5 ประเด็นร้อนหลังเกม "เสือเหลือง 0-0 ช้างศึก" เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018

5 ประเด็นร้อนหลังเกม "เสือเหลือง 0-0 ช้างศึก" เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

มาเลเซีย ทำไม่สำเร็จ หลังจากที่พับสนามบุกแทบจะฝ่ายเดียว แต่โอกาสทั้ง 25 ครั้งของพวกเขาไม่สามารถส่งบอลไปตุงตาข่ายคู่แข่งได้เลย ทำให้แชมป์เก่า ทีมชาติ ไทย จะกลับมาได้เปรียบในเกมนัดที่ 2 ที่ ราชมังคลากีฬาสถาน

ไปดูกันว่ามีประเด็นอะไรที่น่าสนใจบ้าง

1. มาเลเซียทำตัวเอง

 yy

หาก มาเลเซีย เกิดตกรอบขึ้นมาจากเกมนัดหน้า สิ่งที่พวกเขาทำได้ก็คงมีแค่การเขกหัวตัวเองเท่านั้น หลังจากโยนโอกาสทั้ง 25 ครั้งในเกมนี้ทิ้งไป

ใช่แล้ว มาเลเซีย มีโอกาสสับไกในเกมนี้ถึง 25 ครั้ง ซึ่งอะไรดลใจไม่รู้ที่ทำให้พวกเขายิงตรงกรอบไปเพียง 2 ครั้งเท่านั้น และเป็นการเรียกเซฟจาก ฉัตรชัย บุตรพรม เพียงครั้งเดียวด้วย นอกจากนั้นเป็นการยิงติดบล็อก 8 ครั้ง และยิงออกไปเองถึง 15 ครั้ง มากกว่าโอกาสของ ไทย ทั้งเกมเสียอีก

2. เกมที่เหมือนการซ้อมบุกของเจ้าถิ่น และการซ้อมรับของไทย

 qq

เป็นเกมที่น่าอึดอัดสำหรับแฟนบอลทีมชาติไทย เมื่อต้องดูทีมรักของตนเองโดนบุกครั้งแล้วครั้งเล่าและหวิดจะเสียประตูอยู่หลายครั้ง แต่ด้วยความผิดพลาดของเจ้าถิ่นเอง และความสามารถของแนวรับไทย ก็ทำให้พวกเขาเอาตัวรอดออกไปจากถิ่นเสือได้จนจบเกม

ไม่น่าเชื่อว่า ไทยจะไม่มีโอกาสยิงเข้ากรอบเลยสักครั้ง ซึ่งโอกาสที่ดีที่สุดของพวกเขามาจากจังหวะที่ศุภชัย หยอดบอลเข้าเขตโทษให้นูรูล ได้วอลเลย์ แต่บอลแฉลบข้ามคานไปหวุดหวิด กับโอกาสหลุดของฐิติพันธ์ แต่ดันงัดบอลข้ามคานออกไป ในขณะที่เจ้าบ้านมีโอกาสได้ประตูเต็มไปหมด แต่กลับยิงทิ้งยิงขว้างไปเหมือนกัน โดยเฉพาะจาก ซาฟาวี รอชิด ที่พลาดโอกาสถึง 8 ครั้ง และมีอีก 1 เซฟของ ฉัตรชัย ที่ยังช่วยให้ไทยยันเสมอไว้ได้

ผลการสอบของทั้งคู่ต้องถือว่าก้ำกึ่งทีเดียว เพราะแม้ว่าเกมรับของไทยจะรักษาคลีนชีตเอาไว้ได้ แต่พวกเขากลับเปิดโอกาสให้มาเลเซีย มีโอกาสลุ้นทำประตูมากเกินไป ในขณะที่มาเลเซีย แม้จะได้ลุ้นประตูเยอะและต่อบอลกันได้ดี แต่พวกเขาก็ยิงทิ้งยิงขว้างไปหมด ซึ่งไม่ว่าใครก็ตามที่เข้าชิงจากคู่นี้ หากพวกเขายังไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้ โอกาสที่พวกเขาจะคว้าแชมป์ก็น้อยเหลือเกิน

3. มาเลเซียรับมือเกมสวนกลับไทยได้อย่างยอดเยี่ยม

 tt

ดูเหมือนคู่แข่งของไทยจะเริ่มจับทางพวกเขาได้มากขึ้นเรื่อยๆ และล่าสุด มาเลเซียทำให้เกมสวนกลับที่น่ากลัวแทบจะเป็นอัมพาตไปเลย โดยเฉพาะในครึ่งแรกที่ไทยสร้างโอกาสยิงได้เพียง 2 ครั้งเท่านั้น

เซ็นเตอร์แบ็ค 2 ตัวของเจ้าบ้านทำได้เยี่ยมเมื่อสามารถหยุด อดิศักดิ์ ไกรษร ได้ตลอดเกม เข้าปะทะเร็วจน ศุภชัย กับ สรรวัชญ์ ทำอะไรได้ไม่มากนัก และหากพวกเขาพลาด นายทวารฟาริซัล ก็ยังทำหน้าที่ซ้อนได้เยี่ยม

ไทยได้โอกาสยิงจังๆ แบบไม่มีใครประกบครั้งเดียวเท่านั้นจากจังหวะที่ ฐิติพันธ์ กระดกบอลหลบ เซียสวัน อันดิก ก่อนเข้าไปซัดแบบไร้ตัวประกบในเขตโทษ แต่เจ้าตัวกลับยิงข้ามคานออกไปเอง และนั่นก็เป็นเพียงความผิดพลาดเดียวที่ มาเลเซียเสี่ยงต่อการเสียประตู

4. ฟิลิป โรลเลอร์ ยังมีโอกาส

 pp

หลังจากได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงมา 3 เกมติด ฟิลิป โรลเลอร์ โดนดร็อปเป็นตัวสำรองใน 2 นัดล่าสุด ซึ่งรวมถึงในเกมนี้กับมาเลเซีย โดย มิโลวาน ราเยวัช ตัดสินใจเอา มิก้า ชูนวลศรี ลงสนามแทน

มิก้า ทำหน้าที่ในเกมรับของเขาได้อย่างดี หลังช่วยทีมเก็บคลีนชีตมา 2 นัดอยู่แล้ว ซึ่งไทยก็ต้องแลกกลับการเติมเกมที่น้อยลงของฟูลแบ็คขวา เพราะมิก้าแทบจะไม่ได้ทำเกมบุกขึ้นไปเลยไม่ว่าจะในสถานการณ์ไหน ต่างกับ ฟิลิป โรลเลอร์ ที่จะมีบทบาทตรงนี้มากกว่าใน 3 นัดแรกของเขา ซึ่งก็ต้องแลกมากับเกมรับที่หายไปคนนึงเช่นกัน

ให้นึกภาพง่ายๆ ฟิลิป จะคล้ายกับ เอคตอร์ เบเยริน ของอาร์เซน่อล ตรงที่เติมเกมสนุก มีความเร็วในการเข้าทำและลุ้นเข้าไปเปิดบอลบ่อยมาก แถมยังช่วยให้ตัวริมเส้นอย่าง นูรูล, มงคล หรือ ฐิติพันธ์ หุบเข้ากลางอย่างสบายใจ แต่ยามต้องเล่นเกมรับก็จะเก้ๆกังๆหน่อย

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่มิก้าทำผลงานได้ดีสุดๆในเกมกับสิงคโปร์ เกมนี้เขาแทบจะเป็นบ่อให้เจาะโดยสิ้นเชิง เมื่อการประสานงานกับ เฉลิมพงษ์, ฐิติพันธ์ และ ธนบูรณ์ เป็นไปอย่างย่ำแย่ โดยเฉพาะในครึ่งแรกที่โดน ซาฟาวี รอชิด เจาะ 4-5 ครั้ง ทำให้ราเยวัชอาจต้องพิจารณาอีกครั้งว่า มิก้าดีพอแล้วหรือยังที่จะเล่นเกมรับเต็มรูปแบบ จนทำให้ทีมขาดสีสันในเกมรุกไป

ในเกมนัดที่ 2 ที่ราชมังคลาฯ มิโลวาน ราเยวัช น่าจะยังเน้นเกมรับเหมือนเดิมช่วงต้นเกม และนั่นทำให้มิก้าจะได้ลงเล่นต่อไปก่อน แต่เมื่อไทยปลดล็อกประตูได้ และหากทำได้เร็ว ฟิลิป โรลเลอร์ ก็น่าจะได้ลงสนามมาวาดลวดลายในครึ่งหลัง และถึงตอนนั้นแหละที่จะเป็นตัวตัดสินอีกทีว่าใครจะได้ลงเล่นต่อไปในนัดชิงฯ

5. ไทยได้เปรียบ

 aa

เหมือนกันกับการไปเยือนมาเลเซีย การมาเยือนไทยไม่ใช่งานง่ายสำหรับใครทั้งนั้น โดยเฉพาะกับมาเลเซีย ที่เป็นเหมือนดั่งฝันร้ายเลยทีเดียว

ไทยไม่เสียประตูให้มาเลเซีย ในบ้านของตัวเองมา 6 นัดติดต่อกันแล้ว นับเป็นปีก็ราวๆ 14 ปีที่แล้วโน่นเลยที่มาเลเซียเจาะประตูทีมชาติไทยได้ แถมเมื่อดูสถิติจาก ซูซูกิ คัพ ปีนี้ ไทยยิงประตูในราชมังฯไปแล้ว 14 ประตู มากกว่าประตูที่ มาเลเซียยิงได้ทั้งหมดจนถึงตอนนี้ 2 เท่าตัวเลยทีเดียว แถมยังเสียประตูแค่ 2 ลูกอีกต่างหาก

ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!