั่นจึงทำให้ ปราสาทสายฟ้า ทำลายสถิติชุดแข่งขันของฤดูกาล 2017 ลงไปได้ด้วยยอดจำหน่ายถึง 40,196 ตัว

แถมยังเป็นการตอกย้ำถึงการสร้างแบรนด์อันแข็งแรงของสโมสรฟุตบอลแห่งนี้ ผ่านความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ ผลิตชุดแข่งเอง กำหนดราคาที่จับต้องได้กับฐานแฟนคลับ รวมถึงการบริหารจัดการ ที่สามารถจัดจำหน่ายได้เพียงพอต่อความต้องการของผู้ซื้อ ที่มีแนวโน้มต้องการเสื้อแข่งของพวกเขา เพิ่มขึ้นในทุกๆปีนั่นเอง

ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!