เฮียวงะ หรือ ซาโมราโน่? : วิเคราะห์ต้นฉบับเบอร์เสื้อ 1+8

เฮียวงะ หรือ ซาโมราโน่? : วิเคราะห์ต้นฉบับเบอร์เสื้อ 1+8
Main Stand

สนับสนุนเนื้อหา

คนหนึ่งคือศูนย์หน้าผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของชิลี ส่วนอีกคนคือกองหน้าที่ดีที่สุดของญี่ปุ่นในการ์ตูนเรื่องดัง แล้วใครคือต้นแบบหมายเลขสุดแปลกนี้

นับตั้งแต่ที่สมาคมฟุตบอลอังกฤษ ล้มเลิกการให้นักเตะตัวจริงใส่เบอร์ 1-11 ในปี 1993 และให้นักเตะสามารถเลือกใส่เบอร์อะไรก็ได้ตั้งแต่ 1-99 ก็ทำให้พบเห็นเบอร์เสื้อแปลกๆหลายครั้งในวงการลูกหนัง

ไม่ว่าจะเป็นเบอร์  69 ของบิเซนเต้ ลิซาราซู สมัยกลับมาเล่นให้กับ บาเยิร์น มิวนิค, เบอร์ 80 ของโรนัลดินโญ ในสีเสื้อของ เอซี มิลาน, เบอร์ 88 ของจานลูจิ บุฟฟอน สมัยเล่นให้ ปาร์มา หรือเบอร์ 10 ของ คริสเตียโน ลูปาเตลี นายด่านชาวอิตาลีสมัยเล่นให้กับ คิเอโว

 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คงจะไม่มีเบอร์ไหนที่จะแหวกแนวไปกว่าเบอร์ 1+8 ของอิวาน ซาโมราโน กองหน้าชาวชิลี ตอนค้าแข้งในกับ อินเตอร์ มิลาน ทว่าเขาไม่ใช่คนเดียวที่สวมเบอร์นี้ เฮียวงะ โคจิโร กองหน้า จากการ์ตูนกัปตันสึบาสะ ก็ใส่หมายเลขสุดแปลกนี้เช่นกัน

แล้วใครกันคือต้นฉบับที่แท้จริง?

กองหน้าอันดับ 1 (ในการ์ตูน) ของญี่ปุ่น

ในระดับชั้นมัธยมปลาย เฮียวงะ โคจิโร คือกองหน้าที่ดีที่สุดของรุ่น เขาพา โตโฮ อะคาเดมี คว้าแชมป์ฟุตบอล มัธยมปลายชิงแชมป์แห่งชาติ 3 สมัยซ้อน และเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของทีมชาติญี่ปุ่นชุดลุยศึกเยาวชนโลก

 1

ด้วยความที่ครอบครัวมีฐานะไม่สู้ดีนัก จากการที่ต้องเสียพ่อไปตั้งแต่เด็กๆ และมีน้องๆที่ต้องดูแล ทำให้คาดกันว่า เฮียวงะ น่าจะเข้าสู่เส้นทางอาชีพทันทีหลังเรียนจบ เพื่อหาเงินไปใช้จ่ายในครอบครัว

อย่างไรก็ดี ในวันแถลงข่าว ท่ามกลางสื่อที่เข้ามาทำข่าวกันอย่างคับคั่ง เฮียวงะ ได้ช็อคทุกคนในห้องแถลงด้วยการประกาศว่าสมาชิกทุกคนจะยังไม่เข้าร่วมสโมสรเจลีกไม่ว่าทีมไหนก็ตาม เพื่อโฟกัสให้กับทีมชาติญี่ปุ่นในศึกฟุตบอลเยาวชนโลก

“เป้าหมายของพวกเขาไม่ใช่แค่ผ่านรอบคัดเลือก จุดมุ่งหมายของพวกเรามีเพียงหนึ่งเดียวคือเป็นที่ 1 ในโลก” เฮียวงะ ประกาศกร้าวในงานแถลงข่าว  

และเฮียวงะ ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เขายิงประตูในเกมชนะเม็กซิโก 2-0 ทำแฮตทริคได้ในเกมเฉือน เม็กซิโก สุดมัน 6-5 และมายิงเพิ่มได้ในนัดเอาชนะ อิตาลี 4-0 แม้ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย และรองชนะเลิศ เขาจะใส่สกอร์ให้ทีมไม่ได้ แต่ในนัดชิงชนะเลิศกับ บราซิล เจ้าตัวก็มาใช้ท่าไม้ตาย “ไรจูพาส” จ่ายบอลให้ มิซากิ และ โอโซระ สึบาสะ ทำประตูให้ญี่ปุ่นได้สำเร็จ ก่อนที่จะเอาชนะไปได้ 3-2

การไม่ร่วมทีมเจลีก กลายเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของเขา เมื่อหลังจบทัวร์นาเมนต์ เฮียวงะ ได้มีโอกาสไปค้าแข้งในยุโรปกับทีมดังอย่าง ยูเวนตุส

พยัคฆ์ลุยยุโรป

ปฏิเสธไม่ได้ว่าหนึ่งในกุญแจสำคัญในการได้ย้ายมาเล่นในเมืองหลวงแห่งโลกลูกหนังในสมัยนั้นคือหญิงสาวที่ชื่อว่า “มัตสึโมโต คาโอริ” อดีตแมวมองของโตโฮ อคาเดมี

 2

คาโอริ รู้จักกับ เฮียวงะ ครั้งแรกในฟุตบอลประถมนัดชิงชนะเลิศ ที่เอฟซี เมวะ พบกับ นันคัตสึ ก่อนที่จะดึงตัวมาร่วมทีม โทโฮ พร้อมให้ทุนการศึกษา หลัง เฮียวงะ แสดงให้เห็นศักยภาพในนัดชิงชนะเลิศ

เวลาผ่านเลยไป ทั้งคู่ได้กลับมาร่วมงานเต็มตัวอีกครั้ง เมื่อ คาโอริ รับหน้าที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวให้กับเฮียวงะ หลังญี่ปุ่นคว้าแชมป์เยาวชนโลกเธอได้ปลุกกระแส เฮียวงะฟีเจอร์ ให้โด่งดังในญี่ปุ่นมากขึ้น

คาโอริ ช่วยโปรโมตเฮียวงะในฐานะนักเตะที่จะขึ้นไปเป็นกำลังสำคัญให้กับทีมชาติชุดใหญ่ และสมาชิกรุ่น โกลเดนเอจ ซึ่งทำให้ เฮียวงะได้มีโอกาสถ่ายแบบโฆษณาและนิตยสาร และมีสินค้ามากมายเข้ามาเป็นสปอนเซอร์

และมันก็เป็นสิ่งให้ เฮียวงะ ได้เซ็นสัญญากับ ยูเวนตุส ในเวลาต่อมา

คาโอริ เริ่มจากการทำให้ เฮียวงะ มีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะนักฟุตบอลรุ่นใหม่ที่น่าจับตา และนำอดีตศูนย์หน้าของโตโฮ ไปนำเสนอเพื่อขอโอกาสให้ได้ฝึกซ้อมในช่วงเวลาสั้นๆกับทีมม้าลายแห่งตูริน

ก่อนที่ เฮียวงะ จะทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการฝึกซ้อม หลังยิงไป 11 ประตูจาก 3 นัด โดยหนึ่งในนั้นเป็นการทำดับเบิ้ลแฮตทริคในเกมพบเยาวชนโตริโน จนได้เซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการกับยูเวนตุสในที่สุด

หมายเลข 1+8 แห่งตูริน

“ความฝันของผมคือการเป็นสไตรค์เกอร์อันดับ 1 ของโลก ผมจะไปอิตาลีเพื่อสานฝันนั้น” เฮียวงะประกาศในงานแถลงข่าว

 3

“คาตานัคโช คิดว่าคำพูดนี้ทุกคนคงยอมรับว่า ปราการหลังของอิตาลี แข็งแกร่งที่สุดในโลก และเซเรียอา ก็ได้ชื่อว่ามีกองหลังที่เหนียวที่สุดในโลก ผมจะทำลายคำกล่าวนี้เอง ไม่สิผมจะถล่มมันต่างหาก”

“ที่ผมเข้าสังกัดยูเวนตุส เป้าหมายของผมคือการได้เป็นดาวซัลโวของ เซเรียอา”

อดีตดาวยิงโตโฮ กลายเป็นนักเตะคนญี่ปุ่นคนที่ 2 (ในการ์ตูน) ต่อจาก คาสุโยชิ มิอุระ (เจนัว)ที่ได้ย้ายมาเล่นใน กัลโช เซเรียอา หลังเซ็นสัญญากับทัพม้าลายแห่งตูริน

หลังจากสวมเบอร์ 10 ให้กับเมวะ เอฟซี เฮียวงะ ก็เปลี่ยนมาสวมเบอร์ 9 ตลอด 6 ปีในสีเสื้อของโทโฮ รวมไปถึงทีมชาติยังแต่รุ่น จูเนียร์ยูธ, เวิลด์ ยูธ ไปจนถึงรุ่น U22 ซึ่งในความหมายของฟุตบอลญี่ปุ่นที่ได้รับอิทธิพลมาจากตะวันตก เบอร์ 9 คือเบอร์ของเอสสไตร์คเกอร์ หรือกองหน้าอันดับ 1 ของทีม ทำให้เจ้าตัวใช้เบอร์นี้มาตลอดไม่เปลี่ยนแปลง  

แต่ในยูเวนตุส พวกเขามีฟิลิปโป อินซาร์ส (ฟิลิปโป อินซากี) จับจองหมายเลขนี้อยู่แล้ว แถมเบอร์ 10 ที่เฮียวงะเคยใส่สมัยเล่นให้กับเมวะ ก็เป็นของ อเลสซาโดร เดลปิ (อเลสซานโดร เดล ปิเอโร) กองหน้ากัปตันทีม ทำให้ เฮียวงะ จำเป็นต้องใส่เบอร์ 1+8 ซึ่งรวมกันได้ 9 พอดี

อย่างไรก็ดี เขาไม่ใช่คนเดียวที่สวมหมายเลขนี้ 

ผู้เสียสละแห่งอินเตอร์

หลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมให้กับ เรอัล มาดริด อิวาน ซาโมราโน ก็มีโอกาสมาวาดลวดลายในดินแดนรองเท้าบูตกับ อินเตอร์ มิลาน เจ้าบุญทุ่มในสมัยนั้นในช่วงหน้าร้อนปี  1996

 4

ดาวยิงชาวชิลี ได้รับสืบทอดเบอร์ 9 ทันทีที่มาถึง ตอกย้ำการเป็นนักเตะสำคัญของทีม เขาลงช่วยอินเตอร์ไปถึง 47 นัด ในทุกรายการ และยิงไปได้ 13 ประตู ซึ่งถือว่าไม่เลวสำหรับซีซั่นแรกกับทีม

ปีต่อมา อินเตอร์ได้ โรนัลโด มาช่วยแบ่งเบาภาระการทำประตู ซึ่งดาวยิงชาวบราซิลก็ไม่ทำให้ผิดหวังด้วยการซัดไปถึง 34 ประตูในทุกรายการ พาทีมคว้าแชมป์ซูเปอร์คัพ ได้สำเร็จ

แม้ในฤดูกาลแรกของโรนัลโด เขาจะสวมหมายเลข 10 แต่หลังจากทำผลงานเด่นในฟุตบอลโลก ไนกี้ ซึ่งเป็นสปอนเซอร์ชุดแข่งของอินเตอร์ ต้องการต่อยอดทางธุรกิจ ด้วยการสร้างแบรนด์ R9 ขึ้นมา ทำให้ดาวรุ่งเลือดแซมบา ต้องเปลี่ยนมาใช้เบอร์ 9 ของซาโมราโน โดยซาโมราโน ก็เปลี่ยนมาใช้เบอร์ 1+8 โดยไม่ขัดข้อง

“โรนัลโด้ คือปรากฎการณ์ที่แท้จริง ผมจำได้ว่าโมรัตติตัดสินใจจะเลือกเบอร์ 9 ให้กับ โรนัลโด้ หลังจากที่เขาแพ้ในรอบชิงฟุตบอลโลก 1998 ซึ่งผมไม่ติดใจอะไรเลยสำหรับเรื่องนี้" ซาโมราโนกล่าวถึงเหตุการณ์วันนั้น  

"ผมเป็นคนเริ่มเรื่องนี้เอง โรนัลโด้ กลับมาจากฟุตบอลโลกปี 1998 และเขากำลังดังระเบิด ผมเลยตัดสินใจยกเสื้อหมายเลข 9 ให้กับเขาด้วยตัวเองนี่แหละ"

 5

เบอร์ดังกล่าวได้สร้างชื่อเสียงโด่งดังให้กับซาโมราโน และกลายเป็นต้นแบบในการใส่เบอร์บวกในเวลาต่อมา เขาได้เป็นแรงบันดาลใจให้กับนักเตะหลายคน ไม่ว่าจะเป็นคลินตัน มอร์ริสัน หรือ  มาริโอ บาโลเตลลี

แต่ทว่าเขาคือคนแรกที่ใส่เบอร์แบบนี้หรือเปล่า เมื่อเฮียวงะในชุดแข่งยูเวนตุส ก็ปรากฎตัวในเวลาไล่เลี่ยกัน

ใครเจ้าของต้นฉบับตัวจริง?

เฮียวงะ เผยโฉมในสีเสื้อของยูเวนตุสเป็นครั้งแรกในบทส่งท้ายภาคเยาวชนโลก ซึ่งตีพิมพ์ในนิตยสาร วีคลีย์ โชเนน จัมป์ ฉบับควบ 37+38 ของปี 1997

หากเทียบแล้วทำให้คาดได้ว่าตอนที่เฮียวงะปรากฎตัว น่าจะตีพิมพ์ในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม ปี 1997 เนื่องจาก วีคลีย์ โชเนน จัมป์ เป็นนิตยสารรายสัปดาห์ หนึ่งปีจะมี 52 ฉบับ ฉบับที่ 26 จะอยู่ในช่วงกลางปี และครึ่งของครึ่งปีหลังจะอยู่ในช่วงฉบับที่ 39 พอดี

 6

โดยหากเทียบกัน ในช่วงปลายปี 1997 ซาโมราโน ได้ย้ายมาอยู่กับอินเตอร์ เป็นฤดูกาลที่สองแล้ว แต่เขายังสวมใส่หมายเลข 9 อยู่

อย่างไรก็ดี แม้การปรากฎตัวในทีมยักษ์ใหญ่ของอิตาลี ของเฮียวงะ จะมาก่อน แต่ในตอนนั้นเป็นเพียง ภาพเขากับชุดแข่งของยูเวนตุสเท่านั้น ยังไม่ได้แสดงให้เห็นว่าเขาใส่เบอร์อะไร

กว่าที่เฮียวงะ จะมีเบอร์เสื้อเป็นของตัวเอง ต้องใช้เวลากว่า 2 ปี ในภาค Road to 2002 ที่บทบรรยายและภาพเผยให้รู้ว่า เฮียวงะ ใส่เบอร์ 1+8 ซึ่งปรากฎในตอนที่ 2 ชื่อตอน “ตัดสินใจเลือกสโมสร” ซึ่งเป็นตอนที่ เฮียวงะ มาทดสอบฝีเท้าและได้เซ็นสัญญา

 7

ตอนดังกล่าว ตีพิมพ์ครั้งแรกในฉบับควบ 3+4 ปี 2001 ของ วีคลีย์ ยัง จัมป์ ซึ่งน่าจะวางแผงในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ซึ่งในเวลาเดียวกันนั้นเอง ซาโมราโน ก็ได้ย้ายไปเล่นให้ทีมคลับ อเมริกา ของ เม็กซิโก เป็นที่เรียบร้อย

เฮียวงะกับ 1+8

จากลำดับเหตุการณ์ เห็นได้ชัดเจนว่า ช่วงเวลาที่เฮียวงะ ได้รับเบอร์ 1+8 เกิดขึ้นหลังเหตุการณ์ของซาโมราโนราว 2 ปีครึ่ง ทำให้คาดว่าหมายเลขของกองหน้าเจ้าของท่าไม้ตายไทเกอร์ ช็อตในชุดม้าลายแห่งตูริน น่าจะได้รับแรงบันดาลใจจากศูนย์หน้าชาวชิลี

 8

ในสมัยนั้น ลีกอิตาลี กำลังเป็นที่นิยมไปทั่วโลก รวมไปถึงญี่ปุ่น จากการมีแข้งดังพาเหรดกันมาค้าแข้งอย่างคับคั่ง ยิ่งไปกว่านั้น ฮิเดโตชิ นาคาตะ และ ฮิโรชิ นานามิ สองดาวเตะเลือดซามูไร ยังค้าแข้งอยู่ที่นั่นในช่วงเวลานั้น จึงไม่แปลกที่กัลโช จะส่งอิทธิพลถึงการ์ตูนสึบาสะ

ในภาพจำของคนญี่ปุ่น เบอร์ 9 คือเบอร์ของกองหน้าหมายเลข 1 ของทีม ซึ่งได้รับอิทธิพลจากฟุตบอลยุโรป จึงเป็นคำตอบที่ว่าเหตุใด เฮียวงะถึงสวมใส่หมายเลข 9 มาตลอด

อย่างไรก็ดี แม้เฮียวงะ จะเก่งแค่ไหน แต่ในเวทีที่โหดหินระดับโลก เขายังเป็นแค่เด็กน้อยที่อ่อนหัด ด้วยอายุที่ยังไม่เต็ม 20 หรือการมาจากชาติที่เพิ่งไปฟุตบอลโลกเพียงแค่สมัยเดียว (ในเวลานั้น)

แม้จะเป็นกองหน้าเบอร์ 1 ของญี่ปุ่น แต่การที่เพิ่งย้ายมาใหม่ แล้วได้รับหมายเลข 9 ทันที ก็ไม่ใช่เรื่องสมเหตุสมผลมากนัก หมายเลข 1+8 ที่มีความหมายโดยนัยถึงหมายเลข 9 จึงเป็นตัวเลขที่เหมาะสมสำหรับเขาที่สุดในตอนนั้น

 9

1+8 อาจจะเป็นข้อความ (Messege) จากอาจารย์โยอิจิ ทาคาฮาชิ ผู้เขียนว่า มันคือการพยายามเข้าใกล้การเป็นศูนย์หน้าอันดับ 1 ของทีมของเฮียวงะ และก้าวขึ้นไปเป็นกองหน้าอันดับ 1 ของโลก

เฮียวงะ อาจจะยังเป็นดาวยิงเบอร์ 1 ของทีมไม่ได้ตอนนี้ แต่นี่คือสัญลักษณ์หนึ่งว่าเขากำลังพยายามที่จะเข้าใกล้มันอยู่ เพื่อในวันหนึ่ง จะมีคนยอมหลีกทางให้เขาได้สวมหมายเลข 9 อย่างภาคภูมิใจ

เหมือนที่ครั้งหนึ่ง ซาโมราโน ได้ยอมรับและถอยฉากให้กับ โรนัลโด ที่กลายมาเป็นกองหน้ายอดเยี่ยมตลอดกาลของโลกในเวลาต่อมา

ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!