บิ๊กเทควันโดไทยเผย ′โค้ชเช′ หมดกำลังใจเหตุข่าวฉาวทำร้ายร่างกายนักกีฬา - สื่อเกาหลีชวนกลับบ้าน!

บิ๊กเทควันโดไทยเผย ′โค้ชเช′ หมดกำลังใจเหตุข่าวฉาวทำร้ายร่างกายนักกีฬา - สื่อเกาหลีชวนกลับบ้าน!

บิ๊กเทควันโดไทยเผย ′โค้ชเช′ หมดกำลังใจเหตุข่าวฉาวทำร้ายร่างกายนักกีฬา - สื่อเกาหลีชวนกลับบ้าน!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ความคืบหน้ากรณี "น้องก้อย" รุ่งระวี ขุระสะ นักเทควันโดสาวทีมชาติไทยรุ่นประชาชนอายุ 23 ปี เจ้าของเหรียญทองแดงศึกชิงแชมป์เอเชีย 2014 ที่อุซเบกิสถาน ออกมาแฉในโลกสังคมออนไลน์ว่า ตัวเองถูก "โค้ชเช" หรือ นายเช ยอง ซอก เฮดโค้ชเทควันโดทีมชาติไทยชาวเกาหลีใต้ ที่สร้างผลงานให้กับประเทศชาติและสมาคมมายาวนานกว่า 10 ปี ลงโทษเกินกว่าเหตุ ด้วยการทำร้ายร่างกาย ทั้งชกหน้าและต่อยท้อง หลังเจ้าตัวไม่มีความพร้อมในการเตรียมอุปกรณ์ป้องกันตัว แถมยังลืมบัตรไอดีการ์ดสำหรับนักกีฬา และ ถุงมือ มาจากที่พัก จนเป็นเหตุให้ รุ่งระวี พ่ายแพ้ให้กับนักเทควันโดเกาหลีใต้ ขาดลอยถึง 6-12 คะแนน ตกรอบแรก ในศึกเทควันโด "โคเรียล โอเพ่น 2014" ที่เกาหลีใต้ จนเป็นข่าวอื้อฉาวไปทั่วในวงการเทควันโดไทยในเวลานี้

ล่าสุดเมื่อกลางดึกคืนวันที่14 ก.ค. ที่สนามบินสุวรณภูมิ "น้องก้อย" รุ่งระวี ได้เดินทางกลับมาจากเกาหลีใต้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยเที่ยวบิน ทีจี 657 เวลา 01.10 น.โดยมีกองทัพสื่อมวลชนจากทุกแขนงเดินทางไปรอสัมภาษณ์กันแน่นขนัด จากนั้นใช้เวลารอนานนับชั่วโมงก็ไม่เห็น รุ่งระวี ออกมา ก่อนจะมารู้อีกทีว่า รุ่งระวี ได้หนีทัพนักข่าวออกไปอีกประตูหนึ่งอย่างรวดเร็ว แถมส่งข้อความมาบอกผู้สื่อข่าวบางคนว่า ยังไม่พร้อมที่จะให้สัมภาษณ์ในเวลานี้

อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวได้พยายามโทรศัพท์ติดต่อเบอร์ของ"น้องก้อย" ตลอดทั้งวันแต่ไม่สามารถติดต่อได้ เพราะเจ้าตัวปิดเครื่อง คาดว่า วันเสาร์ที่ 19 ก.ค. รุ่งระวี จะปรากฏตัวที่ทำการสมาคมฯ ภายใน กกท.หัวหมาก เริ่มตั้งแต่เวลา 09.00น. เพื่อเข้าสู่กระบวนการสอบสวนค้นหาความจริงในเรื่องดังกล่าวทั้งหมด หลังสมาคมได้แต่งตั้ง "รองจ๊ะ" ดร.สมคิด ปิ่นทอง อดีตรองผู้ว่า กกท.เป็นประธาน พร้อมผู้ทรงคุณวุฒิอีกหลายคนมาตรวจสอบเรื่องดังกล่าวนี้ให้เป็นที่กระจ่างแก่สังคมโดยเร็วที่สุด

ขณะที่"บิ๊กชา" นายปรีชา ต่อตระกูล อุปนายกสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุตัวเองรู้สึกไม่สบายใจเอามากๆ เพราะมันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และมองไปได้ทั้งสองมุม ทั้งตัวผู้ฝึกสอน และ นักกีฬา แต่เราจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายอย่างเต็มที่ว่า เรื่องราวทั้งหมดเกิดจากปัญหาตรงไหน อะไรที่ไม่เข้าใจกัน หรือต้องแก้ไขตรงจุดไหนก็มาปรับจูนพูดคุยกัน เพื่อต้องการให้เรื่องนี้ยุติโดยเร็วที่สุด เนื่องจากเรายังมีภาระกิจสำคัญอีกมาก ทั้ง ยูธโอลิมปิกเกมส์, เอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 17 ที่เมืองอินชอน และ เทควันโดกรังด์ปรีซ์ เพื่อควอลิฟายไปโอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่บราซิล เพราะยิ่งพูดออกไปก็ยิ่งเสีย

ที่สำคัญมันเป็นปัญหาภายในสมาคมเรื่องระเบียบวินัยและบทลงโทษนักกีฬาในลักษณะต่างๆแต่ที่ผ่านมานักเทควันโดทีมชาติหลายคนก็ถูกลงโทษแบบนี้มาแล้วมากมาย แต่ไม่เห็นมีใครออกมาร้องเรียน หรือ ออกมาประจานพฤติกรรมของ โค้ชเช ผ่านทางอินเทอร์เน็ต

นับว่า เป็นเรื่องที่ดีหาก โค้ชเช ลงโทษเกินกว่าเหตุ สมาคมฯ จะมีบทลงโทษแน่นอน พร้อมกันนี้จะได้ร่างระเบียบการลงโทษนักกีฬาขึ้นมาใหม่ว่า ผิดครั้งที่ 1 โดนอะไร ครั้งที่ 2 ต้องเป็นแบบไหน หรือ ถ้าผิดครั้งที่ 3 ก็ไล่ออกจากทีมชาติกันไปเลย ซึ่งทุกอย่างมันก็จะได้เข้มข้นดีสำหรับนักกีฬาทีมชาติ เนื่องจากนักกีฬาทุกวันนี้หลายคนถูกพ่อ-แม่ตามใจ แถมยังไม่มีระเบียบวินัยและความทุ่มเทเหมือนนักกีฬาสมัยก่อน ล่าสุดตัวเองก็ได้โทรศัพท์ติดต่อไปยัง "น้องก้อย" แต่ไม่สามารถติดต่อได้ อย่างไรก็ตามจากการสอบถามนักกีฬารวมถึงสต๊าฟโค้ชทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์แล้วก็พอจะทราบแล้วว่า เกิดอะไรขึ้น

"เหตุการณ์ในวันนั้นมีนักกีฬาไทยลงแข่งพร้อมกันถึง 4 คนจากทั้งหมด 6 คนที่ลงแข่งขันวันที่ 11 ก.ค. สมาคมเรามีโค้ชไป 4 คนพอดี ซึ่งโค้ชทั้ง 4 คนก็จะต้องลงไปดูแลนักกีฬาทุกคน ในสนามจะมีพื้นที่ให้นักกีฬาที่จะลงแข่งคนต่อไปนั่งรอ เพราะฉะนั้นทุกคนจะต้องเห็นว่า จะถึงคิวของตัวเองเมื่อไหร่ ไม่ต้องรอให้โค้ชมาเรียก"

"แถมนักกีฬาคนนี้ก็เคยผ่านการแข่งขันมาหลายสนามแล้วทั้งศึกชิงแชมป์เอเชีย ที่อุซเบกิสถาน และ กีฬาม.โลก ที่จีน เจ้าตัวจะต้องรู้ดีว่า ควรทำอย่างไรบ้าง มีการวอร์มอัพเพื่อให้ร่างกายพร้อม ที่สำคัญในวันนั้น "น้องก้อย" ก็ลืมถุงมือไว้ที่โรงแรมด้วย ทำให้เมื่อถึงเวลาลงสนามก็เลยไม่พร้อม ทำให้เกิดความพ่ายแพ้อย่างที่เห็น" นายปรีชา เผย

อุปนายกสมาคมฯ ยังกล่าวอีกว่า หลังการแข่ง "โค้ชเช" ได้เรียกนักกีฬามายืนเรียงแถว แล้วบอกความผิดนักกีฬาพร้อมกับลงโทษ ส่วนรายละเอียดของการลงโทษนั้น ส่วนตัวยังไม่ขอบอกในตอนนี้ ต้องรอให้คณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นมาสอบสวนและชี้แจงอีกครั้งหนึ่ง แต่ยืนยันว่า ไม่ได้รุนแรงอะไรมากมาย ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการลงโทษนักเทควันโดอยู่แล้ว ที่ผ่านมา โค้ชเช เคยเอาไม้หวดก้นนักกีฬาชายที่แอบสูบบุหรี่ในห้องพักมาแล้วด้วย นักกีฬาทุกคนจะทราบกันดีว่า ถ้าทำผิด หรือไม่ทุ่มเทตั้งใจฝึกซ้อมและแข่งขันจะโดนลงโทษด้วยวิธีการอะไรบ้าง มากน้อยแตกต่างกันออกไป แต่ถ้านักกีฬาอยู่ในระเบียบวินัยประพฤติตัวดี โค้ชเช จะดูแลอย่างดีทั้งเรื่องอาหารการกินและให้ความเอ็นดูทุกคนอย่างเสมอภาค

"ทั้งนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้โค้ชเช รู้สึกแย่มาก ถึงขนาดหมดกำลังใจนอนไม่หลับเลยทีเดียว แถมสื่อมวลชนของเกาหลีใต้ ก็นำเอาข่าวที่ไทยเสนอไป โน้มน้าวจิตใจให้ โค้ชเช ลาออกแล้วกลับไปเป็นโค้ชที่บ้านเกิดตัวเอง เพราะ โค้ชเช เป็นที่ยอมรับของคนแดนกิมจิไปทั้งประเทศ แถมสื่อเกาหลียังได้แสดงความคิดเห็นว่า นักกีฬาไทยสมควรโดนลงโทษแล้ว เพราะไม่มีวินัย ขาดความมุ่งมั่น มีอย่างที่ไหนจะลงแข่งอยู่แล้ว ยังไปนั่งใส่สนับแข้งกลางสนามและคู่แข่งมายืนรอ หากเขารับไม่ได้ก็ไม่สมควรมาเล่นกีฬาชนิดนี้ หรือ มาติดทีมชาติตั้งแต่แรก" นายปรีชา กล่าวทิ้งท้าย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook